Harry Potter and the Marketing Concept
อย่าแปลกใจไปเลยครับ นี่ไม่ใช่ภาคใหม่ของ Harry Potter วรรณกรรมเยาวชนชื่อดัง ของเจเค โรว์ลิ่ง (JK Rowling) หรอกนะครับ แต่เป็นแนวคิดการตลาดแบบใหม่ ที่โยงใยเชื่อมต่อ สัมผัสสัมพันธ์กันได้อย่างลงตัว
Harry Potter Marketing เป็นหนึ่งไอเดียดีๆ ที่ได้รับการยอมรับจาก Breakthrough Ideas 2007 ของวารสาร Harvard Business Review ที่เขาจัดทำกันทุกปี (ผมอ่านมาจากผู้จัดการรายสัปดาห์ ฉบับวันที่ 26 มีนาคม-1 เมษายน ต่ออีกที) เขาว่ากันว่าถ้าใครได้อ่านหนังสือ Harry Potter จะรู้สึกว่าตัวละครจะค่อยๆโต ไปเรื่อยๆ คนอ่านก็จะค่อยๆโตไปตามตัวละครในนั้น ก็เหมือนกับในภาพยนตร์ที่เข้าฉายให้ชมตามโรง กันนั่นล่ะครับ นักแสดงนำไม่เปลี่ยน ตัวละครเด่นๆไม่เปลี่ยน กลับเป็นคนเดิมที่โตขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุของนักแสดงเหล่านั้นแทน แต่ถ้าตัวละครยังเหมือนเดิม เหมือนกับในภาคแรกนั้น อย่างนี่สิยิ่งแปลกไปใหญ่ ว่าไหมครับ
การจะใช้ผลิตภัณฑ์ใดๆแล้ว จะมีช่วงเวลาเป็นตัวกำหนดกฎเกณฑ์ไว้ชัดเจน เช่นของเล่นก็เล่นได้เมื่อเราเป็นเด็ก สบู่ โฟมล้างหน้า ยาสระผม หรือแม้แต่ครีมโกนหนวด จะมีช่วงเวลาที่เราต้องใช้ คือตอนเริ่มเป็นหนุ่มสาว แล้วก้าวขึ้นเป็นผู้ใหญ่ วัยกลางคน ไม่ได้ใช้แต่อันเดียวอยู่ตลอดหรอกครับ ยิ่งปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทมีหลายการแข่งขันสูง ผู้บริหารต่างใช้กลยุทธ์ต่างๆนานา เพื่อดึงรั้งให้ผู้บริโภค ยังคงใช้ผลิตภัณฑ์นั้นๆอยู่ จะด้วยความจงรักภักดีหรือไม่รู้จะใช้อะไรดีก็เหอะ
Harry Potter marketing มีแนวคิดที่ต่างออกไป คือเน้นสร้างผลิตภัณฑ์ หรือตราสินค้า ที่พร้อมจะเติบโตไป พร้อมๆกับผู้บริโภค ฉะนั้นในวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ย่อมมีจุดสิ้นสุด ตายตัว แต่ก็หลายปี ดีดัก จนสามารถที่จะสร้างผลงานชิ้นใหม่ออกสู่ท้องตลาดได้
Harry Potter ก็ไม่ต่างจากสินค้า ชิ้นหนึ่งที่จำหน่ายตามท้องตลาดหรอกครับ เมื่อสินค้าที่ใช้หลักการตลาดแบบ Harry Potter marketing มีจุดจบ วรรณกรรมเยาวชนชิ้นเอกนี้ ก็มีอันต้องจบเช่นกัน ทาง JK Rowling (ผู้แต่ง) ให้สัมภาษณ์กับ นิตยสาร Tatler ว่าจะเขียนเรื่องนี้ 7 เล่มเท่านั้น ถ้าจะเขียนเรื่องต่อไป ก็คงเป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย เบื้องหลังเพื่อการกุศลอะไรประมาณนี้ล่ะครับ และตอนนี้นั้น เรื่องก็ดำเนินมาถึงเล่มที่ 5 แล้ว สำหรับภาพยนตร์ และจะเข้าฉายในเดือนกรกฎาคม 2007 นี้ โดยมีชื่อตอนว่า Harry Potter and the Order of the Phoenix ส่วนตอนที่ 6 นั้น (Harry Potter and the Half-Blood Prince) ตอนนี้กำลังถ่ายทำกันอยู่ วางแผนจะให้เสร็จทันฉายในปี 2008 และตอนสุดท้าย (Harry Potter and the Deathly Hallows) กำลังรวบรวมข้อมูล วางแผนไว้ให้ทันปี 2010 พอดี แต่หนังสือนั้นเขียนเสร็จเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่ปีที่แล้ว พร้อมเก็บในตู้นิรภัยอย่างดีด้วย

