เมื่อชาวนามาเขียนบล็อก

บ่อยครั้งที่อาชีพอย่างชาวนา ถูกหยิบยกไปเป็นตัวแสดงในละคร หรือในภาพยนตร์ ทั้งไทยและเทศ ด้วยการใช้ภาพลักษณ์ แบบลูกทุ่งๆ มีการอยู่การกินรันทดหดหู่ สุดแสนจะลำเค็ญ หรือแม้แต่ใช้ คนไทยอีสาน แสดงเป็นคนใช้ ของบ้านเศรษฐีใหญ่โตทั้งหลาย ไอ้แจ๋ว แวว นี้ฮิตกันนักกันหนา ใช้มันเกือบจะทุกเรื่อง แล้วทำไมไม่เอาชื่ออย่างบักเดย์ นายจอห์นไปใช้บ้างล่ะ ท่าทางจะดังนะเนี่ย เหมาะสมอีกด้วย ทั้งชื่อออกจะอินเตอร์ หน้าตาก็อินเทรนด์ ประกอบกับสำเนียงภาษา “อีสานแท้ๆ” บ่แม่นลาว แบบนี้ คงจะสร้างสีสัน ในวงการบันเทิงบ้านเราได้เยอะนะ ว่าไหม!

เมื่อชาวนามาเขียนบล็อก

(ภาพประกอบจาก lib.kru.ac.th/rLocal)

กะว่าจะเขียนเรื่องนี้ ด้วยภาษาอีสานซะแล้ว แต่กลัวคนอ่านจะอ่านไม่รู้เรื่อง เลยขอกลั้นใจเขียน เป็นภาษากลางให้เข้าใจกันง่าย ไม่ต้องอธิบายกันยืดเยื้อ พูดตามตรง ก่อตั้งบล็อกนี้ขึ้นมา ทีแรกกะว่า จะใช้ภาษาท้องถิ่นอีสาน เป็นภาษาหลักซะแล้ว มันดูจะเข้าท่าดี ชนิดที่ว่าจำเพาะ เจาะกลุ่มคนไทยอีสานด้วยกันเอง เป็นการเผยแพร่ภาษาถิ่น ให้คนไทยได้คุ้นเคย รู้จักกันมากขึ้นด้วย แบบว่าคิดตื้นๆ นะครับ แต่ลองคิดไปคิดมา การใช้ภาษากลาง จะทำให้กลุ่มเป้าหมายเรามากขึ้นแฮะ อือ…. ไหนๆก็ไหนๆ เอาภาษาที่เราสื่อสาร แล้วเข้าใจกันดีกว่า สุดท้ายก็มาบรรจบ เป็นไอเดย์บล็อก ดังเช่นปัจจุบันนี้

ในฐานะ ที่ตัวผมเองเป็นชาวนาคนหนึ่ง ประสบการณ์ด้านนี้ไม่ต้องพูดถึง ผมเริ่มจับหางไถ มาตั้งแต่ผมยังไม่ขึ้น ป.4 ตอนนั้นอายุก็ไม่ถึง 10 ขวบด้วยล่ะมั้ง ถ้าถามว่าเหนื่อยไหม มันก็เหนื่อย เหนื่อยมากๆด้วย แต่เราสนุกกับมันครับ ตอนผมจับรถไถนาใหม่ๆ (รถไถนาแบบเดินตาม) ตัวผมยังเล็กๆ คิดดูว่าสิบขวบจะตัวเล็กแค่ไหน ถูกรถไถดีดมานักต่อนัก หลายคนไม่รู้จักอาจถามว่า มันดีดได้อย่างไร คือมันเป็นอย่างนี้ครับ ปกตินั้น รถไถนาแบบเดินตาม เวลาจะเลี้ยวไปด้านไดด้านหนึ่ง จะต้องกำเบรกด้านนั้น แล้วล้อด้านนั้นจะหยุด อีกล้อหนึ่งจะหมุน ก่อให้เกิดเป็นการเลี้ยวแบบรวดเร็ว ใครไม่รู้จังหวะการเลี้ยว ก็จะโดนตรงมือจับนั่นล่ะ เหวี่ยงฟัดเข้าให้ ลักษณะแบบนี้ล่ะ คือ “การดีดของหางไถ” นั่นแหละ ผมจะโดนดีดตรงท่อนขาบ้าง สะโพรกบ้าง บั้นเอวบ้าง และมีอยู่ครั้งหนึ่ง เล่นซะผมอาการหนัก เพราะมันเหวี่ยงฟัด เข้าหน้าอกอย่างจัง ต้องวิ่งแจ้น ไปซื้อยาแก้ช้ำในมากิน บวกกับเหล้าขาวใส่น้ำผึ้งอีก 1 กั๊ก (ผู้เฒ่า ผู้แก่เชื่อว่า สุราเป็นตัวช่วย ขับให้ระบบหมุนเวียนโลหิต ไหลเวียนได้สะดวก และการใส่น้ำผึ้ง หรือใส่น้ำตาลลงไปนั้น จะช่วยให้การดื่มกินง่ายขึ้น)

