Home > Blog Tips, Cool Comments > เล่าเรื่อง E-Commerce แบบโดนๆฉบับนายเดย์ ตอนที่ 1

เล่าเรื่อง E-Commerce แบบโดนๆฉบับนายเดย์ ตอนที่ 1

October 23rd, 2007

สวัสดีครับพี่น้อง วันนี้ไม่ใช่วันดีอะไรหรอกนะครับ พอดีอยากเขียนเรื่องอะไรที่มันนอกเหนือจากบล็อกกันบ้าง ประเดี๋ยวจะเบื่อเรื่องบล็อกไปก่อน เลยมาว่ากันในเรื่อง E-Commerce กันเสียหน่อย จะเป็นไรไป เอิ๊กๆ ไม่เชี่ยวเรื่องนี้ การเล่าเรื่องจะให้ชำนิชำนาญไปก็เห็นจะไม่ได้ ผิดพลาดประการใด ทักท้วงได้เสมอนะครับ เอาล่ะตีโพยตีพายมากไป จะโดนเหน็บ ไปเข้าเรื่องอย่างว่า…. กันดีกว่า (เรื่องอย่างว่า… เรื่องไรวะ น่าคิดจัง)

E-Commerce หรือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือง่ายๆก็การค้าขาย ผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ตนี้ หลายคนหรือเกือบทุกคนคงจะรู้จักกันหมดแล้วนะครับ อย่างที่รู้ๆกัน อาชีพที่ทำให้รวยได้ง่ายๆก็คือการค้าๆขายๆนี่แหละ รองลงมาก็น่าจะเป็นงานบริการ หรืออย่างวณิพกนี่ก็รายได้ดีเหมือนกันนะครับ สินค้าไม่ต้อง ค่าแรงนิดหน่อย ก็กำรายได้อย่างกอบโกยแล้ว เอิ๊กๆ อันนี้เล่นขำๆ ผมว่านะครับ การจะทำการค้าขายเช่นนี้ จุดเด่นล่ะต้องมีสินค้าเป็นของตนเอง และเป็นแบบฉบับเฉพาะ อย่างสินค้าทำมือ (Hand Made) จะยิ่งดีขึ้นไปใหญ่ แต่ถึงกระนั้น จะอาศัยช่องทางออนไลน์ได้อย่างไร ในเมื่อมีกระแสการแข่งขันที่สูงเยี่ยงนี้