การเติบโตของตัวละครในเรื่อง จะเริ่มเข้าสู่วัยหนุ่มสาว มีฉาก Love Scene สมวัยด้วย นับว่าเป็นการตลาดแบบ Harry Potter จริงๆ และถ้านำมาเทียบการ์ตูนดังจากญี่ปุ่นอย่างโดราเอมอน ที่ตัวละครไม่รู้จักโตเสียที ผมจำได้ว่าเคยดูตั้งแต่เป็นเด็ก จนตอนนี้โตเป็นหนุ่มแล้ว ตัวละครยังเหมือนเดิม ไม่รู้จักโตเสียที พอจะมีฉากวับๆแวม ที่ว่านางเอกของเรื่องแก้ผ้า อาบน้ำเห็นท่อนบนนิดหน่อยก็โดนแบนไปซะงั้น เมื่อครั้งยังเด็กก็เคยดูเหมือนกัน สำหรับโดราเอมอนนี้ แต่ตอนนี้ไม่ดูแล้ว มันเลยวัยว่างั้นเหอะครับ ส่วน Harry Potter ก็ติดตามดูเหมือนกัน ถึงแม้จะไม่ใช่แฟนพันธ์แท้ แต่ก็ได้ดูเกือบทุกภาค รู้สึกว่าเราจะโตตามตัวละครเหล่านั้นจริงๆ และนี้คงเป็นการเปรียบเทียบแบบง่ายๆ ของวงจรผลิตภัณฑ์ที่สิ้นอายุ ตามวัยของคน และดำเนินตามช่วงอายุของคน

นับวันแนวคิดด้านการตลาด ยิ่งดูน่าศึกษาและน่าสนใจกว่าเมื่อก่อนเยอะ การผุดขึ้นของไอเดียแปลกใหม่ เป็นตัวชูโรงให้ตลาดแข่งขันมีสีสันขึ้น การแตกแขนงของหลักการตลาด ไม่ว่าจะเป็น Internet marketing ที่เมื่อก่อนนั้น เป็นที่สนใจ แต่บัดนี้กลับผุดหน่อใหม่ มาเป็น Search Engine marketing เป็น Blog marketing เป็น feed marketing และอื่นๆ ที่น่าเรียนรู้กว่ารูปแบบเดิมๆ เรื่องต่อๆไปจะเขียนเรื่องการตลาดในเกมมาฝากกัน (In-Game Advertising) หลังๆมารู้สึกว่าบล็อกผมจะแตกแขนง เป็นบล็อกการตลาดไปเลยนะเนี่ย


จะเปลี่ยนแนวของบล็อกให้เป็นการตลาดเหรอคุณเดย์ ^o^ ปรับตัว 360 องศาเลยนะเนี่ย
ไม่หรอกครับพี่ไท้ ผมอยากให้เนื้อหามันครอบคลุมเท่านั้น บางทีจะเขียนแต่เรื่องของบล็อกอย่างเดียว ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องซ้ำๆซากๆ เลยขอปลีกตัวมาเขียนเรื่องการตลาดดูบ้าง อาศัยความรู้พองูๆปลาๆ เขียนไป อ่ารู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้างก็รอผลตอบรับกลับมาว่าเป็นไง ผมว่าเรื่องการตลาดนี้น่าสนุกดี มีวิธีการใหม่ๆ ให้น่าเรียนรู้ขึ้นกว่าเดิมอีก ส่วนที่ว่าปรับตัว 360 องศาเนี่ย ยังกะกลยุทธ์ใหม่ของนำ้ดื่ม นำ้ดำยี่ห้อหนึ่งเลยครับ คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอก เอา 3D ก็พอครับ
โอ้ มีการเชื่อมโยง ชักจูง หาแนวความคิดใหม่ๆ ที่ไม่ได้เน้นเนื้อหาเกี่ยวกับ blog เพียงอย่างเดียว ปรับกลยุทธ เพิ่มแรงดีงดูด สุดยอดไปเลยครับ
จะว่าไป การตลาดแบบนี้ มันมีอยู่มาทุกยุคทุกสมัยนะครับ เพียงแต่เขาอาจจะไม่ได้มองมันว่าเป็นการตลาดเท่านั้นเอง
อย่างศิลปินเพลง ทุกชุด ก็ควรจะโตขึ้น เพราะคนฟังที่ตามฟังพวกเขาตั้งแต่ก็ยังมีอยู่ สรุปว่า การตลาดแบบต่อเนื่อง ก็จะใช้กับสิ่งของสิ่งเดิม ที่ออกมาหลายครั้ง เป็นระยะเวลายาวนานหลายปีอะมั้งครับ
I LOVE HARRY POTTER
I LOVE YOU HARRY POTTER
hi harry potter. I like your movies so much. & i love you too.
by nikita sharma (INDIA)
Emma สวยมากเลย ตอนเล้กๆก็หน้ารักค่ะ
Yanisa
ชอบมากมากเลย harry potter
AMOO HA HARRY POTTER………….