ประชันบทเด็ด Peetai VS PoorBlogger คนไหนจะได้เป็นพระเอก คนไหนจะเป็นแค่พระรอง ผมเกริ่นมานานแล้ว ว่าจะขอสัมภาษณ์ Peetai แห่ง Peetai.com กับคุณ BigNose แห่ง PoorBlogger (และอีกหลายๆบล็อก) และขอขอบคุณทั้งสองท่าน เป็นอย่างยิ่งที่สละเวลา เขียนตอบกลับมา ไม่เว้นยังยิงมุขขำๆ กลับมาให้เราได้หัวเราะ มื่นชื่นกัน
คำถามแต่ละข้อนั้น บางข้ออาจอิงวิชาการ บางข้ออาจนอกเรื่อง เพื่ออยากให้อ่านแล้วดูผ่อนคลาย เพราะเห็นเขาสัมภาษณ์กันในนิตยสาร ออกแนวประมาณนี้ เลยขออภัยหากบางคำถามเป็นการล่วงเกิน ทาง Peetai ยืนยันการันตีมาแล้ว “คำถามทั้งหลายก็ไม่ได้เป็นคำถามที่ล่วงละเมิด หรือมีผลทางแพ่งหรืออาญาแต่อย่างใด” เลยสบายใจขึ้นมาหน่อย ว่าแล้วก็ไปอ่านกันเลย
1. ถ้าโลกใบนี้ไม่มีอินเตอร์เน็ตจะเป็นอย่างไร
Peetai: ถ้าโลกนี้ไม่มีอินเตอร์เน็ต แสดงว่ามนุษยชาติของเราไม่รู้จักวิธีการประยุกต์ใช้งานสภาวะของอิเล็กตรอน ซึ่งเป็นพื้นฐานของวิชาอิเล็กทรอนิกส์ แล้วอิเล็กทรอนิกส์ก็เป็นพื้นฐานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, ระบบเครือข่าย, ระบบคอมพิวเตอร์ และระบบอินเตอร์เน็ตในปัจจุบันนี้ครับ การไม่มีอินเตอร์เน็ตในโลกใบนี้ จึงมีนัยยะสำคัญดังที่กล่าวมา
PoorBlogger: คงเหมือน “ปังคุง” ที่ไม่มี “เจมส์” อยู่เคียงข้างครับ การผจญภัยคงขาดรสชาติ ชีวิตคนเราคงดูเหมือนจะสั้นลง เพราะมีอะไรที่เรียนรู้น้อยลงมาก และทุกอย่างที่เรียนรู้คงต้องขนขวายค้นหาด้วยความยกลำบากและใช้เวลานาน เพราะในปัจจุบันเราสามารถหาทุกอย่างได้ทางอินเตอร์เน็ท
2. คุณมีวิธีแสดงตัวตนบนโลกออนไลน์ได้อย่างไร สมมุติว่าไม่ได้เขียนบล็อก
Peetai: อัดวีดีโอคลิปแล้วโพสต์ขึ้น YouTube เหมือน LonelyGirl15 ครับ
PoorBlogger: คงทำ website ครับ เมื่อหลายปีก่อนผมทำ website ชื่อ bignosecity.com สอนภาษาอังกฤษ ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจนต้องรีบปิดตัวไปก่อนวัยอันควร
3. คิดอย่างไรถึงมาเขียนบล็อก
Peetai: ผมชอบให้ทรัพย์สินของผมทำงานให้กับผมครับ แล้วบล็อกก็เป็นทรัพย์สินอย่างหนึ่งที่ทำงานให้กับผมได้ มันสามารถนำเสนอข้อมูลให้กับผู้อ่านได้ ในขณะที่ผมกำลังพักผ่อนอยู่ มันสามารถมีมูลค่าเพิ่มขึ้นได้ตามกาลเวลา โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่า ผมควรจะออกแรงบ้าง เพื่อปรับปรุงเนื้อหาของบล็อกให้มีคุณภาพ และสม่ำเสมอ
PoorBlogger: ตัดสินใจเขียนเมื่อพบว่า เราเป็นอิสระจากการจ้างคนอื่นทำ website ครับ เราจัดการ blog ได้เองอย่างง่ายดายในรายจ่ายที่ต่ำมาก หรือไม่มีค่าใช้จ่ายเลย
4. ปัจจุบันมีบล็อกอยู่จำนวนกี่บล็อก แบ่งเป็นบล็อกชุมชนสัมพันธ์และบล็อกทำเงินนะจ๊ะ
