ทริปเที่ยวเชียงใหม่ (วัดพระธาตุดอยสุเทพ)

น้องคนหนึ่งรุกเร้าให้ผมเจียดเวลาว่าง เขียนเรื่องทริปเที่ยวเชียงใหม่ที่เคยไป ให้ได้อ่านกันหน่อย ส่วนตัวผมเองก็ผลัดวันประกันพรุ่งมาเรื่อยๆ เขียนเรื่องโน้นโยนเข้าเรื่องนี้ ไปเรื่อยเปื่อยตามประสา หรือจะด้วยความไม่พร้อมหลายๆสิ่งด้วยกระมัง

แต่เห็นทีวันนี้ควรเหมาะแก่เวลา ถึงจะพยายามเยิ่นเย้อไปก็ป่วยการแล้วล่ะครับ ความน่ารักของเธอบวกกับความใจอ่อนของผม ถึงไม่ได้จับมือเธอดม ผมก็คงต้องสารภาพ รับปากว่าวันนี้จะเขียนให้ได้ เพราะเส้นตายที่เคยลั่นวาจาไว้ มาจ่อตูดจนร้อนไปทั่วตัวแล้ว แหะๆ

จะต่อความยาว สาวความยืด ไปทำไมกัน ในเมื่อรูปภาพที่ถ่ายเก็บบรรยากาศมาวันนั้น ซุกซ่อนอยู่ในคอมพิวเตอร์ตัวเก่งของผมเอง

การเดินทางแอ่วเหนือของเรา เริ่มต้นจากการชักชวนของเพื่อนคนหนึ่ง หมอนั้นมันมีธุระต้องไปทำแถวๆจังหวัดลำพูน ประจวบเหมาะกับมีบ้านเพื่อนรุ่นพี่ ที่อยู่ในตัว อ.สารภี จ.เชียงใหม่อีกหนึ่งคน พอเขาทั้งสองคุยกัน เราเป็นมือที่สามก็พยายามเสนอหน้าเข้าไปมีส่วนร่วมด้วยคน

พอตกลงกันได้ ทั้งเพื่อนพ้องน้องพี่ ก็ลงเอยกันร่วมเดินทางด้วยดี 5-6 คน ตัวเลขไม่ได้มากได้มายอะไร แต่การเดินทางด้วยรถปิ๊กอัพ สามารถที่นั่งในตัวเก๋งและแคปได้ 5 คนนี่ดิ คนที่เหลือ จะทำอย่างไร (ที่จริงก็อัดเข้าไปได้ แต่สำหรับคนขาวยาวๆอย่างผม คงไม่ใช่เรื่องที่ต้องงอแข้งงอขาให้เมื่อยตุ้มปานนั้น)

ผมเสียสละมานั่งหลังกระบะ แต่สงสัยเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งจะเห็นอกเห็นใจ เลยสละเบาะหนังนุ่มๆ ขึ้นมานั่งหลังกระบะอันแข็งกระด้าง เป็นเพื่อนด้านหลังอีก 1 คน สรุปว่าข้างหน้านอนไปได้สะบาย

นั่งหลังกระบะรถ

นั่งหลังกระบะรถ

กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เราจึงเริ่มต้นมื้อเช้าด้วยผัดกระเพรา ตามด้วยเบียร์ขวดเล็กๆ เพราะไม่ได้หวังจะดื่มกินให้เมามายอยู่ตรงนั้น พอรถจะออก เริ่มรู้สึกว่าอารมณ์จะไหล นั่งด้านหลังมันต้องมีอะไรทำ ไม่งั้นมีหวังตายแดดแน่ๆ

ทุกอย่างมันไม่ได้แย่เสมอไป แวะเข้าห้างสรรพสินค้า โลตัส สาขาอุดรธานี ต้องหาอะไรมาถอนสักหน่อย นัดแนะกันไป ใครจะเอาอะไรยังไงแบบไหน ก็ดิ่งตรงไปจัดหามาให้ได้ ส่วนตัวผมเองรับหน้าที่ จัดหาเครื่องดื่ม(แอลกอฮอร์)ตามเคย เหอะๆ