จะเป็นอย่างไร “เมื่อชาวนามาเขียนบล็อก” มันก็คงไม่ต่าง จากคนอื่นๆในสาขาอาชีพอื่น มากเท่าไหร่หรอก มันขึ้นอยู่ที่ว่าเราเต็มใจ จะให้หรือเปล่าเท่านั้น ถึงแม้บางคนจะเก่ง มีคนนับหน้าถือตามากเพียงใด แต่จะมีประโยชน์ใดเล่า ถ้าเขาไม่รู้จักแบ่งปัน เมื่อเทียบกับคนที่มีความรู้น้อยๆ ไม่เป็นที่รู้จักกันในสังคม แต่เขาแชร์ข้อมูล ให้เราได้อ่าน ได้ศึกษากัน แบบไหนมันดีกว่าเหรอครับ ถามหน่อย “ผมเองออกตัวว่าไม่เก่ง ชื่อเสียงในสังคมก็ไม่มี ไปสมัครงานที่ไหนเขาก็ไม่รับ” จริงๆนะเนี่ย เพราะสังคมไทย เป็นสังคมแฟชั่นชอบเห่อ จะรับคนเข้าทำงาน แต่ละที ก็เอาแต่สถาบันการศึกษาดังๆ ไอ้ที่ออกข่าวหน้าหนึ่งได้ยิ่งดี ผมเคยเจอมาที่หนึ่งเหมือนกันครับ ที่นี่เล่นฉีกใบสมัครผมต่อหน้าต่อตา แหม! ถ้าไม่รับก็บอกกันดีๆสิ คืนใบสมัคร และเอกสารให้ก็ได้ แบบว่าเสียดายเอกสาร ถ่ายมาสำเนาละ 2 บาทเชียวนะนั่น ชุดหนึ่งก็เป็นสิบบาท นี่ดีนะ ที่ผมเป็นคนอดทนและใจเย็น ไม่งั้นล่ะอดเตะปาก HR คนนั้นไม่ได้ (ขออภัยใช้คำไม่สุภาพ)

แปลกดีนะ ที่ผมผ่านช่วงวัยเด็ก มาได้อย่างสะบักสบอม แต่ช่วงเวลานั้น สั่งสอนให้ผมรู้จักเข้มแข็ง ไม่ยอมแพ้ ลองกลับไปอ่าน Blog Tag ผมดูไหมล่ะ จะเข้าใจในตัวตนผมมากขึ้น โพสต์นี้ ก็เป็นบันทึก ความทรงจำวัยเด็ก และประสบการณ์ที่ผ่านมาของผมอีกตอน อาจจะใช้คำพูดรุนแรงไปบ้าง แต่เจตนาแค่เพียงระบาย และเปิดเผยสังคมอีกมุม (มืด) หนึ่งให้ได้รับรู้ ใครอ่านแล้ว เห็นว่าไม่เหมาะสม ก็ถือซะว่า คุณไม่ได้อ่าน และผมไม่ได้เขียนก็แล้วกัน ลืมๆมันซะ

เรื่องโม้อื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน

  1. 20 Responses to “เมื่อชาวนามาเขียนบล็อก”