Peetai: ตอนนี้ผมมีบล็อกอยู่เพียง 2 บล็อกเองครับ ที่ผมยังแตะต้องมันอยู่ ที่เหลือผมประกาศปิดไปอย่างเป็นทางการหมดแล้ว หากอยากรู้ว่าผมมีบล็อกอะไรบ้าง ก็หาดูได้ง่าย ๆ จากลิงค์ในบล็อกของผม ที่ชี้ไปยัง www.technorati.com และ www.mybloglog.com ครับ
PoorBlogger: เกือบๆ 20 blog ได้แล้วมั่งครับ blog เพื่องานกาชาดตามที่เห็น 3-4 blog ส่วน blog ทำเงินก็ประมาณ 5-6 blog ที่เหลือเป็น blog ที่โลกลืมครับ
5. สมมุติว่าคุณไปอยู่ในประเทศที่มีการกีดกันความคิดเห็นผ่านอินเตอร์เน็ตอย่างเช่นจีนหรือพม่า คุณจะมีวิธีอย่างไรถึงจะมีอิสระในการแสดงความคิดเห็นได้
Peetai: หากเราอยู่ในประเทศที่มีการกีดกันความคิดเห็นจริง รัฐบาลประเทศนั้น ๆ ย่อมกีดกันในทุก ๆ มิติที่จะทำได้อยู่แล้ว ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น อิสระที่เราจะแสดงความคิดเห็นก็จะถูกบีบแคบลง จนกระทั่งเหลือช่องทางเดียวในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งรัฐบาลไม่สามารถกีดกันได้อีกต่อไป นั่นคือ การแสดงความคิดเห็นกับตัวของเราเองครับ
PoorBlogger: อยู่เงียบๆคนเดียว หรืออย่างมากก็แสดงความคิดเห็นกับคนสนิทครับ ผมเป็นคนรักสงบครับ
6. นอกจากเขียนบล็อกแล้ว งานอดิเรกของคุณคืออะไร
Peetai: อ่านหนังสือการ์ตูน, ดูหนังผ่านเครื่องเล่นวีซีดี และหาของกินในห้างสรรพสินค้าครับ
PoorBlogger: ในช่วงนี้มีแต่เขียน blog เป็นงานอดิเรกครับ ให้เวลามากกว่างานประจำด้วยซ้ำไป
7. อยากรู้จำนวนภรรยาและอายุของทั้งสองท่าน พอจะแง้มๆเป็นปริศนาให้ขบคิดกันได้ไหม
Peetai: เป็นความลับทางทหาร ที่มีผลต่อความมั่นคงของผมครับ อิ อิ
PoorBlogger: ยังโสดครับ เพราะตัดสินใจอยู่ว่า จะเป็นน้องอั้มหรือน้องแตงโมดี น้องปู ไปรยาก็มาแรง เลือกไม่ถูกว่าจะรับงานขับรถให้ใครดี อายุมากกว่า blogger ทุกคนที่รู้จักครับ แต่ยังรู้สึกว่าอายุ 27-28 มาหลายปีแล้ว
8. อะไรที่ชอบที่สุดในตัวบล็อกครับ
Peetai: กลไกการเปลี่ยนแปลง Theme และกลไกของ plugins ครับ อันนี้ชอบมาก เพราะถือว่าให้อิสระกันมากเลยทีเดียว
PoorBlogger: Content ตัวเองครับ ครบทุกรสชาติ มีตั้งแต่ดีไปจนถึงเน่า
9. แขนงของ Web2.0 ส่วนใดที่คุณคิดว่าจะมาแรงที่สุดในไทย
Peetai: ถ้ามาแรงที่สุดในไทยก็คงหนีไม่พ้น Weblog นั่นแหล่ะ เพราะเห็นเขียนกันทั่วบ้านทั่วเมืองเลยนี่นา ไม่ว่าจะเป็นที่ Bloggang, Blogger, Exteen, WordPress, Multiply, OkNation, GotoKnow , BlogTh และ BlogRevo บางคนก็จดโดเมนเขียนเป็นเรื่องเป็นราวไปเลยก็มีเยอะแยะ
PoorBlogger: ยังไม่รู้จัก web 2.0 ลึกซึ้ง แต่คิดว่า blog เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับการที่ user สามารถสร้าง content ขึ้นมาได้ จะนำเสนอออกมาในรูปของข้อความ เสียง ภาพ หรือวิดีโอ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง อืม เป็นคำถามเดียวกันกับนักการเมืองสาวสวยมากคนนึง ได้ถามผมเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้เอง เธอฝากถามมาหรือเปล่าครับ ชักสงสัย
