ปิดท้ายเรื่องที่โม้ไว้เมื่อวาน ว่าวันนี้จะเขียนเรื่องเกี่ยวกับ Search Engine ในมุมมองแปลกๆ ให้ได้อ่านกัน ก็เป็นดังที่สัญญาไว้ล่ะครับ ต้องหามาเขียนให้ได้น่า จะยากเย็นแสนเย็น แค่เพียงใด ก็จะบุกบ่าฝ่าฟัน เอามาเขียนให้จงได้ล่ะนะ เอิ๊กๆ หลายท่านคงนึกหมั่นใส้ผมแล้วล่ะมั้ง สำบัดสำนวนเยิ่นเหย้อ เหลือเกิน เมื่อไหร่จะเข้าเรื่องสักที
เรื่องของเรื่องนั้น ประเด็นจับโจทย์อาจดูไม่เพียงพอ ที่จะนำมาตีความให้ยืดยาว ก็แค่เรื่องของ Search Engine ที่ว่าดีนักดีหนาค้นหาอะไรก็เจอ อย่าง Google เช่นทุกวันนี้ คงพอรู้กันนะครับ ว่า Search Engine รายนี้ ถือว่าเป็นตัวที่คนทั่วโลกนิยมใช้มากที่สุด และมีสำนักงานอยู่ในหลายๆประเทศ และหนึ่งในนั้นก็มีประเทศไทยด้วยเช่นกัน แม้ตัวผมเองจะไม่ค่อยใช้ (บ่อย) เท่าไหร่ แต่คงไม่ใช่ผมคนเดียวที่ใช้ ทั้งเด็กเล็ก เด็กโข่ง จนไปถึงดอกเตอร์ ดอกแต๋ว ต่างก็ใช้ๆกันทั้งนั้น บางที Search Engine รายได้ แทบจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตออนไลน์ และการท่องเน็ตของคนเราไปแล้ว จะด้วยการขี้เกียจค้นหาข้อมูล ตามตำรับตำรา เข้าเน็ตมาแล้วคัดลอกข้อมูลไปใช้ก็เป็นอันจบ (อันนี้สำหรับนักเรียน นักศึกษาที่ขี้เกียจทำการบ้าน) หรือบางครั้งการค้นหาในข้อมูลใน Search Engine เป็นหนึ่งในบทเรียนที่คุณครูจะสอนนักเรียนก็มี อันนี้เองแหละครับ ที่มันบ่มเพาะให้เรารู้จักใช้มัน และนั่นเองแหละครับ เราถูกกับดักให้ใช้มันแล้ว
วกกลับมาว่าด้วยเรื่องความสามารถต่างๆที่ถูกซ่อนเร้นไว้ ภายใน Search Engine ตัวโปรดนี้ นั่นคือเราสามารถค้นหานิยาม หรือความหมายสั้นๆของคำใดคำหนึ่ง ผมขอยกตัวอย่างเช่นคำว่า WordPress นะครับ เราจะต้องใส่คำว่า Define: ตามด้วยคำที่ต้องค้นหานิยาม ลงไปในกล่องค้นหา เช่น define:WordPress ผลก็จะออกมาดังรูปด้านล่างนี้

ดูจากรูปเราก็จะเห็นแหล่งข้อมูลที่บ่งชี้ไปยังนิยาม ของคำว่า WordPress ซึ่งมันก็ดีอยู่หรอกครับ หลายคนอาจมองว่าเจ๋งโคตรๆเลยก็ได้ แต่ผมนั้นไม่ได้คิดเช่นนั้นครับ ถ้าระบบมันสามารถหานิยามของรักแท้ได้ ผมถึงจะยอมรับในระบบนี้