  2. HR ที่ไหนคะนั้น ช่วยใบ้กันนิด เป็น HR ที่เลวมาก คิดว่าคงไม่ใช่นโยบายของบริษัทที่จะดูถูก candidate ของบริษัทแบบนั้น แต่น่าจะเป็น bias และ พฤติกรรม ส่วนตัวของ HR คนนั้นมากกว่า

    คุณเดย์ท่องไว้ค่ะ “วาจาส่อภาษา กริยาส่อสกุล” “คนเราจะมีเกียรติเท่าไร ก็ไม่มากไปกว่าเกียรติที่เราให้คนอื่น”

    By Aoyoyo on Jun 11, 2007

  3. เด็กสมัยใหม่โชคดีครับ เกิดมามีพร้อม

    ถึงไม่มีพร้อมก็ไม่ได้ลำบากอะไรมากมาย

    ผมเป็นอย่างหน้า+หลังครับ เด็กที่ธรรมดาคนนึง ที่จะจบม.6

    คุณเดย์สู้ๆ ครับ

    ปล.แอบอ่านในห้องคอมฯ เอิ๊กๆเอิ๊กๆๆ ^^

    By kakiyomi on Jun 11, 2007

  4. เป็นการกระทำที่มิเหมาะสม จริง ๆ

    By PeeTai on Jun 11, 2007

  5. มีอะไรกันเหรอเหรอ เอิก

    By john on Jun 11, 2007

  6. อย่ารู้เลยคุณ Aoyoyo ไม่อยากไปว่ามิดีมิร้ายให้บริษัทของเขา มันเป็นที่ตัวพนักงานเขาต่างหาก เขาอาจคิดว่าผมไม่ทันเห็นกระมัง เพราะช่วงเวลาที่ผมจะกลับ หันหลังให้นิดหนึ่ง แต่ตาผมยังเหลือบไปเห็นเข้า จะจะเลย ลงถังขยะด้วย แต่ไม่เป็นไรครับ “ค่าของคน มันวัดกันที่สถานศึกษา” ก็ให้เขาคิดของเขาไป อาจเป็นที่บริษัทเลยก็ได้ ที่กำหนดกฎเกณฑ์ออกมาว่าจะรับ สถาบันใดได้บ้าง จะไปโทษเขาฝ่ายเดียวก็ไม่ถูก ค่านิยมมันพาไป “คุณค่าทางจิตใจ ก็ใช่ว่าจะดีและถูกเสมอไป” ด้วย ผมเองก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรด้วย ยังมีสมองให้คิด มีสองมือให้ทำ ความสำเร็จมันอยู่ไม่ไกลหรอกครับ เครียดเครียดไปเปล่าเนี่ย

    ปล.ตอนผมเด็กๆ ผมก็เคยทำเหมือนดังภาพนั่นแหละ สนุกๆครับ พ่อไถนาไป ผมไปขี่คราดเล่น มันดีออก

    By Admin on Jun 11, 2007

  7. ผมก็ชาวนาเหมือนกันครับดันทุรันเรียนจนจบวิศวะคอม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ต่างจังหวัดแห่งหนึ่ง มามาดๆ เป็นคนแรกของวงค์ตระกูลที่จบ ป.ตรี น่าภาคภูมิใจมาก อ่าน blog ของพี่เดย์แล้วรู้สึกมีกำลังต่อสู้จริงๆ
    ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน บางคนมองหน้าตาทางสังคมผมนี้โคตรเซ็ง

    แต่การฉีดใบสมัครต่อหน้่านี้มันเยียมกันจริง -*- สู้ๆครับ

    By สัญญาเอง on Jun 11, 2007

  8. เจอลิ้งนี้จาก Zickr.com ครับ

    พออ่านจบแล้วก็นึกถึงเมื่อสมัยเด็กๆ เหมือนกันครับ(ผมคนเหนือ ครับ) ที่บ้านญาติๆ ก็ทำนากัน ผมก็ไปช่วยบ้างบางครั้ง(เพราะที่บ้านเป็นอู่) ทางบ้านก็คอยเขี่ยวเข็ญผมจนจบมหา’ลัย(ผมเป็นคนไม่ขยัน แล้วยังหัวไม่ดีอีก) พอจบแล้วก็เข้ามาทำงานกรุงเทพ เข้ามาใหม่ๆก็ตะเวนสมัครงานไปจนทั่ว(ไปถูกมั่ง ไม่ถูกมั่ง) บางที่ก็ดีหน่อยพอจะยิ้ม พูดกับเราดีหน่อย บางที่พอถามว่าเราจบจากไหนมาเสร็จ ก็ทำท่าดูถูกเหมือนกับเราเป็นไอ้บ้านนอก ไอ้พวกต่ำชั้น