ตามประกาศคณะปฏิวัติ  ฉบับที่ 253 (ควบคุมโภคภัณฑ์) ลงวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515 ระบุไว้ชัดเจน ว่าห้ามขายแอลกอฮอร์ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี ฮ่วย…. ห้ามขายนอกเวลาครับ ถ้าจะขายได้ ต้องได้รับอนุญาตจากทางการ (อธิบดีกรมตำรวจสำหรับนครหลวงกรุงเทพธนบุรี หรือผู้ว่าราชการจังหวัดสำหรับจังหวัดอื่น)

เอาล่ะครับ ไปหยิบเบียร์มาถาดหนึ่ง ดิ่งตรงเข้าไปหวังจะจ่ายตังค์ เกิดอาการหน้าแตกเล็กน้อย เมื่อได้ยินพนักงานขายบอกว่า ยังไม่ถึง 11 โมงขายไม่ได้ค่ะ (ตอนนั้นรู้สึกจะ 10.00 น.) อืม… น้ำเสียงไม่เข้ากับใบหน้าเลยนะหนู แต่ก่อนที่แห้วจะกิน พนักงานสาวสวยคนหนึ่งดันสอดขึ้นมาว่า ซื้อ 10 ลิตรขึ้นไปสิคะ ถึงจะขายให้ได้ ผมเองไม่ได้ทันจะฟังอะไร หยิบมาเพิ่มทันใดเบียร์ 12 กระป๋อง แปลกใจนิดๆ ว่านี่มันช่องโหว่ของกฎหมายมาตราไหนอีกวะ หรือว่าขายจำนวนมากๆ พอคุ้มกับค่าปรับ 50 บาทหรือไร งืมๆ..

การนั่งรถซดเบียร์บนกระบะรถ ตดได้แต่คุยกันแทบไม่ได้ยิน เพราะแรงลมมันพัดเสียงหนีหายไปหมด พอออกจากอุดรได้สักพัก ก็ต้องประสานงากับตำรวจทางหลวงครับ ก็โบกให้จอดและตรวจตามระเบียบไม่มีอะไร ผมเองก็กะว่าจะสนองคุณด้วยเบียร์สักกระป๋องเหมือนกัน หึหึ แบบนี้เค้าเรียกติดสินเบียร์เจ้าพนักงานหรือเปล่า 55+

เส้นทางอุดรเชียงใหม่ จาก Google Maps

เส้นทางอุดรเชียงใหม่ จาก Google Maps

การเดินทางของเราพึ่งแผนที่ดีๆ อย่าง Google Maps ดูๆเหมือนง่าย แต่เอาเข้าจริง หลงทางหลายตลบเหมือนกัน จากอุดรธานี เข้าหนองบัวลำภู สู่เลย ช่วงแรกไปแบบนิ่งๆ เพราะชินทางกับถนนสายนี้แล้ว แต่พอผ่านเข้าเขตเพชรบูรณ์เท่านั้นแหละครับ คนขับต้องกางแผนที่บ่อยขึ้น บางทีมึนๆ ต้องแกล้งจอดรถยิงกระต่ายข้างทาง (ไม่ได้จอดในเขตป่าสงวนนะ) แล้วถามไถ่ผู้คนแถวนั้นไปในตัว

ออกจากเขตเพชรบูรณ์ไปหลงอยู่พิษณุโลก ก่อนจะวนอยู่อุตรดิตถ์กันต่อ อะไรกันนักกันหนา นายเดย์เริ่มเซ็ง แต่ยังเกร็งมือยกป๋องเบียร์ต่อไป ทั้งที่ไม่สนใจอะไรหรอกครับ นั่งด้านหลัง ช่วยอะไรคนขับเค้าไม่ได้ เหอะๆ

พอออกจากอุตรดิตถ์ได้ค่อยเบาใจหน่อย เพราะวิ่งตามทางหลวงหมายเลข 11 ดิ่งตรงอย่างเดียว ก่อนแยกลงบ้านพี่ที่ อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ไปถึงบ้านพี่เค้า ก็ปาเข้าไป 4 ทุ่มนิดๆ เส้นทางสายนี้ช่างหฤโหดจริงๆ 12 ชั่วโมงกับการเดินทาง ตูดระบม แข้งขาระทวย ที่แย่สุดคือเบียร์หนึ่งถาดกับอีก 1 โหล กิน 2 คน เกลี้ยง!!! ป๊าด!!!

บริเวณทางเดินขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ

บริเวณทางเดินขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ

คืนนั้นเราไม่ได้สังสรรอะไรกัน แค่ออกไปหาอะไรกินในตัวเมืองเชียงใหม่ ขับมอ’ไซต์ท่องเมืองเล่นตอนดึกๆ ลักษณะตัวเมืองเชียงใหม่ (ไม่เล็กไม่ใหญ่ แต่เดินเอาคงเมื่อยน่าดู) ยังถูกอนุรักษ์ให้คงลักษณะเป็นเมืองเก่าอยู่ ฝรั่งชาวต่างชาติ ก็ออกมาท่องเที่ยวยามราตรี (มีดอกราตรีให้เด็ดด้วย) ส่วนตัวผมเอง ก็นึกคึกอยากแวะหาร้านนั่งดื่มสักร้านเหมือนกัน แต่เมื่อดูสภาพร่างกายตัวเองแล้ว ไม่รู้ไปตายซากมาจากไหน?

วกกลับมานอนตอนประมาณเที่ยงคืนนิดๆ สลบไสล มารู้ตัวอีกทีก็เช้าของอีกวันแล้ว เสียงเคาะประตูห้อง ก๊อกๆ พี่เค้าปลุกให้มาเริ่มต้นมื้อเช้าด้วยข้าวซอย แต่ ณ เวลานั้น ปากยังไม่รับรส (เหมือนตดให้คนเป็นหวัดดม) กินได้พออยู่ท้อง ก่อนเราจะมั่วสุมกับเครื่องดื่มกันแทบทั้งวัน สรุปว่าวันแรกที่ไปถึงนั้น ไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนต่อไหนเลย รวมทั้งรอเพื่อน ที่ไปลำพูนกลับมาสมทบด้วยกระมัง

เอาล่ะๆ ก่อนที่น้ำจะท่วมทุ่ง นายเดย์จะลอยคอ เพื่อนที่ไปลำพูนก็มาสมทบเอาตอนเย็นวันเสาร์แล้ว คืนนี้ต้องนอนให้เต็มที่ เพราะรุ่งเช้าวันอาทิตย์ต้องเดินทางขึ้นดอย ไปวัดพระธาตุดอยสุเทพกัน นัดกันกับเพื่อนๆไว้ ว่าจะออกจากบ้าน 2 โมงเช้า ช้าสุดไม่เกิน 15 นาที ที่ไหนได้ 3 โมงกว่าแล้ว พึ่งนั่งกินขนมจีนอยู่เลย แหะๆ

ไม่อยากให้สายมาก เพราะแดดจะแรง จัดแจงรวมพลขึ้นรถออกเดินทางทันที และมีสมาชิกเพิ่มมาอีก 2 เบ็ดเสร็จ เราไปกัน 7 คน ในใจนึกถึงสวรรค์ชั้น 7 เข้าไว้

นายเดย์และผองเพื่อนบนหลังกระบะรถ

นายเดย์และผองเพื่อนบนหลังกระบะรถ

ผมชอบที่จะนั่งหลังกระบะ ดูมันอิสระดี รู้สึกดีเมื่อสายลมและสายแดดกระทบหน้า (ที่แท้โดนตะเพิดมาให้นั่งหลัง) แต่ช่วงระหว่างขึ้นๆลงๆ (ขึ้นภูลงเขา) หูคนเรามักจะอื้อ หรือเป็นเพราะความกดอากาศต่างกัน เดี๋ยวสูงเดี๋ยวต่ำ ทางแก้ง่ายๆ ก็แค่เคี๊ยวหมากฝรั่ง ไม่งั้นก็ลดอาการกลืนน้ำลาย

บริเวณหน้าวัดพระธาตุดอยสุเทพ

บริเวณหน้าวัดพระธาตุดอยสุเทพ

ภาพถูกถ่ายผ่านเลนส์ของกล้องดิจิตอลตัวเล็กๆ พอแก้ขัด ครั้นจะขัดดอกด้วยการดาวน์กล้อง DLSR ราคาแพง มาหิ้วเล่นก็กระไรอยู่ นายเดย์ยิ่งสติและสตางค์ไม่ค่อยมีอยู่ด้วย

บันไดทางเดินขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ

บันไดทางเดินขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ

เราไปถึงบริเวณทางขึ้นวัดพระธาตุฯ ราวสิบโมงเช้านิดๆ ในขณะที่นักท่องเที่ยวบางกลุ่มมาถึงที่นี่ จนเดินเท้ากลับลงมากันแล้ว สรุปว่าเรามาถึงค่อนข้างสายนั่นเอง

วัดพระธาตุดอยสุเทพ

วัดพระธาตุดอยสุเทพ

ไม่ได้ยืนนับขั้นบันไดเสียด้วยสิ จึงไม่รู้ว่าบันไดมีกี่ขั้น แต่สำหรับใครที่ต้องการความสะดวก เค้าก็มีบริการรถกระเช้า ขี่ขึ้นไปได้ ไม่แพงอะไรสำหรับคุณหนู

นายเดย์ที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ

นายเดย์ที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ

ข้างบนดอยมีฝนตกปรอยๆ ผสมกับหมอกจางๆ ผมเองก็ดันหาเรื่องยุ่งยากให้เพื่อน ให้ออกมาถ่ายรูปให้ ในขณะที่ตอนนั้น กลัวน้ำฝนจะทำกล้องตัวนั้นพังลงไป

เราเดินเท้าเปล่ารอบพระธาตุ เพราะบนดอยนี้ห้ามใส่รองเท้า ผู้หญิงก็ห้ามนุ่งสั้น คงจะเป็นกังวลเรื่องการความสะอาดและกลิ่นกระมัง (กลิ่นมันเกี่ยวอะไรกับนุ่งสั้นวะเนี่ย)

นายเดย์ที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ

นายเดย์ที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ

การบูรณะองค์พระธาตุ ทำให้บรรยากาศโดยรวม คลายความสวยลงไปนิด ประเด็นอยู่ที่ว่านายเดย์คนนั้นไม่ยอมถอดแว่นสักที ทั้งที่ไม่มีแม้แสงแดด มีแต่หมอก ฟ้าออกจะครึ้มไปเสียด้วยซ้ำ ไม่เป็นไร ขอหล่อไว้ก่อน อย่างอื่นค่อยว่ากันทีหลัง แหะๆ

นายเดย์และผองเพื่อนที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ

นายเดย์และผองเพื่อนที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ

รูปดูไม่ชัด เพราะม่านหมอกบังเลนส์ พวกเราเดินมาถึงจุดชมวิว บริเวณด้านหลังองค์พระธาตุ มองลงไปจากจุดนั้น ก็เสียวสันหลังพอดู แต่ผมว่าตรงจุดนี้แหละครับ น่าจะใช้เป็นทางด่วน กระโดดลงไปเล่นได้ แต่ไม่รับรองความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน หึหึ

กลุ่มเราเดินวนเล่นบนนั้นราวชั่วโมง ก่อนยกโขยงลุยกันต่อที่บ้านม้งดอยปุย ต้องขับรถไปต่ออีกราวๆ 10 กิโลเมตร (ในใจนึกไปพลางๆกิโลเมตรหรือกิโลแม้ววะ) ทางขึ้นสูงชัน ต้องอาศัยคนชำนาญทางช่วยขับ ส่วนตัวผมก็นั่งบีบขมับ ขมิบอวัยวะบางส่วนไป เพราะความเสียว ขวามือคือเขา ซ้ายมือคือเหว ถนนยิ่งแคบๆ รถวิ่งสวนทางที หลีกทางให้กันจนเกือบตกถนน

บ้านม้งดอยปุย

บ้านม้งดอยปุย

ไปถึงที่นี่ได้แบบจะตายแหล่มิตายแหล่ สายแดดอ่อนๆ ลมพัดเบาๆ ไม่ได้ช่วยบรรเทาอาการเกร็งลงไปได้ ในใจก็คิดว่าไม่น่าขึ้นมาเลย

นายเดย์และผองเพื่อนที่บ้านม้งดอยปุย

นายเดย์และผองเพื่อนที่บ้านม้งดอยปุย

อย่าให้ความกลัวมาขวางกั้นอิสรภาพแห่งการเดินทางครับ เราหอบสังขารอันเละเทะไปถึงที่นั่นจนได้ ถึงแม้ไม่ได้อะไรติดมือกลับมา แต่ความทรงจำดีๆ ยังไม่ลืมเลือน