ระบบที่เจ๋ง ย่อมซ่อนเร้นไว้ซึ่งระบบที่เจ๋งกว่า และนำมาซึ่งการซ่อนเร้นระบบห่วยๆ เอาไว้เช่นกัน ประเด็นสำคัญที่น่าจับจุดคือเรื่องของเว็บดักคีย์เวิร์ด ที่เกิดขึ้นทั่วเมืองอย่างทุกวันนี้ ถึงแม้ทาง Google เองจะออกมาฆ่าแกง เหล่าเว็บไซต์ที่เข้าข่าย การทำสแปมในครั้งนี้ แต่ผมยังเชื่อว่า มันยังไม่หมดไปง่ายๆหรอกครับ ที่ทำได้ก็เพราะมีกลุ่มต่างๆในไทย พยายามส่งสัญญาณบอกเหตุเข้าไป จากนั้นพนักงานที่กินเงินเดือนของ Google ก็ไล่แบนเว็บเหล่านั้น ออกไปให้หายจากสารบบมันก็เท่านั้น จะเห็นกันว่า ระบบเจ๋งๆมันก็ต้องใช้คนงานอยู่ดี และกาลครั้งนี้ก็หลอกใช้คนเสียด้วย เอิ๊กๆ
ว่ากันว่า ถ้าเว็บไซต์ที่ดักคีย์เวิร์ดเหล่านั้น ยังคงอยู่ หรือยังไม่หมดไป จะเป็นอันตรายต่อเครื่องคอมพิวเตอร์คุณ เอิ๊กๆ เพราะคุณจะค้นหาข้อมูลที่ต้องการไม่ได้ เข้าไปแล้วก็คว้าน้ำเหลวกลับมา เพราะเราถูกดัก แล้วลองย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นสิครับ แต่ก่อนนั้นเรามี Search Engine ให้ได้ใช้กันหรือเปล่า แล้วเราหาข้อมูลที่ต้องการเหล่านั้นได้อย่างไร ดูเหมือนอะไรต่อมิอะไรจะดูยากๆ แต่นั่นล่ะครับ มันจะทำให้เรารักในข้อมูลที่หามาได้นั้น อะไรที่เราได้มาง่ายๆย่อมน้อยค่า แต่อะไรก็ตามที่เราได้มายากๆ มันจะเปี่ยมล้นด้วยคุณค่ายิ่งนัก เพิ่มรอยหยักในสมองอีกทั้งฝังให้ลึกได้ดีนักแล
วกกลับมาอีกหน ว่าด้วยประเด็น “เว็บดักคีย์เวิร์ดและเว็บดักแอดเวิร์ด” กัน อันนี้ต้องเน้นหน่อยครับ เพราะมันคือใจความของเรื่องทั้งหมด ผมขอยกตัวอย่างโดยแยกเป็นสองพวกแล้วกัน จะได้เห็นกันชัดๆ โดยในที่นี้ ผมขออนุญาติปิดบังข้อมูลบางส่วน เพื่อไม่เห็นเป็นการไปให้ท้าย หรือมองเป้าหมายของผมที่เขียนเรื่องพรรค์นี้ขึ้นมา เพื่อกลั่นแกล้งใครๆไปดูๆกัน
เว็บดักคีย์เวิร์ด อย่ามองว่าผมทะลึ่ง เลือกใช้คำค้นนี้เลยนะครับ ก็แค่อยากให้เห็นภาพกันชัดๆหน่อย การคิดจะทำเว็บดักคีย์เวิร์ดนี้ มิใช่เรื่องยากเลยครับ ก็แค่ไปรวมๆคำค้นหาต่างๆมา แล้วนำมาสร้างเป็นหน้าเพ็จหนึ่งขึ้นมา และในหน้านั้นๆก็ใส่คำที่เราต้องการจะดักลงไป โดยลักษณะคล้ายๆ รูปแบบเช่นนี้
- คำค้นหาที่หนึ่ง
- คำค้นหาที่สอง
- คำค้นหาที่สาม

ในกลุ่มคำค้นหานี้ ก็หาได้ไม่ยากครับ เครื่องไม้เครื่องมือ ก็มีกันมากมาย แม้แต่ Google เองก็มี (Google Keyword External) พี่น้องหลายๆท่าน คงอาจจะสงสัยว่า เขาสร้างขึ้นมาแล้วเขาได้อะไร คือมันเป็นเช่นนี้ครับ การจะสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาสักแห่ง ถ้าไม่มีคนเข้ามันก็ร้างว่างเปล่า เพราะข้อมูลบนอินเตอร์เน็ตมันมีเยอะแยะเต็มไปหมด และเมื่อไม่มีคนเข้า รายได้มันก็ย่อมจะไม่เกิด เมื่อรายได้มันไม่เกิด มันก็จะทำให้กระเป๋าคนทำนั้นๆเบา เมื่อเบาลงไปมากๆมันก็เจ๊งครับ (ล่อซะยาวกับเรื่องแค่นี้) อีกหนึ่งที่ควรจะเป็นประเด็นสงสัย นั่นคือรายได้นั้นมันจะมาได้อย่างไร ผมขอสรุปคำตอบให้ง่ายๆ นั่นคือ AdSense ถึงเวลาแล้วครับพี่น้อง ที่เราจะไปสู่หัวข้อถัดไป ต่อๆ
