12 เทคโนโลยี (ไม่) พร้อมใช้ใน Web 3.0

แนวคิดเกี่ยวกับ Web 3.0 เริ่มเป็นที่คุ้นหู และรู้จักกันมากขึ้น ในแวดวงไอทีไทย สื่อต่างๆ ประโครมข่าวกันอย่างหนาหู ทั้งอินเตอร์เน็ตเอย หนังสือพิมพ์เอย และเท่าที่ผมเจอๆมา นิตยสารไอที คอมพิวเตอร์ต่างๆ มีการรีวิว นำเสนอเกี่ยวกับ Web 3.0 นี้กันแทบทุกค่ายครับ แต่ส่วนมากแล้ว เรื่องราวมันออกจะคล้ายๆกัน ก็มันมาจากต้นฉบับเดียวกันนั่นแหละ ต่างกันที่การตีโพยตีพาย ขยายผลกันเอาเองเท่านั้น ผมเองก็ตีของผมไปอย่างนี้ คุณเองก็ตีของคุณไปอย่างนั้น สรุปแล้ว มันก็คือๆกันนั่นเอง เออ… แล้วจะพูดทำไมล่ะเนี่ย

เทคโนโลยีที่คิดว่าจะใช้กันบน Web 3.0 นั้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และจะเขียนให้เข้าใจกันได้ง่ายๆ บางทีหนุ่มไอทีซื่อบื้ออย่างผม ก็ยากที่จะให้คำตอบได้ แบบกระจ่างชัดเช่นกัน ว่าเออ… มันเป็นอย่างไรกันแน่วะเนี่ย ทางแก้ปัญหาที่ดีที่สุด คือสร้างลิงค์ให้ตามไปอ่าน เสริมๆ กันเอง ได้ความว่ายังไง ก็อธิบายเสริมผมหน่อยล่ะกัน เฮ้ย…. สงสัยจะอารัมภ์บท ยาวไปหน่อยแล้วนะ ไปเริ่มกันเลยดีกว่าครับ สำหรับ 12 เทคโนโลยี (ไม่) พร้อมใช้ใน Web 3.0 นั้น ได้แก่

1. Artificial intelligence (AI) เป็นความฉลาดเทียมที่สร้างให้กับสิ่งไม่มีชีวิต ในที่นี้คือระบบคอมพิวเตอร์ อันจะเอามาเป็นเครื่องมือ ที่ช่วยคาดเดาพฤติกรรม วิเคราะห์ความต้องการของมนุษย์ ซึ่งเมื่อได้ข้อมูลนั้นมา ระบบก็จะให้ในสิ่งนั้นๆ ที่ต้องการ หรือถ้าคิดแบบไทยๆ ก็คือหลักการของปัญญาประดิษฐ์นั่นเองครับ

2. Automated reasoning ผมว่ามันยากนะครับ ที่จะเขียนโปรแกรม ให้ระบบคอมพิวเตอร์ มันรู้จักการแก้ปัญหาเอง มีการประมวลผล ได้อย่างสมเหตุ พร้อมทั้ง แก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า อักทั้งปรับปรุงระบบเอง โดยอัตโนมัติไปในตัว และ Automated reasoning เองก็จัดอยู่บน พื้นฐานของหลักการในข้อที่ผ่านมา นั่นเองแหละครับ ไม่ต้องคิดมากหรอก แค่เขียนโปรแกรมทางตรรกะเป็น เก่งสูตรและสมการทางคณิตศาสตร์ หัวหมอ เทคโนโลยีในข้อนี้ ก็ตีแตกไปได้อีกเปาะหนึ่งแล้ว (ยังกะง่ายๆเน้อ)