พวกเราไม่ได้อยู่ที่นั่นไม่นานนัก เพราะจุดหมายถัดไปรออยู่ ดูเวลาก็เลยมาครึ่งค่อนวัน พยาธิในท้องก็ร้องกันระงม ความหิวกระหายเริ่มมาเยือน สารคัดหลั่งจำพวกเหงื่อ ก็ไหลได้ไหลดี ทั้งที่ไม่ได้ร้อนอะไรมากมาย

จุดชุมวิวต่างๆ บริเวณถนนเพื่อเดินทางไปยังวัดพระธาตุดอยสุเทพ

จุดชุมวิวต่างๆ บริเวณถนนเพื่อเดินทางไปยังวัดพระธาตุดอยสุเทพ

ตอนขาลงจากดอยก็จอดชมวิวตามจุดต่างๆสองสามที่ แต่ใช้เวลาโดยรวมน้อยมาก ด้วยตอนนี้เริ่มบ่ายเข้ามาแล้ว แสงแดดแก่ๆ เริ่มกระตุ้นให้เม็ดสีผิวทำงาน อย่างว่าขาขึ้นมาเป็นมาม่าน้ำใส ขาลงไปเป็นยาแก้ไอน้ำดำ เอิ๊กๆ

หลังจากลงมาจากดอย เราไปล่องแพกันต่อที่แม่น้ำเล็กๆสายหนึ่ง (จำชื่อไม่ได้ แหะๆ) แถวอำเภอหางดง บึ่งรถไปโดยใช้เวลาเกือบชั่วโมง ส่วนตัวก็บรรทมด้านหลังรถไปพลางๆ

จอดรถซื้อไก่ย่าง ตามด้วยเบียร์ 5-6 ขวด พอดับกระหาย เพิ่มน้ำให้ร่างกายเราสักหน่อย พอไปถึงที่นั่น ก็จัดแจงผลัดผ้าเป็นกางเกงขาสั้น พร้อมลุยน้ำเล่นโคลน กล้อง โทรศัพท์ กระเป๋าตังค์ ทิ้งไว้ในรถครับ เพราะฉะนั้นช่วงนี้ ไม่ต้องแปลกใจ ไม่มีรูปประกอบ แหะๆ

สวนสัตว์เชียงใหม่

สวนสัตว์เชียงใหม่

เรามากัน 7 คน ต้องแบ่งเป็น 2 แพ เพราะแพไม้ไผ่ รับน้ำหนักขนาดนั้นไม่ได้ ทีนี้ต้องแยกกันล่ะครับ ลำหนึ่งต้องคู่ ลำนึงต้องคี่ (เป็นที่มาของคู่คี่) ลำของผมเสียสละรับภาระคู่เองครับ เราจึงได้สี่คน (อีกลำ 3 คน)

พอออกจากจุดปล่อยได้สักพัก ก็หยุดพักจับเสบียงอาหารเครื่องดื่มที่เตรียมมา มากินกัน กินข้าวกินน้ำกันบนแพนี่แหละ และด้วยความเย็นของน้ำ เราจึงดื่มด่ำกับมันแบบสุดๆ

พอทานกันเสร็จเรียบร้อยก็ปล่อยลำออกจากที่นั่น สู่สายน้ำอันเชี่ยวกราดทันที ส่วนตัวทำหน้าที่เป็นหัวเรือ รับผิดชอบชีวิตลูกเรือและเบียร์ทั้งหมด คิดมาแล้วเหมือนฝากชีวิตไว้กับเด็กมือไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมจริงๆ

คบเด็กสร้างบ้านอาจจะใช่ แต่หนนี้ไม่ครับ ผมพาแพล่มไป 2-3 ครั้ง แต่ล่ะจุดนี่อันตรายโคตรๆ ไม่ว่าจะเป็นมุมโค้งหักฉอก หรือมุมแคบๆผ่านช่องโขดหิน ฝนก็ดันมาตกทับทมลงมาอีกจากกระแสน้ำที่แรง ยิ่งทวีความเชี่ยวเข้าไปอีก หนักสุดไปล่มเอาช่องแคบโขดหินนี่สิครับ ขวางลำเลย แพลำอื่นๆที่ตามมาเป็นต้องชะงัก จราจรติดขัดไปทันตาเห็น เพื่อนคนหนึ่งต้องมุดลงไปใต้ลำแพ แล้วยกขึ้น เมื่อยกขึ้นได้ น้ำที่ไหลแรงก็พัดพาแพออกไป ตัวเรายิ่งกลัว ว่าหัวมันจะไปชนเอากับหินเข้า เสียวๆ