เว็บดักแอดเวิร์ด อันนี้ผมมองในแนวคิดผมนะครับ แนวคิดใครแนวคิดมัน แต่ถ้าไม่ตรงกันก็แย้งได้ การจะทำเว็บดักแอดเวิร์ดนี้ยิ่งง่ายกว่าครับ ไม่ต้องเช่าโฮส ไม่ต้องมีโดเมนเนม มีแค่คีย์เวิร์ดที่จะนำผู้ใช้ที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย พาไปสู่จุดมุ่งหมายนั้นๆยังไงล่ะครับ แต่กลุ่มนี้อาจจะยากขึ้นมานิด เพราะคู่แข่งมันเยอะต้องหาคีย์เวิร์ดที่ยังว่างๆอยู่ มาทำการตลาด (Niche Keyword) หลายคนถึงกับต้องหว่านคีย์เวิร์ดเป็นหมื่นๆแสนๆคำ ออกมาเพื่อดักผู้ใช้งาน จากนั้นก็บันทึกและติดตามว่าคีย์เวิร์ดไหน ใช้งานได้บ้าง (Tracker) อย่าพึ่งงงกันนะครับ ผมทำรูปมาให้ท่านดูแล้ว ดูชมที่รูปด้านล่างกันเลย

เข้าใจถูกต้องแล้วครับท่าน ผมสื่อความหมายถึง Google AdWords เป็นแน่แท้ แต่รู้ไหมทั้ง 2 หัวข้อมันต่างกันอย่างไร ตัวเลือกที่ 1 เราไม่ได้เสียตังค์ให้ Search Engine เมื่อมีผู้ชมคลิกเข้าชม แต่ตัวเลือกที่ 2 เราต้องเสียเงินทุกครั้ง ที่มีคนคลิกผ่านลิงค์นั้นๆ เพื่อเข้าชม และอีกอย่างตัวเลือกที่ 1 ต้องใช้เวลาเข้าแลก ตัวเลือกที่ 2 ต้องใช้เงินเข้าแลก แล้วสมมุติว่ามีคนที่ทำตัวเลือกที่ 1 แล้วสำเร็จ ก็จะเป็นการแก่งแย่งชิงดีกับบุคคลที่ทำตัวเลือกที่ 2 (แม้จะยังไม่เป็นเช่นนั้นก็เหอะ) แล้วลองมาคิดดูนะครับ ว่าคนไหนเดือดร้อนที่สุด ผู้ใช้ธรรมดาๆ หรือว่าบุคคลในตัวเลือกที่ 2 จากนั้นก็มาเปรียบเทียบลึกๆดูว่า คุณเข้าข่ายพวกไหน แล้วแน่ใจแล้วเหรอว่าไม่ถูกหลอกใช้งาน
ตามจริงถ้าพูดถึงเรื่องนี้แล้วมันโยงไปถึง คนทำงานหลายกลุ่มนะครับ ถ้าคนทำ AdSense ก็จะรู้ว่า AAA มันก็หลักการคือๆกัน ทั้งนี้แล้วอยู่ในวงการ Search Engine Marketing (SEM) มันยังแบ่งถึงได้หลายเหง้า หลายสายพันธ์ ทั้ง Black Hat, White Hat, Gray Hat และ Blue Hat หรือถ้ามาแบบนิ่มๆไร้เดียวสา ก็ว่า Pink Hat มองโลกในแง่ดี ทุกอย่างเป็นสีชมพูไปหมด (ไม่มีนะครับ) ซึ่งที่ร่ายมาทั้งหมดนี้ ยังรวมเป็นหนึ่งในหลักการ Search Engine Optimization (SEO) และอยู่ภายใต้ Search Engine Marketing (SEM) อีกทีหนึ่ง
