รายได้ปลายเมาส์

เขียนเล่นๆมาหลายต่อหลายเรื่องแล้ว วันนี้ก็ขอเขียนเล่นๆอีกต่อหนึ่งแล้วกันครับ ไหนๆก็พาเพื่อนๆลงเหวกันแล้วทั้งที เราก็มาดูก้นเหวกันนะครับ ว่ามีลักษณะเช่นไร นายเดย์จะพาทัวร์ก้นเหว เหอๆ สำหรับบริษัทรับจัดทัวร์ ท่องเที่ยวทั่วราชอาณาจักร สนใจทัวร์ก้นเหว ก็มาลงชื่อกันแล้วนะครับ นายเดย์จะเป็นไกด์ให้เอง ชอบนักแล เรื่องมั่วๆต้องยกให้ผม

เอาล่ะๆเข้าเรื่องๆ ว่ากันว่าตอนที่ Google AdSense เข้ามาใหม่ๆ ได้ปฏิวัติรูปแบบการโฆษณาแบบเดิมๆ ออกไปโดยสิ้น เสียงลือเสียงเล่าอ้างกันต่างๆนานา ว่าเป็นวิธีการโฆษณาที่เข้าถึงผู้ใช้ ได้ตรงใจผู้ใช้ที่สุด เพราะโฆษณานั้นๆจะเปลี่ยนไปตาม เนื้อหาที่ปรากฏบนหน้าบล็อกต่างๆ ซึ่งต้องมีผู้ลงโฆษณาบน Google AdWords เสียก่อน ถ้าไม่มีผู้ลงโฆษณาก็ย่อมไม่มีผู้แสดงโฆษณา เว้นแต่ Google Inc จะเหมาลงโฆษณาทั้งหมดด้วยตัวเองทั้งหมดทั้งสิ้น แน่ล่ะถ้า Google ทำเช่นนั้น มีผลสองอย่างคือ รับกำไรอื้อซ่ามหาศาล กับล้มเหลวไม่เป็นท่าจนล้มละลาย

การที่ Google เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถสมัครสมาชิก เข้ามาเป็นผู้ลงโฆษณาใน AdWords ได้ ก็เพื่อเป็นตัวประกัน ประกันรายได้ให้ตัวเอง คิดง่ายๆ Google เองไม่ต้องลงโฆษณา เพื่อแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในตรงนี้ แต่ประเด็นกลับกลายเป็นว่า ผู้ลงโฆษณาเป็นผู้แบกรับความเสี่ยงไว้ ด้วยตัวเองทั้งหมด ความคิดของผมอาจจะผิดแผกแตกต่างไปจากคนทั่วไปนะครับ ดังนั้นถ้าผิดเถียงได้ แต่อย่าด่าทอแล้วกัน เอิ๊กๆ

ผลกำไรของ Google ที่ได้จากผู้ลงโฆษณาใน AdWords ถูกเจียดส่วนแบ่งมาให้ผู้ร่วมธุรกิจหรือ Partner ที่ลงมือทำ AdSense ซึ่งส่วนต่างตรงนี้ ไม่เป็นที่ทราบกันแน่ชัด แต่ผมเชื่อว่าคงไม่ถึงครึ่ง กับราคาที่ผู้ลง AdWords จ่ายให้ Google ต่อหนึ่งคลิก เพราะผมเคยได้รับรายได้ต่อคลิกที่ต่ำติดดิน เพียง 0.01 - 0.02 ดอลลาร์ก็มี ส่วนราคาบิดขั้นต่ำที่ Google AdWords ให้บิดได้ขั้นต่ำเท่าไหร่ ผู้ลงโฆษณาใน AdWords จะรู้ดี

บางทีการเทียวไปยกยอปอปั้นว่า Google AdSense ดีอย่างนั้น Google AdWords ดีเยี่ยงนี้ และ Google Search Engine ดีกว่าใครๆทั้งหลาย ก็เหมือนกับการไปให้ท้าย Google นั่นแหละครับ แต่รู้ไว้ใช่ว่าตอนนี้ Google เป็น Search Engine เป้าหมาย ที่เหล่าสแปมเมอร์หมายตาและ จ้องเล่นงานมากที่สุด เนื่องจากความเร็วของบอท ที่มาเก็บข้อมูลได้อย่างไวไว และอินเด็กซ์ข้อมูลได้ไวไว ถึงแม้สุดท้ายจะสามารถลบข้อมูลที่ไม่ดี หรือขยะสังคมได้อย่างไวไวก็ตาม แต่ถึงกระนั้นพวกเว็บดักคีย์เวิร์ดทั้งหลาย ก็ได้ผุดได้เกิดมามากนักแล ค้นหาแต่ละที ติดอันดับในหน้าแรกของผลการค้นหาแทบทั้งหมด แต่ไอ้ที่แสดงผลการค้นหาออกมานั้น แทบไม่มีชิ้นดีของข้อมูลที่ต้องการเลย

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ AdSense และ AdWords ล่ะครับ… อย่าพึ่งสงสัย ผมจะค่อยๆคลายปมไปเรื่อยๆ ประเด็นมันเริ่มต้นที่ จะทำยังไงให้มีคนเข้าเว็บไซต์หรือบล็อกที่ติด AdSense ไว้ ให้ได้มากๆ ยิ่งคนเข้าเยอะโอกาสในการคลิก AdSense และแปรเปลี่ยนเป็นรายได้ก็ยิ่งเยอะตามตูดกันไป เหล่าสแปมเมอร์เหล่านี้ต่างคนต่างมีวิธีการที่แยบยลแตกต่างกันออกไป และหนึ่งในวิธีการที่ใช้ คือการดักคีย์เวิร์ด ดังที่กล่าวมาด้านบนเมื่อครู่นี้