การทำเว็บไซต์ E-Commerce ขึ้นมาสักที่นั่นไม่ยากเลยสักนิด แต่การจะประชาสัมพันธ์ ให้เป็นที่รู้จัก การจัดอันดับในเรื่องความน่าเชื่อถือ จะเป็นเรื่องที่ใหญ่กว่า รวมไปถึงการคิดมองในแง่ การหาพันธมิตรร่วมทางด้วย ถึงจะอยู่กันยืด เอาล่ะครับ พูดถึงการสร้างเว็บไซต์ E-Commerce ก็ต้องว่าด้วยเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือ หรือ CMS (Content Management System) ที่ช่วยจัดการสักหน่อย หลายคนคงจะพอรู้จักเจ้า osCommerce มาแล้วใช่เปล่า ตัวนี้เป็นตัวจัดการระบบตะกร้าสินค้าชั้นยอด ที่ฮ็อตฮิตและใช้กันมากมาย ในไทยเราเอง ก็ใช้กันเยอะ แต่ผมรู้สึกว่าจะไม่ชอบเจ้าตัวนี้เหลือเกิน ยิ่งเก่าสนิมยิ่งเขรอะครับ หาตัวใหม่ๆ ที่เริดๆไม่ดีกว่าเหรอ อืม… ถ้าเป็นตอนนี้ต้องยกความนิยมให้ Joomla (แตกคอจาก Mambo) เค้าล่ะครับ เพราะมีระบบ Module และ Extensions ต่างๆ พัฒนากันออกมาเพื่อให้สนับสนุนการใช้งานบนระบบของ Joomla โดยในที่นี้ก็มีโมดุลอย่าง Vituemart ที่สามารถนำมาใช้จัดการระบบตะกร้าสินค้าได้เป็นอย่างดี แต่สงสัยว่าผมจะเป็นคนที่ช่างเลือกไปหน่อย ดูข้อดีและเสียของมันแล้ว งานนี้ถือว่าไม่คุ้มที่จะเล่นครับ สืบเนื่องจากเป็นระบบ Module ถ้าวันดีคืนดี อีกฝ่ายเลิกพัฒนาไปเสียดื้อๆ เราจะทำอย่างไร เราเองก็คงต้องหยุดการพัฒนาไปด้วยเหรอ อันนี้น่าคิดนะ ข้อเสียอีกหนึ่งคือระบบ Rewrite URL แบบห่วยแตก ได้ URL ไม่สวยเอาเสียเลย ในแง่ของการทำ Search Engine Optimization (SEO) คะแนนคงต่ำมากๆ แต่ถ้าคิดว่า Google จะบันทึก (Index) ลงในสารบบไหม อันนี้มันก็แน่นอนครับ ระบบมันเก็บแน่นอน แต่คงเก็บได้ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะได้ URL เป็นแบบ Dynamic URL ไม่ใช่ Static URL อาจจะใช้โมดุลอีกหนึ่งตัว มาจัดการระบบ URL ด้วย ซึ่งถ้าเลือกตัวดีๆ ก็ต้องเสียตังค์ซื้อล่ะครับ เมื่อถึงขั้นนี้ ลองนึกภาพดูแล้วกันว่าคุ้มไหม! จัดการระบบใหญ่ๆ แต่กลับใช้ความสามารถเล็กๆ มาใช้ในงาน แล้วระบบใหญ่ๆนั้น มีไว้ทำไม มีไว้ให้เจาะระบบอ๊ะเปล่า อิอิ

Magento Commerce

เอาไปเอามา ยาวจนได้กะจะเอาสั้นๆ แล้วเล่ามาถึงจุดนี้ ตกลงว่าจะให้ใช้ตัวไหนจัดการระบบ E-Commerce ล่ะ สั้นๆครับว่า “เขียนระบบเอง” อ้าวเฮ้ย! อย่างนี้ก็สวยอ่ะดิ ฮาๆเปล่าครับผมหล่อ ไม่ได้ตอบกวนบาทานะครับ อ๊ะ!!! ล้อเล่น เอาล่ะวันนี้ผมมีตัวจัดการระบบ E-Commerce เจ๋งๆ มาให้ดูกัน ตัวนี้ล่ะ มันจะฆ่า osCommerce ในวันข้างหน้า ผมมองว่างั้นนะ ทั้งนี้แล้วตอนนี้พึ่งออกเวอร์ชันทดลองออกมาอยู่เลย มันมีชื่อว่า Magento หรือเรียกเต็มๆว่า Magento Commerce เป็น Open Source CMS เสียด้วย ระบบภายในแบบเจ๋งโคตรๆ เขียนด้วย PHP5 ผนวกกับ MySQL และเครื่องมืออีกหลายๆตัว ดังนั้นความต้องการของระบบก็อาจจะมากไปนิด แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าล่ะครับ เพราะความสามารถมันถือว่าเข้าตาผม ระบบ Rewrite URL ได้ URL สวยๆมาครอบครอง เหมาะสำหรับการทำ SEO ได้อย่างเต็มที่ ระบบตะกร้าสินค้า ระบบสมาชิก การจ่ายเงิน ระบบเปรียบเทียบราคาสินค้า ระบบ Tagging ปรับแต่งหน้า Reviews ได้อย่างสวย เหมาะสำหรับการทำ Landing Page เลยล่ะครับ นอกจากนี้แล้วยังมีอีกสารพัด Features ยังไงก็ลองไปดูกัน ส่วน Roadmap นั้น ก็ถือว่าวางแผนการ ล่วงหน้าไว้อย่างดิบดี เพราะแผนนั้นจะมีระบบ Affiliate มาร่วมด้วย อันนี้ผมยิ่งชอบครับ รวมๆแล้ว ผมถือว่าตัวนี้เป็น CMS 2.0 ในส่วนของ E-Commerce และให้คะแนนแต้มไป 8/10 เพราะยังถือว่าใหม่ คนใช้งานมีจำนวนไม่เยอะครับ