วันนี้ผมเองก็สมควรจะไปแล้วล่ะครับ ฉีกแนวมากไม่ดี เดี๋ยวโดนเพ่งเล็ง แต่ขอย้ำนิดๆนะ เรื่องมันก็แค่ๆนี้อยู่ที่วิธีคิด อีกทั้งจะได้รู้หัวอกคนทำเว็บแนวนี้ด้วยยังไงล่ะครับ ว่าแท้ที่จริงมันไม่ใช่ขยะ ขยะที่แท้จริงคือระบบ ที่นำข้อมูลที่เรียกว่าขยะนั้นๆมาแสดงผล ลองๆไปคิดดูนะครับ ข้อมูลใด ข้อมูลหนึ่ง มันก็อยู่ในที่ของมัน คนที่หวังจะหารายได้จากข้อมูลนั้นๆ นั่นล่ะการหลอกใช้ ถ้าไม่มีข้อมูลก็ไม่มี Search Engine ถ้าไม่มี Search Engine ก็หาวิธีประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ในรูปแบบอื่นๆ ยกตัวอย่าง อย่าง Amazon.com ที่แจกเงินเป็นคูปองให้ซื้อสินค้า ตั้งแต่ปีมะโว้ จนปัจจุบันนี้ ก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทออนไลน์ ที่มีความน่าเชื่อถือมากที่สุด ติด 1 ใน 10 ของบริษัทต่างๆทั่วโลก โดยไม่ต้องพึ่ง Search Engine แม้สักนิด
ปิดท้ายก่อนจบ เทคโนโลยีไม่ใช่เรื่องผิด แต่ผิดที่คนใช้ และมีระบบกลั่นกรองข้อมูลไม่ดี นายเดย์ขอตัวจริงๆนะครับวันนี้ พร่ำมาเยอะ ก็อ่านๆหน่อยแล้วกัน อุตส่าห์นั่งเขียนเป็นชั่วโมงๆ

คงเป็นเพราะกูเกิ้ลมันเจ๋ง
เกินไป
อือ
ดี น่าคิดๆ นายเดย์นี่ช่างคิดจริงๆ อือ
ดีๆ แบบนี้ดี
คุณใช้ฟ้อนต์อะไรครับ เว็บผมพอปรับเป็นภาษาไทยแล้ว ใน IE มันตัวเล็กมากจนอ่านไม่ออก
เคยโชคร้ายแบบ บุคคลในตัวเลือกที่ 2 โดนไป 1,500 บาท ในเวลา 6 ชั่วโมง
คิดแล้วเซ็ง
ทั้ง adsense, adwords, aaa ก็ได้ลองทำมาหมดแล้วครับ สรุปว่าทั้งดักคนอื่น และโดนดักไปด้วยในตัว แต่สิ่งที่ไม่ทำและจะไม่ทำแน่ๆคือ “ดักคีย์เวิร์ด” นี่ล่ะครับ มองคนละมุมนะครับ บางคนว่าเป็นการดีที่เห็นช่องโหว่ของ SE และใช้มันให้เป็นประโยชน์ ก็จริงอ่ะ แต่ผลร้ายก็เกิดกับผู้ใช้มากมายเหมือนกัน มีอยู่ครั้งนึงผมถึงกับโมโห
ถึงขีดสุด เพราะค้นหาข้อมูล แต่ดันเจอดักหมดทุกทาง ค้น gg แล้วคลิก next ไป 5 หน้า ยังไม่เจอข้อมูลที่หาเลยอ่ะ นี่ดีอย่างที่รู้จักเวบพวกนี้ ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ประสา หรือ เด็ก ๆ เยาวชนตัวน้อย ๆ นี่แย่เลย…
เข้าใจเขียนจริงๆครับ ตรงประเด็นสุดๆ ใครอยู่กลุ่มไหนคงรู้กันแล้วอิอิ ส่วนพี่ขออุบไว้ดรกว่า อาย เหอๆ
Define:รักแท้ = Give others without any returns. The word cannot be defined till you give more.