3. Cognitive architecture ไอ้เทคโนโลยี ข้อนี้ ยิ่งแปลกไปใหญ่ เพราะมันอยู่บนพื้นฐานของการคัดลอก ที่คนไทยนิยมชมชอบกันนัก คงจะยิ้มหวานๆมาเชียวนะ อิอิ แต่ช้าก่อน มันไม่ใช่ของหวาน ให้ตักชิมกันง่ายๆ แบบนั้น คิดดูแล้วกันว่า การสร้างเทคโนโลยีขึ้นมา สักสองตัว ให้ทำงานได้เหมือนกันทุกประการ อันหนึ่งใช้บนโลกของความจริง อีกอันใช้บนโลกเสมือน หรืออาจจำลองจากความเป็นจริงก็ได้ อือ… มองภาพไม่ออกแหะ เอางี้ สมมุติว่า ผมจะสร้างเกมขึ้นมาสักเกมหนึ่ง เอาเป็น เ.ก.ม.ลั.ก.ห.ลั.บ อ้าวเฮ้ย… เกมฟุตบอลแล้วกัน ตัวเล่นของผมคือผีกาก้า (กำลังฮิต) แต่กลับได้ลงเล่น เป็นตัวเล่นของเชลซีไป ประเด็นคือว่าตัวกาก้าในเกมนั้น จะต้องเล่นได้ เหมือนกาก้าเล่นบนสนามจริงๆ อย่าท้วงผมว่า ปัจจุบันก็ทำกันได้แล้ว มันไม่ใช่อย่างนั้นครับ เกมปัจจุบัน มันแค่ดึงเอาลักษณะ และจุดเด่น เทคนิคลีลา พวกนี้มายัดใส่ตัวเล่น เท่านั้น ไม่ได้ดึงความสามารถ วิธีคิดออกมาจากตัวตนของผู้เล่นจริงๆ ดังนั้น ถ้าจะดึงความเป็นตัวผู้เล่น ออกมาได้จริงๆล่ะก็ มัน “ต้องศึกษาศึกษาการเรียงตัวของเซลล์สมอง ในสามมิติ ศึกษาการถ่ายเทประจุไฟฟ้า และวิเคราะห์ การเปลี่ยนแปลงทางเคมีไฟฟ้าในร่างกาย ระหว่างการคิด: Wikipedia.org” มันต้องได้แบบนี้ ถึงจะใช่ ซึ่งปัจจุบันก็ยังทำไม่ได้

4. Composite applications เป็นการผสมผสานบริการ ให้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิเช่น VDOfrog ดึงวิดีโอจาก YouTube มาแสดงได้ เสมือนหนึ่ง วิดีโอนั้น ตั้งอยู่บน VDOfrog เอง ซึ่งอาจจะใช้การผสานแบบ APIs + APIs ก็ได้ ผมมองว่าข้อนี้ มันก็ยังยากอยู่เหมือนกัน และลักษณะของเว็บไซต์มันจะคล้ายว่าเป็น Aggregator ไปซะทุกทีแล้ว แต่ก็ไม่เสมอไปนะครับ การผสานบริการ ก็อาจเป็นบริการต่างชนิดกันก็ได้ เช่น VDOfrog เองได้เป็นพันธมิตรกับทาง Flickr ซึ่งอนุญาต ให้สามารถดึงรูปภาพ มาสร้างเป็นไฟล์วิดีโอ ในรูปแบบต่างๆ พร้อมทั้งแสดงผลบน VDOfrog ได้ อีกทั้ง ยังสามารถดาวน์โหลดมา แล้วเขียนใส่แผ่นเล่นได้เลย คล้ายๆกับซอร์ฟแวร์พวก Photo2VCD อะไรประมาณนี้ล่ะ อือ… อย่างนี้ก็ดีสิ ว่าไหม

5. Distributed computing เป็นลักษณะคล้ายๆกับ Data Center ครับ คือการใช้คอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 2 เครื่องไป ประมวลผลร่วมกัน โดยใช้ความแตกต่างกันของโครงสร้าง องค์ประกอบฮาร์ดแวร์ หรือซอร์ฟแวร์ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยคอมพิวเตอร์นั้น ไม่จำเป็นต้องตั้งอยู่บนพื้นที่เดียวกัน อาจเป็นที่ไหนก็ได้ แค่มีอินเตอร์เน็ต เข้าถึงเป็นพอครับ