    ตอนแรกๆก็ท้อเหมือนกัน เกือบจะต้องย้ายกลับไปหางานที่บ้านแล้ว แต่ก็ด้วยกำลังใจจากทางพ่อ-แม่ จากทุกๆคน ที่คอยปลอบคอยให้กำลังใจผม ทำให้ผมอดทนและสามารถยืนหยัดอยู่ในสังคม “เน่าๆ” ของเมืองกรุงนี้ได้

    By เบบี้นะจ๊ะ on Jun 11, 2007

  9. พูดยากครับ

    ผมเจอมาตลอดเหตุการณ์แบบนี้ บางที่โทรสัมภาษทางโทรศัพท์ตกลงเงินเดือนเรียบร้อย แต่ส่งพอร์ตไห้ดู ปรากฎว่าไม่รับซะงั้น ทั้งที่ตกลงเงินเดือนหรือไห้ดูผลงานทั้งหมดไปแล้ว แต่ไม่ได้ไห้ดูว่าจบอะไร พอไห้ดูก็เงียบเลย ไม่รับ บางทีก็น่าเศร้าเศร้าใจนะครับ ถ้าหัวหน้าในตำแหน่งนั้นๆ จบมาจากสถาบันใหนก็มีสิทธ์ที่จะรับคนสถาบันเดียวกันสูงมากๆ ดังนั้นที่กรุงเทพ ต้องลำบากมากเลยครับตอนสมัครงาน หากต้องการบริษัทดีๆ เพราะส่วนใหญ่จะเรียนจบสถาบันดีๆกัน

    บางทีอยากตระโกนดังๆ ว่า
    ——————————————————————————————————–
    เด็กต่างจังหวัดเก่งๆ ที่ไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัยก็เพราะติดเรื่องค่าใช้จ่ายกัน เลยต้องเลือกเรียนสถาบันที่อยู่ในจังหวัดนั้นๆ ไม่ใช่ไม่มีปัญญาเอ็นเข้ามหาวิทยาลัย แต่ปัญหามันก็เรื่องค่าใช้จ่ายนี่แหละ และยังมีเด็กต่างจังหวัดเก่งๆ อีกมากมายที่เจอปัญหานี้
    ——————————————————————————————————–

    อีกอย่างมีเหตุการณ์ที่เด็กจบจากต่างจังหวัดบังเอิญไปเก่งกว่าคนที่จบสถาบันดังๆ แทนที่จะเป็นการพิสูจน์ตัวเองได้ว่ามีความสามารถ กลายเป็นว่าเด็กต่างจังหวัดคนนั้นโดนบีบให้ออกจากงานซะงั้น

    ถ้าจะวัดที่ความสามารถไม่วัดที่สถาบันหรือวุฒิภาวะ บ้านเราจะเจริญมากกว่านี้ครับ

    สังคมไทยยังยึดติดคำว่า “พวกพ้อง” และ “สถาบัน” ตราบใดที่ยังยึดติดกับตรงนี้มากกว่าความสามารถ ยากมากที่บ้านเราจะเจริญไปมากกว่านี้ครับ

    ขอบ่นด้วยคนครับ

    By emptyzpace on Jun 11, 2007

  10. ผมเองก็ไม่ได้เป็นชาวนามาเต็มตัว…แต่รู้ดีว่าปู่เองก็เป็นชาวนา…
    นับถือที่ท่านสามารถทำให้พ่อผมเป็นได้ถึงวันนี้และตัวผมเองก็ได้รับผลประโยชน์กับมันด้วย
    ผมเองก็ไม่ลืมบุญคุณของข่าวที่กิน…ไม่ลืมความขยันของชาวนา

    อาชีพที่สูงที่สุดในอาชีพทั้งหมด….ผมยกให้ชาวนาเลยครับ

    ………………………………….