นั่นแหละ ทำไม Google จึงหาความหมายของคำว่า รักแท้ ไม่เจอ เหอๆ
เหอๆ
เหอๆ
ทำอะไรก็ไม่ดีหรอกครับถ้าคอนเทนต์คุณไม่น่าสนใจ ถ้าอยากได้คนเยี่ยม
เยอะภายในวันเดียวใช้ stumble upon ดีกว่า แต่ที่คุณอยากได้คือ คนมาเยี่ยม
เว็บคุณเป็นประจำมากกว่า
@ลุงโกศล ผมๆคิดอะไรได้ก็เขียนๆไปครับ ประเด็นที่ผมยกมาเล่ามันก็แค่นี้
ผมตี
โพยตี
พายให้มันมากความไปเองแหละ แต่ถ้า Google เจ๋ง
แล้วใยมีระบบกรองไม่ดีล่ะแอ๋ม
@ket ผมใช้ฟอนต์ปกติที่ Theme นี้เซ็ตมาครับ ต้องดูด้วยว่า Theme ที่คุณใช้มันอะไรเสียมากกว่า ถ้าดูขนาดมันเล็กไปก็แก้ไข CSS ให้ฟอนต์มันใหญ่ขึ้น
@Bugnums หุหุ รีบร้อน
เอาทราฟฟิกมากไปอ่ะเปล่าครับ ถึงโดนเยี่ยงนั้น หุๆ
ผมก็เคยเจอแบบนั้นครับพ่อชิทท์ บางทีเจอบ่อยจนไม่อยากใช้ Google เลยแหะ ว่าแต่ Sanook ทำเนียนกว่านะ ถ้าว่าในเรื่องดักคีย์
@ พี่ต๊ะ ผมว่าทั้งสองกลุ่มเลยครับ แบบว่านกสองหัวประมาณนั้น เอิ๊กๆ
@ พี่บอยลองหานิยามคำอื่นๆบ้างยังครับ บางที Define คำที่ขำๆ
มันกลับเจอ เช่น … (คำหยาบ)
@ ket ตอบอีกรอบแล้วกัน น่าจะคนเดียวกันกับความเห็นข้างบน ไอเดย์บล็อกของผม เลิกโปรโมทไปแล้วครับ ผมเน้นเขียนให้ขาประจำอ่านมากกว่า ขาจรนั้นมาแล้วก็ไป และอีกอย่างไม่ต้องการเน้นทราฟฟิกอะไรมากมาย เพราะไม่ได้ทำเพื่อการค้า ก็แค่เขียนเล่าให้แฟนคลับได้อ่านกันเท่านั้น
ส่วนอันที่ใช้ Stumble นั้น ก็ทำๆเหมือนกัน แต่ทำกับบล็อกภาษาอังกฤษเล่นๆ ไม่ได้สนใจอะไรมาก เพราะว่ามันโดนสแปมกันมาก ที่ว่าได้คนแวะชมเยอะๆนั้น แน่ใจหรือว่ามันคือคนจริงๆ หรือบอทกันแน่ เห็นสคริปท์ฝรั่งเค้าแฮก แล้วเอามาปั่นทราฟฟิกนะ หวังว่าคงไม่โดนกรณีนี้ เปิดล็อกไฟล์เทียบไอพีดูครับ
หุหุ วันนี้ ร่ายยาวเชียว สำหรับผม ก็เบื่อเหมือนกัน พวกดักเนี่ย ถ้าเป็นผม คงไม่ทำแน่นอน
ไม่ไหวๆ