6. Knowledge representation การแทนความรู้ เป็นหนึ่งในสาขาสำคัญที่สุด ของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial intelligence) คือก่อนจะสร้างความฉลาดให้ระบบ ได้นั้น ต้องให้ระบบ รู้จักการนำความรู้นั้นไปใช้เสียก่อน ว่างั้นนะ

7. Ontology คือภาษาที่ใช้เป็นตัวอธิบายข้อมูลเชิงสัมพันธ์ หรือที่ผมเคยกล่าวไว้ใครหนึ่ง ในเรื่อง Data about Data นั่นแหละ พูดอีกครั้งก็คือ “ข้อมูลที่ใช้อธิบายความหมายของข้อมูล” หรือ Tags นั่นเอง ตัวอย่างง่ายๆ ก็เช่น พาหนะ (Vehicle) ที่กำหนดลักษณะของรถยนต์ (Car) ซึ่งรถยนต์ก็อาจจะเป็น ขับเคลื่อน 2 ล้อหรือ 4 ล้อ (2-Wheel Drive, 4-Wheel Drive) ก็ได้ แต่อีกความหมายหนึ่งของ Vehicle ก็อาจหมายถึง เครื่องมือเครื่องใช้ ดังนั้น Tags จะได้เป็น Truck ซึ่งแปลว่าของเล็กๆน้อยๆได้ด้วย

Ontology

ภาพประกอบจาก http://en.wikipedia.org/wiki/Ontology_(computer_science)

8. Recombinant text เคยดูหนังแอคชั่นไซไฟ ของต่างประเทศกันไหมล่ะครับ ที่ระบบคอมพิวเตอร์ มันพัฒนาจนมนุษย์ไม่สามารถหยุดมันได้ สุดท้ายมันก็กลับมาทำร้ายคนสร้างมันเอง เช่นในเรื่อง I-Robot กับ Terminator นั้น ก็คงดูๆเห็นๆกันมาบ้างแล้ว ดังนั้น แนวคิดที่ว่าจะให้มนุษย์สามารถ จัดการกับระบบ ในช่วงการทำงานช่วงใดก็ได้ จึงถูกหยิบยกมากล่าวอ้าง ว่าเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีของ Web 3.0 ด้วย อือ… จินตนาการของมนุษย์ นี่ก็ใช่ย่อยนะ ผมล่ะตื่นเต้นจริงๆ

9. Scalable vector graphics (SVG) สืบเนื่องจากมาตรฐาน การสร้างภาพนั้น มีหลายรูปแบบ ทั้ง Gif, Jpeg, Png บางรูปแบบก็ต้องเสียตังค์ จ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้ทางผู้พัฒนาเสียด้วย ดังนั้นการนิยามวัตถุ อย่างภาพ ให้มีการพัฒนารูปแบบที่เป็นมาตรฐานใช้ร่วมกัน ในแบบ XML นั้น จึงเป็นหนึ่งในเทคโนโลยี ที่น่าจะมีบทบาทสูงพอสมควร

Scalable Vector Graphics (SVG)

ภาพประกอบจาก http://en.wikipedia.org/wiki/Scalable_vector_graphics

10. Semantic Web เทคโนโลยี จัดเป็น Aggregator แบบเต็มภาคภูมิก็ว่าได้ครับ คือเป็นเว็บไซต์ ที่มีการเชื่อมโยง สัมพันธ์กับแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่มีเนื้อหาสัมพันธ์กัน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้การเชื่อมโยงของแหล่งข้อมูลนั้น อาจเป็นเครือข่ายเดียวทั่วโลกก็ได้ ตรงนี้ล่ะครับ ปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์บทความ จะมีมาก และอาจไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าแหล่งข้อมูลใดเป็นของเจ้าของเค้า