    By NIiNeMarK on Jun 11, 2007

  11. ผมก็เป็นลูกหลานชาวนาเหมือนกันครับ อยู่บ้านนอกและท้องนามาตั้งแต่เกิด เพียงแต่ประสบการณ์การทำนาโดยตรงนั้นไม่มี ทุกวันนี้ ผมไม่สนใจเรื่องการรับเข้าทำงานด้วยระบบเดิมอีกแล้วครับ ผมคิดว่า คนเราต้องสะสมประสบการณ์มาช่วงหนึ่งก่อน แล้วจะไม่ต้องง้อระบบนี้อีกครับ

    ค่อยๆ ก้าวไปครับ แต่ก้าวอย่างมั่นคง

    By CityBlue on Jun 11, 2007

  12. คุณมีโอกาสได้เรียนรู้คำว่าชีวิตมากกว่าคนหลายคนบนโลกใบนี้ซะอีก
    ก้าวของคุณอาจจะเล็กๆ แต่หนักแน่น
    ใบสมัครของคุณอาจโดนฉีกจนขาดยับเยิน แต่ทำให้คุณได้เรียนรู้
    ในขณะที่อีกหลายคน…
    มีแต่คำว่า “ได้” จนไม่รู้จักคำว่า “เสีย”

    ดีใจทีได้เข้ามาอ่านนะคะ ^___^

    By Faith on Jun 11, 2007

  13. ว่าไปแล้วผมก็เป็นลูกชาวนาเหมือนกันครับ ตอนเด็กเคยไปช่วย ถกกล้า ดำนา มาเหมือนกัน แต่พอช่วงฟ้าฝนไม่เป็นใจ พ่อ-แม่ เลยเปลี่ยนอาชีพมา ค้าขาย แทน เกือบๆ 20 ปี แล้วที่ไม่ได้ทำนา แต่ผมเข้าใจวิถีชีวิตของชาวนาดี เอาไว้เรียนเรียนจบ แล้วจะกลับไปช่วยชาวนาบ้านเฮาเน๊าะ

    By w@i.pot on Jun 11, 2007

  14. กลับมาตอบอีกทีค่ะ เรื่องนี้จริงๆ แบ่งเป็นสองประเด็นนะคะ

    เรื่องสถาบันการศึกษา กับ เรื่องมารยาท

    เรืื่องสถาบันการศึกษานั้น ที่ไหนๆ ก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น ทุกประเทศแหล่ะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นอเมริกา (Ivy league ) อังกฤษ ญี่ปุ่น จีน ไทย ฯลฯ นักศึกษาที่จบจากมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียง ย่อมได้เปรียบกว่านักศึกษาที่จบจากมหาวิทยาลัยธรรมดา อันนี้มันเป็นเรื่องของการแข่งขัน ซึ่งเราคงต้องยอมยอมรับความจริง

    เรื่องมารยาท - HR คนนั้นไม่มีมารยาทอย่างแรง แย่มากๆ

    จากประสบการณ์ส่วนตัว หลายปีก่อนสมัครงานที่บริษัทหนึ่ง ก็เคยเจอ HR ที่พูดจาแย่ๆ ดูถูกผู้สมัครงานกับตัวเองเหมือนกัน เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเจรจาต่อรองเงินเดิือน โดยถึงแม้บริษัทจะรับเข้าทำงานดิฉันก็ไม่ไปทำซะเฉยๆ งั้นแหล่ะ พอท่าน GM โทรมาสอบสอบถาม ดิฉันก็เล่าให้ฟังตามตรงว่า HR พูดจาแย่ (…ไม่รับประทาน) เลยไม่อยากร่วมงานด้วย GM ท่านว่างัยทราบมั๊ยคะ ท่านบอกว่า นิสัย HR manager คนนี้ท่านรู้ดีแล้ว ทำให้บริษัทเสีย candidate ดีๆ ไปหลายคน ต่อไปขอให้ติดต่อท่านโดยตรง ไม่ต้องไปผ่าน HR