การจะพัฒนาตัวนี้ ในแง่ของการนำมาใช้งานได้หลากหลายจริงๆ น่าจะทำระบบ API มาใช้ร่วมด้วย ซึ่งดูจากแผนการที่กำหนดไว้ว่าจะมีระบบ Affiliate ด้วย นั้นแหละครับ ให้พันธมิตรของเราหรือ Affiliate นี่ดึง Catalog สินค้า ผ่าน API ไปเลย หรือไม่ก็พัฒนาตัวนี้แล้วดึง Affiliate ผ่านตัวอื่นๆอีกที เช่นดึงจาก Amazon Associate ผ่าน API ดึง eBay Affiliate ผ่าน API หรือดึงสินค้าจาก ClickBank ผ่านระบบ Data Feed อย่างนี้เป็นต้น แต่คงงั้นแหละ ทำได้แต่ยาก หรือถ้าทำได้ก็ควรจะทำในเชิงการค้าไปเสียมากกว่า รับรองมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ

Complex Plaza

หลายๆท่านอาจจะงง ผมก็งงตัวเองเหมือนกัน ไม่รู้ว่าสื่อความหมายได้ตรงเป้าหรือเปล่า เพราะการพูดถึง E-Commerce จะนิ่งเสียไม่พูดถึง Affiliate ไปก็ไม่ได้ เพราะกำลังได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน ในไทยเราเองก็มีระบบ Affiliate เช่นนี้มาเหมือนกัน อาทิเช่นตัวอย่างง่ายๆอย่างของไทยเองก็ คอมเพล็กซ์ พลาซ่า (ComplaxPlaza.com) อ่ะนะ ถือว่าเป็นการค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ที่ใช้ความสามารถ ของพันธมิตรในการส่งเสริมการขาย ได้ดีระดับหนึ่ง หรือถ้าเป็นของต่างประเทศ ที่มีชื่อเสียงหน่อยก็เป็น Commission Junction (CJ.com), Paydotcom.com, Clickbank.com, Shareasale.com, Amazon หรือแม้กระทั่งอย่าง eBay.com ก็อาศัย Affiliate ขยายช่องทางหากิน โดยพึ่งระบบของ Commission Junction อีกทีหนึ่ง แล้วทำไงดีล่ะ เราจะได้เป็นเจ้าของโปรแกรม Affiliate ทั้งหมดได้ ของ Amazon จะง่ายหน่อย เพราะมีระบบให้เราสร้างร้านค้าได้ง่ายๆ อย่าง aStore แต่ของเจ้าอื่นๆล่ะ ต้องทำเยี่ยงใด บางวิธีอาจต้องลงทุน บางวิธีอาจต้องลงแรง อันนี้ต้องอดใจรออีกนิดนะครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมมีคำตอบมาให้ เล่นเขียนเรื่องนี้ก็ปาเข้าไปสองชั่วโมงกว่าๆแล้ว หิวชะมัด ขอตัวไปต้มมาม่ากินก่อน วันนี้เปลี่ยนเมนูใหม่ มาม่าใส่ไข่และใบตำนิน (ใบตำนินเป็นภาษาท้องถิ่นอีสาน ภาษาไทยคือใบตำลึง) ถ้าไงพรุ่งนี้ ผมจะตามมาเขียนให้จบแน่นอน ไปล่ะ โชคดี อยู่ดี กินอร่อย กินมาม่าบ่อยๆ เพราะไม่มีตังค์ เอิ๊กๆๆ

Blog Tips, Cool Comments , , ,

  1. October 23rd, 2007 at 23:32 | #1

    น่าสนใจครับเดย์ ทบทวนสิ่งที่รู้มา ว่าในอนนอนาคต oscommerce มันจะปรับตัวเองยังไง :em04:

  2. October 24th, 2007 at 09:58 | #2

    -*-
    mogento มันสวยมาก ๆ ครับ
    แต่มันเป็น php5 นี่จิ

    คงต้องหา host ที่ support อีก -*-

  3. October 24th, 2007 at 11:13 | #3

    กำลังมีความคิดที่จะเปิดร้าน พอดีเลย จะติดตามข่าวสารต่อไป ขอบคุณขอบคุณสำหรับความรู้ดีดี

  4. October 24th, 2007 at 12:34 | #4

    พี่เดย์มาให้แนวทางเลือกใหม่อีกแล้วแต่ผมตัดสินใจใช้ SMEWeb ละง่ายง่ายดี อิอิ ไม่ต้องซับซ้อนอะไรมาก

    พูดถึง OSCommerce จริงๆแล้วมี Template ให้ท่านเลือกมากมาย แต่ถ้า Template นั้นต้องการให้ท่าน Install ใหม่ละก็แนะนำว่าอย่าครับเพราะส่วนใหญ่ OSCommerce จะสนับสนุน PHP4 MySql4 ดังนั้นถ้าจะเล่นก็ระวังๆด้วยนะครับ แนะนำ OSCommerce ใช้ของคนไทยที่เขาทำมาดีที่สุดครับ (แต่ Template ไม่สวย)

    ผมว่า Joomla ทำ Url ได้สวยเหมือนกันนะครับ แต่ต้อง Rewrite Url ดีๆครับ (แต่ที่ไม่ใช้เพราะระบบมันใหญ่ซับซ้อนเกินไป)

    Magneto ก็ขอให้มันมีฐานลูกค้าเยอะๆครับ ยิ่งใครทำให้มันสนับสนุนภาษาไทยยิ่งดีเลยอนาคตจะได้มาฆ่า OScommerce สักที แต่สำหรับใครที่กำลังจะทำ E-Commerce ก็ฝากดูเรื่อง Backend / ระบบจ่ายเงินด้วยนะครับ

    โดยผมใช้ SMEWeb แบบง่ายง่ายๆเพราะผมไม่ต้องการอะไรมากเลยนอกจากให้ใบเสร็จลูกค้า / ส่งเตือนเรา เสร็จแล้วพอลูกค้าโอนเงินมาให้ไป Confirm (ซึ่งปรับแต่งเองนิดหน่อย) แค่นี้แค่นี้พอแล้ว ผมเลยคาดว่าใครที่มีการจ่ายเงินแบบผม SMEWeb เป็นทางออกที่ดีเหมือนกันนะครับ :em04:

  5. October 24th, 2007 at 14:24 | #5

    ปกติแล้ว CMS ออกใหม่เกือบทุกตัวจะเข้ารหัสภาษาแบบ UTF-8 ดังนั้นเจ้า Magento ก็น่าที่จะรองรับนะ หรือลองดูในส่วน Community สิ มี Thai Translation ด้วย อีกทั้งมีคนไทย เข้าไปแสดงความคิดเห็นด้วย อิอิ อีกหนึ่งเรื่องของ PHP5 ผมว่าก็น่าจะหา Hosting รองรับได้ไม่ยาก อีกทั้งมีกลุ่มพลังอย่าง GoPHP5.org ช่วยผลักดันอีกแรง จำไม่ได้แล้วเหรอเหรอว่า PHP4 จะเลิกสนับสนุนและพัฒนาแล้วภายในสิ้นปีนี้ครับ

    ปล. Magento ไม่ใช่ Magneto

  6. Patrickz
    February 25th, 2008 at 11:55 | #6

    สวัสดีครับ ถ้าสนใจ หรือมีเวลาว่างสักเล็กน้อย สละเวลาสักนิด ช่วยแปลภาษาไหมครับ

    http://www.assembla.com/wiki/show/magento-translation

  7. July 9th, 2008 at 22:19 | #7

    magento ใช้ยังไงอ่าฮับ?

  8. October 26th, 2008 at 20:24 | #8

    บทความดีมากเลยครับ แต่ก่อนรู้จักแต่ OS Commmerce

  1. October 25th, 2007 at 18:14 | #1