11. Semantic Wiki เมื่อข้อมูลมันมีมาก คนเขียนบล็อกก็มีเยอะ ทำให้เนื้อหามัน มากมายขึ้นทุกที จนบางที ก็ไม่รู้ว่าจะค้นหาข้อมูลที่ต้องการ ด้วยคีย์เวิร์ดอะไร ดังนั้นถ้าใช้คำค้นหา แบบกว้างๆ แต่มันกำจัดวงแคบๆให้เราได้ล่ะ จะเป็นอย่างไร ผมว่ามันดีนะ การค้นหาแบบข้อมูลซ้อนข้อมูล หรือใช้การค้นหาหลายทิศทาง (Vertical Search) ผสมกับความเป็นส่วนตัวเข้าช่วย (Personalize) จะสามารถโฟกัสข้อมูลลงได้เช่นกัน ทีนี้มาคิดกันต่อสิครับว่า Google, Yahoo! Search หรือ Windows Live Search จะทำอย่างไรต่อ คิดเองเด้อ

12. Software Agents โปรแกรมที่ทำงาน ให้บรรลุจุดประสงค์ที่ตั้งไว้โดยอัตโนมัติ เช่น ผมมีบล็อกอยู่ 1 บล็อก ทำการติด Google AdSense ไปที่จุดต่างๆ อย่างเหมาะสม และไม่ผิดกฎของ AdSense ด้วยครับ ตัวผมเองไม่รู้หรอกครับว่า จุดต่างๆที่ผมติดๆไปนั้น เหมาะกับบล็อก ผมมากน้อยเพียงใด ไปดูจากที่อื่นๆ เขาแนะนำมา ว่าให้ติดตามจุดนั้นๆ อีกที ทีนี้ล่ะครับ ผมก็จะศึกษาพฤติกรรม คนอ่านบล็อกผม แล้วลองเปลี่ยนจุดไปเรื่อยๆ จนกว่าจะหาจุดที่เกิดการคลิก ซึ่งก่อให้เกิดรายได้มากที่สุด และก็ต้องเสียเวลาศึกษาพวกนี้นานมากใช่ไหมล่ะครับ แล้วจะเป็นอย่างไร ถ้าการทำงานทั้งหมดนี้ Software Agents ทำให้หมด มันจัดวาง Ads ได้ถูกต้องตาม กฎอีกด้วย

เทคโนโลยี ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ บางส่วนก็พัฒนากันออกมาได้แล้ว บางส่วนก็ยังเป็นแค่แนวคิดหลักการ ซึ่งก็ต้องมาดูกันต่อไปว่า ไทยเราจะตื่นตัวกับเทคโนโลยี เช่นนี้มากน้อยแค่ไหน หรือว่าจะยังคงตกยุคอยู่กับ Web 1.0 ต่อไป และคงเห็นกันแล้วนะครับว่า Web 3.0 นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย นี่ยังไม่ได้แนะนำเกี่ยวกับ Business Model ของ Web 3.0 นะครับ ถ้าพูดกันต่อ ล่ะก็ คงยาวน่าดู เอาไว้ ผมนึกได้อีกทีแล้วกัน จะมาสานต่อให้จบ ไปล่ะ

อ่านเรื่องราวอื่นๆ

12 Responses to “12 เทคโนโลยี (ไม่) พร้อมใช้ใน Web 3.0”

  • bird says:

    น่าจะเรียกว่า ตัว update ของ web 2.0 นะครับ เพื่อนๆ ผมยังคุยกันเลยว่า web3.0 ยังมีปัญหาด้านต่างๆ มากมาย

  • emptyzpace says:

    สำหรับบ้านเราขนาด 2.0 ก็ยังอีกใกลครับ แต่ก็ยังมีเวบที่อยู่ในมาตรฐาน 2.0 อยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่ได้มาตรฐานเทียบเท่าสากล

