Data about Data

ใครต่อใคร ต่างว่ากันว่า เรายังไม่คุ้นเคยหรือรู้จักกับ Web 2.0 มากพอ หรือบางคนยังไม่รู้จักมันเสียด้วยซ้ำ แต่แล้วความร้อนแรงของ Web 3.0 กลับระอุ ประทุกลบรัศมีของยุค 2.0 ไปแล้วซะงั้น และหลายคนคงงงเหมือนกันว่า ทำไม Web 2.0 ถึงได้อายุสั้นถึงเพียงนี้ แต่ในความคิดผม ผมว่าไม่น่าแปลกอะไร ที่พัฒนาการอินเตอร์เน็ต จะก้าวข้ามขั้น อย่างยิ่งยวดรวดเร็วเพียงนี้ บล็อกเกอร์อย่างเราๆท่านๆ ที่กำลังนั่งจ้อง อ่านเรื่องที่ผมกำลังเขียน อยู่ตอนนี้ ก็มีส่วนช่วยผลักดัน ให้มีการพัฒนาเร็วขึ้น

การเขียนบทความอะไรสักเรื่องขึ้นมาของแต่ละท่าน ในแต่ละวัน ก่อให้เกิดเนื้อหามากมาย และเนื้อหาเหล่านั้น ถูกเก็บไว้เป็นข้อมูลประจำบล็อกของท่าน แล้วสมมุติว่า บล็อกเกอร์ชาวไทยมีสักประมาณ 1,000 คน (มีบล็อกทั้งหมด 1,000 บล็อก) ต่างคนต่างเขียนเรื่องราวลงบล็อก กันคนล่ะเรื่อง วันละ 1 เรื่อง เมื่อเวลาผ่านไป 100 วัน จะมีเนื้อหาทั้งหมด มากถึง 100,000 เรื่อง และแน่นอนว่า เรื่องทั้งหมดนี้ ต้องมีเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ที่สัมพันธ์ หรือมีเนื้อหาสนับสนุน เชื่อมโยงกัน คราวนี้ละครับ จะเป็นเรื่องยาก ถ้าผมอยากอ่านเรื่องที่มีความเกี่ยวเนื่องกันใน 1,000 บล็อกนั้น จะให้ผมตามไล่อ่านไปทีล่ะบล็อก เห็นทีว่าจะไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง

การพัฒนาขึ้นมาของ Web 3.0 จุดประสงค์หนึ่ง ก็เพื่อแก้ไขปัญหาเบื้องต้นนี้ เมื่อมีข้อมูลมากมาย กระจัดกระจายกันอยู่ ตามบล็อกต่างๆ ทำอย่างไรถึงจะรวบรวมมาเก็บไว้ แล้วใช้คำอธิบายสักเล็กน้อย ให้เข้าใจความหมายที่ต้องการจะสื่อถึง ภาษาวิชาการเขาว่า Metadata (Data about Data) คือการใช้ข้อมูลบอกรายละเอียดของข้อมูล ซึ่งอาจเรียกสั้นๆว่า Tags ก็ได้ แต่ทั้งนี้แล้ว Tags ในที่นี้ จะถูกสร้างโดยอัตโนมัติ ไม่ได้ถูกสร้างด้วยมือ เฉกเช่นปัจจุบัน คือเราต้องมาคิดต่อกันว่า ในหนึ่งบทความที่เรากำลังเขียนอยู่นี้ ใจความสำคัญมันคืออะไร แล้วจะใช้คำใด สื่อความหมายแทน ใจความสำคัญที่ว่านี้ ผมว่ายังเป็นการยากอยู่ดี แม้แต่คนเราบางคน ยังอ่านจับใจความไม่ได้ แต่นี่ใช้คอมพิวเตอร์ประมวล หาใจความสำคัญ แล้วให้มันเลือกใช้คำ ที่สื่อความหมายของข้อมูลเหล่านั้นแทนมนุษย์ แต่ปัจจุบัน ผมว่ามันคงจะใช้ลักษณะการตรวจสอบคีย์เวิร์ด ที่ปรากฏบนหน้าเพ็จเสียมากกว่า จำพวกหา Keyword Density อะไรประมาณนี้

การทำงาน ในขั้นตอนการสร้าง Tags นี้ ไม่ต่างจากการอ่านหน้าเพ็จของ Robot ของ Search Engine ซึ่งถ้าพัฒนาถึงขั้นนี้ พวก SE จะทำงานได้ดีขึ้น ผลการค้นหาจะตรงใจผู้ใช้มากขึ้น และลักษณะของ Personalize จะมีความสำคัญเพิ่มขึ้นตามมา นิยามของ Web 3.0 ยังไม่ได้จบแค่นี้ มีอีกหลายๆอย่าง ที่ยังคลุมเครือกับความเป็นยุค 2.0 บางทีต้องรอให้ความเหลื่อมล้ำนี้ จางไปเสียก่อน Web 3.0 ถึงจะเด่นชัดขึ้น

เรื่องโม้อื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน

  1. 8 Responses to “Data about Data”

  2. ขอบคุณขอบคุณที่เริ่มแย้มความเป้น 3.0 ให้เราได้รับรู้กัน

    By CityBlue on May 22, 2007

  3. เคยคิดจะเขียนโปรแกรมจับเนื้อหาบทความมาตีตีโจทย์หาประเด็นของมัน แต่คิดอยู่นานก็ยังคิดไม่ออกว่าจะคำณวนยังไงให้มันตรงประเด็นของเนื้อหามากที่สุด - -”

    By HaMoo on May 22, 2007

  4. เรื่อง tag ผมก็กะจาใช้ มือ สร้างขึ้นมาน่ะครับ แบบว่าใช้ /search?=tag ใน wordpress แบบว่า ให้หาอ่านในบล็อกของเราเอง

    แต่ก็เหนื่อยครับ ถ้า ai ทำได้ขนาดนั้น แล้วเป็น plugin ของ wordpress เมื่อไร อย่าลืมเอามาลงนะครับคุณเดย์

    ที่จิง se ทำแค่ tag อย่างเดียวก็กินขาดแล้วมั้งครับ ^^

    By kakyomi on May 22, 2007

  5. อย่าลืมบทความสอน PHPLD นะค้าบบบบบ

    By [P] on May 22, 2007

  6. ตอบคุณ [P] ผมไม่ลืมหรอกครับเรื่องนี้ แต่ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้เขียนนี่สิ เป็นเรื่องหลักเลย

    By Admin on May 23, 2007

  7. ถ้างั้น บทความเราคงจะได้ทก ที่เป็น Is หรรือไม่ก็ are ล่ะมั้ง

    By Pailini on May 23, 2007

  8. น่าสนใจดีครับ แต่ผมมีคำถามที่สงสัยอยากถามหน่อยครับว่า
    ถ้า Web 3.0 จะเชื่อมโยงเนื้อหาเข้าด้วยกันโดนอัตโนมัติ โดยใช้ Tag หรือ Keyword ก็ตาม แล้วระบบมันทำอย่างไร รู้ว่าหรือตัดสินใจอย่างไร ว่าจะลิงค์ไปที่เว็บไซต์ไหน ??????

    By Mix on Jan 26, 2008

  1. 1 Trackback(s)

  2. Oct 2, 2007: Tags นั้นสำคัญไฉน - iDayBlog

Post a Comment