พอขึ้นแพมาได้พอได้ ค่อยอุ่นใจขึ้นมาหน่อย เพราะผ่านจุดอันตรายมาได้ทั้งหมดแล้ว ล่องไปอีกนิดเดียวก็ถึงจุดสิ้นสุดแล้ว เหมือนยกแพออกจากอก ภาระที่หนักอึ้งสิ้นสุดเสียที ถึงแม้จะสลับหน้าที่กับเพื่อนคนหลังที่ทำหน้าที่เป็นหางเสือ คอยหมุนลำแพกลับไปกลับมาก็ตามที

จบทริปนี้ ผมไม่เข็ดกับแพและน้ำหรอกครับ สนุกดี ถึงแม้ลูกเรือจะหน้าถอดสีก็ตาม เหอะๆ

ตอนเย็นวันนั้นพลันเก็บสัมพาระข้าวของ กับอุดรธานี ที่ซุกหัวนอนในบัดดล

ปล.ไม่อยากจะเขียนก็แบบนี้แหละครับ เขียนทีไร ยาวๆทุกที

อ่านเรื่องราวอื่นๆ

15 Responses to “ทริปเที่ยวเชียงใหม่ (วัดพระธาตุดอยสุเทพ)”

  • joyc says:

    เรื่องการจะไปนมัสการพระธาตุ ซึ่งเป็นตัวแทนเป็นเครื่องระลึกนึกถึงพระพุทธเจ้านั้น
    จะต้องถอดรองเท้าและแต่งกายให้สุภาพ เพื่อเป็นการเคารพสถานที่ เข้าใจปะ

    บุพกรรมของพระเจ้าพิมพิสารที่ต้องโดนกรีดเท้า
    เป็นเพราะในชาติก่อน สวมรองเท้าเดินบนลานพระเจดีย์

    มาเจิมเป็นคนแรก ^_^

  • charin says:

    เคยไปที่ดอยสุเทพ 2 หนครับ ตอนแรกเห็นบันไดเดินขึ้นก็เสียว แต่พอได้เดินขึ้นจริง ๆ มันก็ไม่สูงเท่าไหร่ คงเป็นเส้นทางเที่ยวคล้าย ๆ กันกับคุณเดย์นั่นแหละ

  • อ้อแอ้ says:

    ขายขี้หน้ามากมาย
    เลยเนอะ พี่เดย์

  • 10Logic says:

    น่าสนุกดีครับ

  • ณ ที่นี้มีบนบาน ครับสำหรับผม รอออกหัวก้อยอยู่ หุหุ

  • ylibraryhub says:

    ไปมาเมื่อสองเดือนที่แล้วอ่าาา
    ไปไหว้ครูบาก่อนขึ้นเขาด้วย

  • มิตร says:

    รูปขาวดำ เทห์สุดเลยๆ พี่

    น่าสนุกครับๆ

  • SumoZa says:

    เชียงใหม่ ไม่ได้ไปมาหลายปีแล้ว … เห็นรูปแล้วอยากไปอีกจัง

  • ถ่ายรูปมาดูเท่ห์มากมายเลยค่ะ อิอิ

  • iDay says:

    @joyc ใครจะรู้ดีไปกว่าจอยล่ะ แหะๆ
    @charin ใช้งบหลวงไปหรือเปล่าครับลุงชรินทร์ ฮาๆ
    @อ้อแอ้ ขายขี้หน้าตรงไหรหว่าอ้อ รูปตัวเองไม่สวยอ่ะดิ เอิ๊กๆ
    @10Logic ไปเที่ยวก็ต้องสนุกสิครับ ยิ่งไปหลายคน ยิ่งความจำนวนความสนุก
    @หมออนาเมา วันนั้นลืมไป ลืมจอดไหว้ครูบาด้วยสิ กะจะมาไหว้ขาลง แต่พอลงมาจริงๆดันลืมไปเลย
    @ylibraryhub ผมลืมไหว้ครับพี่วาย ลืมไปได้ไงไม่รู้ สงสัยจุดหมายเบื้องตาคาอก
    @มิตร ขอบใจจ๊า ใช้ GIMP ปรับโทนสี ลองทำเล่นๆแต่ออกมาดีเลยเอาเลย
    @SumoZa ผมก็พึ่งไปเป็นหนแรกในชีวิตครับ
    @แม่น้องต้นหนาว เท่ห์ อุเทน พรหมมินทร์ หรือเปล่าครับ 55+

