Offline Blogger: บล็อกเกอร์ออฟไลน์
Posted by iDay on
June 22, 2007
เมื่อวานช่วงเย็นๆ ประมาณสักทุ่มสองทุ่ม รู้สึกเบื่อๆ เซ็งๆ ยังไงก็ไม่รู้ เลยถือโอกาสออกไป สูดอากาศนอกห้องบ้าง ไปเดินเล่นเปิดท้ายขายของ ซะคนเดียวเลย ตลาดเปิดท้าย ในอุดรนี่ก็แปลกนะครับ แบ่งอาณาเขตกัน เป็นหย่อมๆ แล้วขยันแต่งชื่อซะหลายชื่อ หนึ่งล่ะ ตลาดปรีชา สองก็ไนท์พลาซ่า และสามก็ Center Point ครับ เบ็ดเสร็จแล้ว เรียกรวมๆกันว่า “เปิดท้าย” ครับ ส่วนขนาดพื้นที่นี้ กว้างขวางเอาการเชียวนะ ถ้าเดินๆ เล่นๆ ก็เอาจนปวดขา โน่นล่ะถึงจะดูหมด
ตลาดเปิดท้ายนี้ เป็นแหล่งแฟชั่นของวัยรุ่นอีกที่หนึ่ง ที่มักมีวัยรุ่นหนุ่มๆ สาวๆ มาเลือกซื้อเลือกหา จับจ่ายใช้สอย บ้างก็มานั่งสวีทหวานฉ่ำกินส้มตำ กันอย่างเอร็ดอร่อย บ้างก็หาเสื้อผ้าใหม่ๆ มาแต่งองค์ทรงเครื่องกันอย่างจ้าล่ะหวั่น สาวๆบางคนนี้ แต่งกันซะผมไม่กล้ามองเลยครับ ยิ่งตอนเดินไปคนเดียวนี่ดิ ต้องหลบเลย (กลัวเขาแซว) แต่ยังคิดอยู่ในใจเหมือนกันว่า “ทำไมไม่ใส่ชุดวันเกิดมาเลยล่ะครับ คุณเธอ” เออ… คิดไปแล้ว มันก็คงไม่ต่างจากแหล่งชุมนุมวัยรุ่นเมือง หรอกมั้งเนอะ
บล็อกเกอร์ออฟไลน์ (อ้าว จู่ๆมาได้ไงล่ะเนี่ย) เหตุมันเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ล่ะครับ ผมเลยได้แรงบันดาลใจ ที่จะเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา พอดีว่าเดินไปเดินมา เดินเล่นอยู่ดีๆนี่แหละ แต่ดันแวบไปเห็นคนกำลังมุงดูอะไรกันอยู่ ทีแรกนึกว่ามีใครเป็นอะไรหรือเปล่า แต่ไม่ใช่ เมื่อเดินเข้าไปใกล้อีกนิด ก็เห็นว่าพวกเค้ากำลังอ่านอะไรอยู่ เข้าไปอีกหน่อยก็เห็นว่าแท้จริงแล้ว พวกเค้ากำลังอ่าน เรื่องราวที่ชายคนหนึ่ง บอกเล่าผ่านตัวหนังสือกัน บางคนอาจเรียกหนังสือ ที่ชายคนนั้นเขียน ว่า “หนังสือทำมือ” ก็ได้นะ แล้วทำไมผมถึงเรียกว่า บล็อกเกอร์ออฟไลน์ล่ะ นั่นสิครับ อย่างนี้ต้องมาดูกันต่อ
ลักษณะเนื้อหา ที่น้องชาย (อาจจะอายุมากกว่าผมก็ได้) คนนี้เขาเขียนออกมานั้น จะเขียนบรรยายถึงสถานที่ ที่ตัวเองไปพบและเจอมา ซึ่งอาจเป็นสถานที่ท่องเที่ยว สถานที่สำคัญอะไรๆ ของจังหวัดหนึ่งๆ ก็ได้ ลักษณะการใช้คำพูด เพื่อสื่อความหมาย หรือตีความอะไรสักอย่างนี้ ผมยอมรับนะครับว่า เขียนออกมาได้ดีถึงดีมากเลยล่ะ ถึงแม้จะมีขาดตก บกพร่อง ผิดเล็กๆน้อยๆ อาทิเช่น สะกดคำไม่ถูกบ้าง แต่ก็บางจุดเท่านั้น และก็พอยอมรับได้ เพราะน้องเค้าเรียน กศน. จบแค่ ม.6 เท่านั้น ไอ้ที่ผมแปลกใจอีกอย่างหนึ่ง คือน้องเค้ารู้จักหา เนื้อหาจำพวกนี้มาเขียนลงได้อย่างไร