    ดังนั้นบางทีเราไปเหมารวมว่าทั้งบริษัทจะเน่า เพราะ HR คนเดียวก็ไม่แน่เสมอไปค่ะ เพราะส่วนมากแล้วบริษัทไม่มีนโยบาย ให้พนักงานทำเรื่องแย่ๆ แบบนี้ให้เสียภาพลักษณ์ของบริษัทหรอกค่ะ ถ้าจะทำลายใบสมัครทิ้งจริง เค้าก็ไปทำกันลับๆ หลังจากผู้สมัครกลับไปแล้วมากกว่า

    By Aoyoyo on Jun 12, 2007

  15. Aoyoyo Says:
    June 12th, 2007 at 3:27 pm

    เรืื่องสถาบันการศึกษานั้น ที่ไหนๆ ก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น ทุกประเทศแหล่ะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นอเมริกา (Ivy league ) อังกฤษ ญี่ปุ่น จีน ไทย ฯลฯ นักศึกษาที่จบจากมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียง ย่อมได้เปรียบกว่านักศึกษาที่จบจากมหาวิทยาลัยธรรมดา อันนี้มันเป็นเรื่องของการแข่งขัน ซึ่งเราคงต้องยอมยอมรับความจริง
    ———————————————————————————————————

    อันที่จริงเรื่องนี้ทุกคนที่มีผลกระทบก็ก้มหน้ายอมยอมรับความจริงอยู่แล้วครับ
    จริงอยุ่เป็นเรื่องของการแข่งขัน แต่ประเด็นของการแข่งขันก็อยากไห้เป็นเรื่อง “ความสามารถ” มากกว่า
    เพราะหลายๆ บริษัทตัดสินความสามารถแค่ประวัติการศึกษาและสถาบัน
    ยิ่งตำแหน่งงานที่ไม่มีผลงานติดตัวด้วยแล้ว ยิ่งยากไปกันใหญ่ เพราะแค่ประสบการณ์จากบริษัทเล็กๆ ก็ไม่ได้ช่วยอะไร

    และอาจจะมีคำถามตามมาว่า ถ้าไม่ดูจากประวัติการศึกษาและสถาบันแล้วจะดูจากอะไร?

    ผมว่าระบบสอบสอบคัดเลือกแบบราชการหรือการสอบสอบเข้ามหาวิทยาลัยน่าสนใจดีครับ บางบริษัทก็ยังมีระบบนี้อยู่
    แต่ยังน้อยถึงน้อยมากๆ การที่บริษัทใหญ่ๆ มีขั้นตอนการรับคนเข้าทำงานที่ดีและเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันด้านทักษะ น่าจะได้บุคลากรที่มีประสิทธิภาพมากกว่าระบบเดิมๆ ก็ได้

    แต่ก็อย่างว่าครับ บริษัทเค้าจะรับคนแบบใหนก็ขึ้นอยู่กับบริษัทเค้าเอง ไม่มีใครบังคับได้อยู่แล้ว ^_^

    By emptyzpace on Jun 12, 2007

  16. หลายคนก็เป็นลูกชาวนา และเคยทำนา ผมเองก็นึก ๆ แบบบรรยากาศตามที่คุณเดย์เล่าครับ ผมก็มีความสุขดีกับช่วงเวลาแต่ก่อนที่เคนทำนา
    แต่ผมโชคดีที่ไม่ได้เรียนสูง ๆ จึงไม่ได้ไปสมัครงานตามที่ต่าง ๆ เลยไม่ได้ประสบการณ์แย่ ๆ ก็โชคดีไปอีกแนวหนึ่งครับ