  • mayzdream says:

    ยังไม่เคยไปเที่ยวเหนือเลยแฮะ หนาวนี้ต้องหาโอกาสไปให้ได้ *^*

  • thanisornn says:

    ขอบคุณที่เข้ามาเม้มนะบล็อกผม

    ผมว่าเชียงใหม่ ยังมีที่เที่ยวอีกเยอะนะครับ
    มีทั้งเกี่ยวกับวัฒนธรรม และความสมัยใหม่ครับ
    คือไปเที่ยวเดียวได้ทั้งบุญได้ทั้งเมา
    อิอิ

  • เดย์บ้ากล้อง

  • keror says:

    เสี่ยวได้อีก

  • cotton says:

    อ่านแล้ว ดูภาพแล้ว ก็อยากไปเที่ยวววววววววววววววววว (เอ่อ มาตะโกนใส่บล็อกนายเดย์ ทำไมเนี่ย)

Leave a Reply

เรื่องราวตามผลการค้นหา
เรื่องราวรายบล็อก
ร้อยแปดสาระไอทีเพื่อคนไทย 10LOGIC เว็บบล็อกคนพันธ์ตรรกะ เพราะชีวิตมีมากกว่า 0 และ 1 7Blogger.com AkeBlog-บล็อกนายเอก: Affiliate Marketing,Blog Advertising,Blog Tools,WordPress Tools,Affiliate Program RSS Feed สนใจดูดาวกับน้องลิงมั้ย? แตกต่าง หลากหลาย บนสายใยเดียวกัน บล็อกปัน ปัน บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับ ปัน ปัน, เด็กแพ้โปรตีนจากนม, โรคเกี่ยวกับเด็ก, ของเล่นเด็ก, อาหารสำหรับเด็ก, หนังสือสำหรับเด็ก, นิทานสำหรับเด็ก, พัฒนาการของเด็ก bombik | many little things I’d like to share  เปิดโลกการเรียนรู้ลีนุกส์ :: Linux World เว็บบล็อกฮาๆขอป้าชลลี่ CymryBot’s Weblog บล็อกสบายสบายของนายบอย … The miracle land of inspiration เว็บนี้ไม่สนุก แต่ฟลุ๊คเข้ามาแล้วเป็นมงคล กับเรื่องโดน ๆ ของวัยทีน.. บล็อกบ้าบ่นของคนไอที รวมเทคนิคไอโฟน iPhone บล็อกของไอ้ติวเตอร์…เล่าถึงความหลังและความรู้ ที่ว่างของใจ JAN – HON MakeMany : ข่าวสารเว็บบล็อก การทำบล็อกเพื่อธุรกิจ การปรับแต่ง Blog เพื่อสร้างอันดับใน Search Engine Mekz Connecting | เว็บ เน็ต คอม ไอที สาระดีๆ บันทึกพ่อชิทท์เกี่ยวกับน้องนะโม เว็ปของนาย เว็ป NiNeMarK.net PatSonic.com เว๊ปบล็อกที่โม้แต่เรื่อง Software as a Service บล็อกเล็ก ๆ ของเป็กซ์ครับ  PWBlog พีเอชพีวินด์บล็อก (PHPWind) อัพเดท สารพัดประโยชน์ของคนไอที WordPress และ PHPWind Thai Rachanont.com ผู้ชายป้ายแดงเล่าเรื่องบล็อก medical knowledge blog Photo Restoration and Retouching เปิดกระโหลกสร้างเงินล้านออนไลน์ เรื่องดีๆ มีอีกเยอะ Thailand Blog Marketing Tips to Help You Make Money online – ThaiNetblog หมออนามัย ไม่มีอีกแล้ว…. โอเลี้ยง
เรื่องราวรายบุคคล
เรื่องราวรายหมวด
เรื่องราวรายเดือน