ผลเสียมันไม่ใช่อยู่ที่แค่ว่าผู้ใช้งานรำคาญ (ผิดกับหลักการที่ Google ตั้งไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม ว่าสร้างเสริมประสบการณ์ที่ดีต่อผู้ท่องเว็บฯ) แต่แบรนด์ของ Google จะถูกลดค่าลง เพราะขจัดสิ่งที่โม้ไว้ตั้งแต่แรกไม่ได้ (คอมเม็นต์ด้านลบมากเกินไป จะโดนคดีหมิ่นประมาทไหมเรา) อีกทั้งผู้คนจะมองว่าเว็บไซต์ที่ติด AdSense เป็นเพียงเว็บขยะเว็บหนึ่ง ที่ทำโลกออนไลน์ต่ำลง หรือถ้าให้พูดว่าเป็นคนก็อยู่แล้วหนักแผ่นดินอะไรเทือกนั้นแหละครับ และคนที่มองนี้ ไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหน นายเดย์นี่เองแหละครับ เอิ๊กๆ

หลักการทำเงินกับ AdSense มากๆ วิธีการที่ทำแล้วได้อย่างรวดเร็วคือทำ Black Hat (หมวกดำ) มาเร็ว เคลมเร็ว AdSense จะมีภัยประมาณนั้น แต่คนที่ทำแล้วรายได้ยั่งยืน โดยทำแบบใสสะอาดก็มีนะครับ หรือเขาว่า White Hat (หมวกขาว) แต่ผมก็ว่าอีกล่ะ อาจมีสัดส่วนระหว่างคนเหล่านี้ แตกต่างไม่มากนัก รายได้ก็ไม่แตกต่างกันมากนักเช่นกัน แต่ช้าแต่… สุภาษิตไทยว่าไว้ว่า “ปลาเน่าตัวเดียว เหม็นหมดทั้งข้อง” และปลาตัวนั้นก็เจอกันได้ง่ายๆ ก็คือคนทำผิดกฏเน้น Black Hat นั้นแหละครับ คนเหล่านี้คือปลาหมอ เหอๆ เกี่ยวกันไงวะเนี่ย

สรุปๆ ขอขบเสียทีนะครับ เขียนมายาวแล้ว สรุปสั้นๆเลยแล้วกัน “Pay Per Click = รายได้ปลายเมาส์” จบแบบกระดากๆเยี่ยงนี้แล

เรื่องโม้อื่นๆ ที่คล้ายคลึงกัน

  1. 9 Responses to “รายได้ปลายเมาส์”

  2. จากเรื่องรายได้สุดท้าท้าย ก็มาจบที่ Black Hat ก่ะ White Hat งงนิดๆ
    แต่ช่างเหอะ ดูท่าทางจะเก็บกดเอามากเลยหรือเปล่าคับนี่ อิอิ
    ไม่เป็นไรคับโลกเราก็งี้แหละมีขาวก่ะดำเป็นเรื่องธรรมดา

    ส่วนเราก็เขียนอะไรดีๆเพื่อสังคมต่อไป :)

    By MrJack on Jan 5, 2008

  3. สรุปว่าคุณเดย์เกลียดพวก Black Hat นั่นเอง
    ..ส่วนผมออกไปทางเบื่อมากกว่า…

    By ixiu on Jan 5, 2008

  4. เขียนได้ตรงใจป้า บอกได้แค่นี้แค่นี้แหละ!

    By ป้าชลลี่ on Jan 5, 2008

  5. เหอๆเหอๆ สุดท้าท้าย ผมก็ไม่รู้จะทำอะไรกับ Adsense ปล่อยให้มันเฉาตายไปอย่างนั้นแหละ สุดท้าท้าย ผมก็ต้องนั่งเซ็งกับผลการเสิร์ชที่มีแต่เว็บไซต์ดักคีย์เวิร์ด

    สุดท้าท้าย คงต้องมีเว็บไซต์ดักเว็บดักคีย์เวิร์ดอีกที แล้วส่งไปแจ้งกูเกิ้ลละมั้งเนี่ย

    By blooWorld on Jan 5, 2008

  6. ยุคแรกๆที่ Google ให้บริการ Adsense ผมเคยทำ Blackhat แบบว่าอยากลองวิชาว่างั้นเถอะ แต่จนแล้วจนรอด ก็โดนแบนในที่สุด เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าลองดี ได้ไม่ดี นะจะบอกให้ :(

    By MaximumBOY on Jan 5, 2008

  7. อ่านมาตั้งนาน ผมเองก็งงๆกับประเด็นน่ะครับ
    สรุปคือเกลียด หมวกดำ สินะ อืมอืม….

    ตอนนี้ผมกำลังทำเวบหมวกขาวอยู่ รอดตัวไปน่อ

    By Catkun on Jan 6, 2008

  8. พูดถึงไอ้เว็บดักคีย์เวิร์ด ผมก็เกลียดมันมาก เมื่อไหร่มันจะสูญพันธุ์ไปซะไปซะทีว๊า

    By teeyai555 on Jan 9, 2008

  9. เว็ยไทย ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ชะที…………….

    By sam on May 30, 2008

  1. 1 Trackback(s)

  2. Jan 7, 2008: รายได้ปลายเมาส์#2 | Day

Post a Comment