ไปหยิบบันทึกเรื่องหนึ่ง ของน้องเค้ามาอ่าน “เป็นบันทึกเกี่ยวกับจังหวัดหนองคาย” บ้านเกิดผมเองล่ะครับ เขาเขียนบอกเล่าเรื่องราวได้ละเอียดยิบ (ผมยังเขียนไม่ได้อย่างนั้นเลยครับ) และเขียนได้ดีเสียด้วย ถึงแม้จะมารู้ทีหลังว่า ข้อมูลเหล่านั้น เขาได้มาจากท่องเที่ยวจังหวัดก็ตาม แต่น้องเขาก็ไม่ได้ลอกมาเสียทั้งดุ้น ลักษณะความเป็นตัวเขาเอง ยังปรากฏให้เห็นในเรื่องราว ที่เขาสื่อออกมา และก็มารู้ทีหลังอีกว่า “น้องเค้าเป็นคนหนองคาย บ้านเดียวกับผม” ไอ้เรื่องนี้ ผมก็ไม่ได้ถามจากปากเขาตรงๆหรอก แอบอ่านบันทึกของเขาอีกนั่นแหละ
มาดูเรื่องรายได้ที่เขาได้รับกันดีกว่า ถ้าเปรียบบันทึกนั้นเป็นบล็อก ก็ต้องเป็นบล็อกที่ต้องจ่ายตังค์ก่อน ถึงสามารถเข้ามาอ่านเนื้อหา ในบล็อกได้ แต่มันก็ไม่ใช่อย่างนั้นเสมอไป เพราะการอ่านในที่นี้ เราจะให้ หรือไม่ให้อะไรตอบแทนเขาไปก็ได้ แต่จากการสังเกตของผม ได้ว่า ทุกคนพร้อมและเต็มใจให้เสียมากว่า (ไม่ใช่ให้เพราะเป็นมารยาท) ซึ่งอาจเป็นเงินจำนวนน้อยๆ 10-20 บาท ก็แล้วแต่น้ำใจ และกำลังทรัพย์ในการให้ของเราครับ ผมว่าบล็อกเกอร์ออฟไลน์ อย่างคนนี้ ยังดีกว่า “พวกคนจัญไร” ที่เที่ยวแต่แบมือ ขอเงินพ่อเงินแม่ ออกเที่ยวกลางคืน ถลุงเงินเป็นว่าเล่น หรือพวกที่ไม่รู้จักคุณค่าของเงินครับ
น้องชายคนนี้ ถ้าเปรียบเป็นบล็อกเกอร์ ก็คงต้องยกให้เป็น “บล็อกเกอร์มืออาชีพ” เลยล่ะครับ โดยดูจากความพยายาม การรู้จักหาเนื้อหามาเขียน การถ่ายทอด ความจริงใจ มันเป็นอะไรทีบริสุทธิ์ดี อ่านแล้ว มันสะท้อนถึงความเป็นตัวตน จุดอ่อน จุดแข็ง หรือแม้กระทั่งปมด้อยของเขาได้ อะไรๆทั้งหมดนี้ บ่มเพราะให้คนอ่าน เกิดความสงสาร จนน้ำตาทะเล็ดได้ เออ… ลืมไปเลยครับว่า ผมยังค้างบทความเรื่อง “เขียนบล็อกอย่างไรให้โดน” อยู่ นี่พึ่งนึกได้แฮะ ผลัดไปอีกวันแล้วกัน
สุดท้ายก่อนจบ ว่าด้วยกลุ่มคนที่ไม่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ต หรือไม่มีอินเตอร์ใช้ ตัวเลขทางสถิติบอกได้ว่า มันมากกว่าหลายเท่าตัว ถ้าเทียบกับกลุ่มคนที่มีอินเตอร์เน็ตใช้ แต่พวกเขาเหล่านั้น ก็อาจมีกำลังทางความคิด มีไอเดียบรรเจิด มากกว่าพวกเราๆ ก็ได้ เพียงแต่เขานั้น ไม่มีที่ให้แสดงผลงานเหมือนท่านๆเท่านั้น ลองจับใครสักคน ที่ดูแล้วมีพรสวรรค์ ด้านงานเขียน มาเป็นบล็อกเกอร์ดูสิ ทีนี้ล่ะจะได้รู้ซึ้งว่า “คนจนมีดี”




7 Responses to “Offline Blogger: บล็อกเกอร์ออฟไลน์”
นั่นสิ ผม ก็หาประเด็นเขียนบล็อกไม่ได้อยู่ด้วยนะ
ผล. แท็กลิงค์ บรรทัดท้า
ยสุดอ่ะคับ ….
By bird on Jun 22, 2007
อยากอ่านเร็วๆนะค่ะ “เขียนบล็อกอย่างไรให้โดน”
เพราะเขียนบล็อกไม่เป็นกับเค๊าสักที…
By Techkr.com on Jun 22, 2007
เออ….ถ้าผมเอาเนื้อหามาเป็นหนังสือทำมือจะมีคนซื้อมั้ยนะ….
ยสุดอ่ะคับ ….