    [ ในสายตาของผมนะครับ ]

  • lunakizz says:

    ค่อนข้างจะเป็นอะไรที่อยากอยู่ฮะ ผมว่า

  • Dominixz.com says:

    ถ้ามันเกิดขึ้นละก็ สงสัยคงเป็นอะไรที่สุดยอดจริงๆ มันเป็นไปได้นะแต่คงต้องลงทุนกันพอตัวเลยเชียว

  • ผมคิดว่า web 3.0 เป็นเรื่องที่แทบจะเกิดไม่ได้เลยด้วยซ้ำครับ เพราะจริง ๆ โจทย์ของ web 3.0 ไม่ได้เป็นโจทย์ใหม่ แต่เป็นปัญหาคลาสสิค ที่จนป่านนี้ยังไม่มีใครแก้ได้

    ปัญหามันมีอยู่ว่า การจะทำ web 3.0 ได้นั้นมันต้องมี AI เข้ามาเกี่ยวข้องแน่นอน และ AI มันมีปัญหาคือ เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่า AI มันทำงานอย่างไร และมีกระบวนการคิดอย่างไร (แต่มันทำงานได้) หากไม่เกิดปัญหา ก็แล้วไป แต่เกิดมีบักขึ้นมา อันนี้แทบแก้ไม่ได้เลย

    ทั้งหมดทั้งสิ้นแล้ว เราก็ต้องหันกลับมาสนใจ Forth Generation Programming Language กันอีกครั้ง (หรืออาจรวม Fifth เข้าไปด้วยก็ได้) ซึ่งภาษาเหล่านี้มันมีจุดอ่อนเยอะ จนเคยล้มเหลวมาแล้วในยุคก่อร่างสร้างตัว เราจึงเห็นภาษาที่เป็น Thirth Gen และ OOP อยู่เกลื่อนเมืองในตอนนี้

  • Admin says:

    มันเป็นปัญหาโลกแตกครับคุณ bow_der_kleine ซึ่งเป็นเป็นโจทย์ที่ควานหาคำตอบไม่ได้ด้วยสิ อย่าง AI หรือปัญญาประดิษฐ์ในข้อแรกนั้น ก็ตันทางไปแล้ว Web3.0 เนี่ย ถ้าจะเกิด ก็คงจะเกิดได้ยากมากๆ แล้วเว็บไซต์ก็จะกลายเป็น ขุมทรัพย์อันมีมูลค่ามหาศาล แต่การล้วงลึกเพื่อพัฒนานั้น ยังคงเป็นแค่แนวคิด และไม่ใช่ว่าเว็บ3.0 จะเป็นแค่ Path มาอุดบลั๊กของเว็บ2.0 อย่างที่หลายๆคน เข้าใจหรอกครับ หลกัการเชิงทฤษฎีมันได้ แต่การนำไปใช้ภาคปฏิบัตินี่สิ ต้องคิดกันต่อไป

  • chocco says:

    อยากถามเรื่องเกี่ยวกับ Sematic web อ่าครับ เผอิญว่าวิชาสัมนาผมได้ทำรายงานเรื่องนี้อ่าครับ อยากได้ข้อมูลหมดเลยอ่าครับ อยากได้ Link ที่เกี่ยวข้องอ่าครับ
    ขอบคุณครับ

  • prisny02 says:

    ขอบคุณที่เขียนบทความดีๆให้ได้อ่านนะคะ

    มีประโยชน์มากเลยค่ะ

    จะติดตามผลงานต่อไปนะคะ

    ^^

  • k011 says:

    อย่าให้เว็บไซต์ของท่านล้าสมัยมาปรับเว็บไซต์ของท่านเป็นเว็บ 3.0 เพื่อชิงความได้เปรียบทางธุรกิจ
    สนใจคลิก Dusitecom.com ความสำเร็จของเว็บไซต์ท่านคือบริการของเรา