    By yokey on Jun 12, 2007

  17. มันเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตของผมเองที่ต้องเจอเช่นนี้ มันก็ไม่ได้แปลกอะไรมากมายหรอกครับ สำหรับเรื่องการสมัครงานนั่น หลายต่อหลายคนก็ต้องเคยประสบ พบเจอมาเหมือนกัน บางคนอาจหนักหนา สาหัสมานักต่อนัก กว่าจะคว้างานดีๆมาทำได้ บางคนถึงกับร้องไห้ คิดฆ่าตัวตายก็มี แต่ที่ผมเคยขึ้นมาในที่นี้ ก็เพื่อให้กำลังใจกับทุกคน อย่าไปท้อครับ ถนนมีให้คนเดิน อยู่ที่คุณจะเดินบนถนนเส้นไหน คนร่ำรวยมีเงินมีทองใช้หน่อย อาจได้เดินบนทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่คนที่อัตคัด ขัดสนอาจเริ่มต้นเดิน บนทางขรุขระ รุกรัง แต่สุดท้าท้ายจะไปจบต้องเส้นดี หรือเลว มันก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้เดินเอง อย่าไปยึดติดกับความบกพร่อง หรือไปโทษวาสนา บารมีอันไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ เร่งสร้างผลงานให้ปรากฏ เมื่อนั้นแหละ ท่านจะได้พบทางสว่าง ที่จะนำพาไปสู่ความสำเร็จ ขอบคุณขอบคุณทุกท่านที่ร่วมแสดงความคิดเห็นกันเข้ามาครับ

    By Admin on Jun 13, 2007

  18. เข้ามาให้กำลังใจจ้า แวะมาเจอพอดี

    ข่อยก็เป็นลูกคนอีสานเหมือนกันแต่ไม่เคยนึกเสียใจที่เกิดมาเป็นคนอีสานนะภูมิใจซะด้วยสิเพราะว่ามันสอนให้เราเป็นคนอดทนนะ อยู่ได้ทุกสถานที่กินง่ายง่ายอยู่ง่ายง่าย เข้ากับคนง่ายง่ายอ่อนน้อมถ่อมตน
    ข่อยก็ทำเป็นทุกอย่างที่ลูกชาวนาเขาทำกันไม่เคยรังเกียจงานขอแค่ใจเรามีความสุขกับงานนั้นแหละคือความสุข หนักเอาเบาสู้นะ ขนาดคนแก่ปู่ย่าตายายที่บ้านเรายังทำงานเลยแก่แล้ว ทำไมเราเกิดเป็นคนทั้งทีจะทำไม่ได้ เข้ามาให้กำลังใจจ้า วันข้างหน้ายังมีแสงสว่างรออยู่กลับบ้านเราไปพัฒนาบ้านเราดีกว่า สักวันเราจะกลับไป

    By Jee on Feb 10, 2008

  19. ดีค่ะ แลกเปลี่ยนกันอ่านจะได้รู้ว่ายังมีคนที่การดำเนินชีวิตแตกต่างจากเรา เพื่อที่เราจะได้ไม่มองชีวิตแค่ในมุมมองของเรามุมเดียว

    เห็นด้วยกับการศึกษาที่มีประสิทธิภาพแต่ด้อยศักยภาพของเราทุกวันนี้
    ทุกคนเวลาเรียนก็ตั้งใจกันแทบตาย พอจบมาแค่ได้ปลี้ืมว่าจบ แต่หางานทำไม่ได้
    เหตุผลแค่บางคนจบราชภัฎ หรือ มหา ลัยไม่ดัง ทั้งๆที่อาจารย์ผู้สอนท่านก็จบมาจากที่เดียวกันแท้ๆ … แปลกแต่จริงเมืองไทย

    By bensipat on Feb 19, 2008

  20. ดี เดย์เขียนแบบนี้อีกเด้อ

    บ้านเฮาเรียก คนบ่ลืมซาติ

    คนบ่ลืมซาติมีแต่เจริญๆขึ้น

    ขอให้เจริญๆขึ้นเด้อหลานเด้อ

    By ลุงโกศล on Feb 20, 2008

  21. ขอบคุณขอบคุณจากใจกับความเห็นและกำลังใจที่มีให้นายเดย์นะครับ ถึงแม้เรื่องนี้จะเขียนไปนาน แต่ก็ยังมีคนผ่านเข้ามา และคอมเม็นต์มันอยู่เรื่อยๆ หุๆหุๆ ลุงโกศลก็มา

    ผมไม่เคยลืมตีตีนครับลุง

    By iDay on Feb 20, 2008

Post a Comment