ปล.แท็กลิงค์ บรรทัดท้า
By Catkun on Jun 22, 2007
ลืมดู Technorati Tags ไปเลยแฮะ ขอบคุณ
นะครับที่เตือน ผมว่าถ้ามั่นใจว่าเนื้อหาในบล็อกตัวเองโดนใจ
ละก็ ลองๆรวบรวมไปเสนอสำนักพิมพ์ดูสิครับ ตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จก็มีแล้ว อาทิเช่นของ วานวาน ที่ผมเคยกล่าวถึงไปแล้ว ส่วนเรื่องเขียนบล็อกอย่างไรให้โดนนั้น ตรงนี้ยังไม่เสร็จ ต้องรอกันไปอีกล่ะ ช้าสุดน่าจะเป็นวันจันทร์เนี่ยแหละ Techkr.com นี้ เข้าใจตั้งชื่อนะ ของคุณนาเดียใช่ปะ ถ้าจะรวบรวมลิงค์ที่เป็นเทคโนโลยีอย่างเดียวนี้ ผมว่ามันจะไปคล้ายๆกับที่ Duocore.tv นะ และผมเองก็ไม่ค่อยกล่าวถึงเรื่องเทคฯ เท่าไหร่ ถ้ามีโอกาศคงแวะไปใช้บริการอยู่ครับ
ปล. น่าจะมี WP-Plugin ที่ช่วยซับมิตไปยัง Social Bookmark ของตัวเองด้วยนะ อาจช่วยให้มีบล็อกเกอร์ต่างๆ ส่งเรื่องเข้าไปให้มากกว่านี้ รวมถึงเป็นการโปรโมทเว็บไปในตัวด้วย อย่าง Techkr.com นี่ ใช้ Pligg เป็น CMS ช่วยใช่ปะ มันน่าจะมีปลั๊กอินช่วยด้วยเนอะ หรือว่ามีแล้ว ลองค้นๆดูดีกว่า
By Admin on Jun 23, 2007
มาจัดอันดับเว็บไซต์กับ http://www.download-utd.com ครับ เพื่อความภาคภูมิใจของตัวท่านและของวงศ์ตระกูล
By misslily on Jun 23, 2007
/* ยังดีกว่า “พวกคนจัญไร” ที่เที่ยวแต่แบมือ ขอเงินพ่อเงินแม่ ออกเที่ยวกลางคืน ถลุงเงินเป็นว่าเล่น หรือพวกที่ไม่รู้จักคุณค่าของเงินครับ*/
รุนแรงไปนะผมว่า คนที่ไปเที่ยวใช่ว่าจะเป็นอย่างที่คุณว่าทุกคนนะครับ ผมคิดว่า บล๊อกคุณนำเสนอได้ดีในหลายๆด้าน แต่เรื่องนี้ผมไม่เห็นด้วยนะ
By nightmare on Jul 3, 2007
โทษทีครับ คุณ nightmare พอดีว่าผมอาจจะเขียนเพลิน แบบมันส์เข้าไส้ กริยาอาการมันออกจะแรงๆไปหน่อยจริงๆ แต่ผมเองก็ไม่ได้ตั้งใจให้หมายถึงกลุ่มที่ คุณ nightmare ว่านะครับ
* ยังดีกว่า “พวกคนจัญไร” ที่เที่ยวแต่แบมือ ขอเงินพ่อเงินแม่ ออกเที่ยวกลางคืน ถลุงเงินเป็นว่าเล่น หรือพวกที่ไม่รู้จักคุณค่าของเงินครับ*
ถ้าผมตั้งใจจะว่ากลุ่มที่คุณ nightmare ว่ามานั้น ประโยคน่าจะเป็นแบบนี้นะ
* ยังดีกว่า “พวกคนจัญไร” ที่เที่ยวแต่แบมือ ขอเงินพ่อเงินแม่ ออกเที่ยวกลางคืน คบเพื่อนสนุกๆ เพื่อระบายอารมณ์ส่วนตัวเท่านั้น *
จะเห็นได้ว่าประโยคทั้งสองแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ถ้าสมมุติว่า คนๆนั้นมีอันจะกิน การถลุงเงินเล่นๆ ก็ไม่ใช่ว่าจะผิดแต่ประการใด แต่ถ้าสมมุติว่า คนๆนั้น มาจากครอบครัวยากจนนิดนึงล่ะ พ่อ-แม่ กว่าจะหาเงินมาได้ เลือดตาแทบกระเด็น แต่ลูกๆ กับเอาไปใช้อย่างไม่รู้คุณซะงั้น ผมว่ามันก็มองได้หลายแบบนะ
ยังไงก็ขอบคุณ
nightmare มากที่ช่วยเตือน บางทีผมก็เขียนด้วยอารมร์ชั่ววูบไปหน่อย และก็เขียนแบบสดๆ ดังนั้นการกลั่นกรองข้อมูล ก่อนเผยแพร่ก็คงมีผิดกันบ้างนะ และพร้อมที่จะปรับปรุงตัว ลดความร้อน
แรงของการใช้คำพูดลงบ้าง
By Admin on Jul 3, 2007