  • kradarndum says:

    ได้เปรียบเสียเปรีญบอยู่ คน ชอบ ใช่ คนชอบทำอะไรเกินตัว
    ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ

  • pumpui says:

    ขอบคุณ สำหรับข้อมูลดีดีนะคะ

    กำลังทำรายงานสัมนาเรื่องนี้พอดี

    หาเจอซักที…..อยากได้ข้อมูลอีกนะ

    ใครมีช่วยส่งให้ทีนะคะ……

  • Jojas says:

    ผมยังมองว่า Web 3.0 เป็นสิ่งที่โอเคเลย ในแง่ R&D (เนื่องจากยังไม่ค่อยเห็นเป็นรูปร่างสักเท่าไหร)
    แต่ถ้าการเอามาใช้ในด้าน อุตสาหกรรม IT ตอนนี้ ผมยังคงยกให้เป็น Web 2.0 อยู่ดีครับ

    ขอบคุณสำหรับบทความดีๆนะครับ เขียนได้ดีเลยทีเดียว :)

Leave a Reply

เรื่องราวตามผลการค้นหา
เรื่องราวรายบล็อก
ร้อยแปดสาระไอทีเพื่อคนไทย 10LOGIC เว็บบล็อกคนพันธ์ตรรกะ เพราะชีวิตมีมากกว่า 0 และ 1 7Blogger.com AkeBlog-บล็อกนายเอก: Affiliate Marketing,Blog Advertising,Blog Tools,WordPress Tools,Affiliate Program RSS Feed สนใจดูดาวกับน้องลิงมั้ย? แตกต่าง หลากหลาย บนสายใยเดียวกัน บล็อกปัน ปัน บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับ ปัน ปัน, เด็กแพ้โปรตีนจากนม, โรคเกี่ยวกับเด็ก, ของเล่นเด็ก, อาหารสำหรับเด็ก, หนังสือสำหรับเด็ก, นิทานสำหรับเด็ก, พัฒนาการของเด็ก bombik | many little things I’d like to share  เปิดโลกการเรียนรู้ลีนุกส์ :: Linux World เว็บบล็อกฮาๆขอป้าชลลี่ CymryBot’s Weblog บล็อกสบายสบายของนายบอย … The miracle land of inspiration เว็บนี้ไม่สนุก แต่ฟลุ๊คเข้ามาแล้วเป็นมงคล กับเรื่องโดน ๆ ของวัยทีน.. บล็อกบ้าบ่นของคนไอที รวมเทคนิคไอโฟน iPhone บล็อกของไอ้ติวเตอร์…เล่าถึงความหลังและความรู้ ที่ว่างของใจ JAN – HON MakeMany : ข่าวสารเว็บบล็อก การทำบล็อกเพื่อธุรกิจ การปรับแต่ง Blog เพื่อสร้างอันดับใน Search Engine Mekz Connecting | เว็บ เน็ต คอม ไอที สาระดีๆ บันทึกพ่อชิทท์เกี่ยวกับน้องนะโม เว็ปของนาย เว็ป NiNeMarK.net PatSonic.com เว๊ปบล็อกที่โม้แต่เรื่อง Software as a Service บล็อกเล็ก ๆ ของเป็กซ์ครับ  PWBlog พีเอชพีวินด์บล็อก (PHPWind) อัพเดท สารพัดประโยชน์ของคนไอที WordPress และ PHPWind Thai Rachanont.com ผู้ชายป้ายแดงเล่าเรื่องบล็อก medical knowledge blog Photo Restoration and Retouching เปิดกระโหลกสร้างเงินล้านออนไลน์ เรื่องดีๆ มีอีกเยอะ Thailand Blog Marketing Tips to Help You Make Money online – ThaiNetblog หมออนามัย ไม่มีอีกแล้ว…. โอเลี้ยง
เรื่องราวรายบุคคล
เรื่องราวรายหมวด
เรื่องราวรายเดือน