10. ฝากข้อคิด เทคนิคไว้สัก 2-3 ข้อ ให้คนเขียนบล็อกหน่อยสิครับ
Peetai: ถ้าอยากเขียนบล็อกแล้วคนอ่านเยอะ เราต้องเป็น unique เขียนไม่เหมือนใครครับ และที่สำคัญ เราต้องเขียนแล้วสามารถ ดึงหัวใจของคนอ่านออกมาเต้นตุ้บตั้บ ด้วยความรู้สึกตื่นเต้น, ลิงโลด, ประทับใจ, ตื่นตระหนกได้ครับ ซึ่งผมเองก็กำลังพยายามอยู่ และที่สำคัญก็คือ “อย่าเขียนอะไรที่แม้แต่เราเองอ่านแล้วก็ยังรู้สึกเบื่อ, เซ็ง และอิดหนาระอาใจครับ”
PoorBlogger: ถ้าเขียนเพื่ออยากระบายก็อาจจะไม่ต้องคิดอะไรมาก แต่ถ้าเขียนให้คนอ่าน ก็อาจจะต้องคำนึงถึงเรื่องผลที่จะตามมา หรือระมัดระวังให้มากกว่าการเขียนอ่านเองครับ ถ้าจะเขียนเพื่อผลทางธุรกิจ ก็คงต้องให้มีความชัดเจนของเนื้อหาที่ต้องการจะสื่อ เพราะเนื้อหารูปแบบไหนก็ตามสามารถ make money ได้ครับ จะมากหรือน้อยเท่านั้น ถ้าใครทำ AdSense ก็ต้องรู้จักการอยู่ร่วมกับ click bomb ครับ เราปฏิเสธมันไม่ได้ก็อยู่กับมันเสียเลย
อิสระในการแสดงความคิดเห็น ในข้อ 5 นั้น ในไทยเราก็เริ่มปิดกั้นกันแล้ว เห็นได้จากการสั่งปิดเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่พึงประสงค์ แต่ยังนับว่าไทยเรายังมีอิสระพอสมควร เมื่อเทียบกับ ประเทศที่ปิดกั้นความคิดผ่านอินเตอร์เน็ต อย่างเช่น จีน พม่า เบราลุส เวียดนาม หรือแม้แต่ อิยิปต์ ที่พึ่งติดโพลเข้ามา เหตุผลก็เพราะบรรดา Bloggers นี่แหละครับ และถ้าหากโยงใยจากข้อ 5 ไป ข้อ 1 ปัญหานี้คงไม่เกิดขึ้น เพราะเราไม่มีอินเตอร์เน็ต อย่างนี้ล่ะครับ เขาเรียกว่าเทคโนโลยีไม่ใช่ปัญหา แต่ติดที่คนมีปัญหา บุคคลเหล่านี้ เขาจะพยายามตั้งโจทย์ที่จะล่วงล้ำ มาตรการความปลอดภัย ทางเทคโนโลยีได้อย่างไร จากนั้นเขาจะทำตามสมมุติฐานที่อาจเป็นได้ ไปทีละข้อ เมื่อพบจุดบกพร่องทางเทคโนโลยีนั้นๆ ความง่ายที่จะบุกรุกก็เกิดขึ้น (ขอยืมสุนทรพจน์ของพี่ไท้มาประกอบ) ลงท้ายก่อนจะจบเรื่องสักหน่อย พร้อมกับตอบคำถามของคุณ BigNose จากข้อ 9 ที่ว่ามีนักการเมืองสาวสวย ฝากถามหรือเปล่า อันนี้ไม่ใช่จริงๆ นะครับ

จากที่อ่าน ผมว่าคุณ BigNose น่าจะโตกว่าผมซัก 20 ปีได้ครับ อิ อิ
ไว้แว่บไปคารวะคุณ BigNose ที่บล็อกหน่อยดีกว่า อ้อ อีกอย่าง ขอบคุณ
สำหรับการสัมภาษณ์ครับ ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากเลยนะ ที่ได้ถูกสัมภาษณ์แบบนี้ T-T ซาบซึ้ง
อ่านแล้ว เข้าใจในอีก 2 มุมมองของผู้อาวุโสครับ
เป็นความคิดเห็นที่ต่างมุมกันเลยนะครับ เป็นมุมมองที่น่าสนใจทีเดียว
ผม 30 กลางๆครับคุณไท้ ต้องรีบบอกเดี๋ยวสาวๆมาอ่านแล้วเมิน ขอบคุณ
คุณเดย์ที่สัมภาษณ์ครับ
ผมแอบชื่นชมสองท่านนี้มานานแล้ว มีโอกาศดีๆ เลยขอสัมภาษณ์เสียเลย ประเดี๋ยวจะมีคนชิงตัดหน้าไปก่อน
อ่านแล้วเข้าท่าดีนะ แวะมาเยี่ยม
เวบบอร์ดใหม่หน่อยนะ