จั่วหัวซะเคลิ้ม… แหะๆ หายหัวไปอีกล่ะผม เรื่องราวเกี่ยวกับ Twitter ของผมก็เจอโรคเลื่อนอีกแล้วล่ะครับพี่น้อง เพราะยิ่งค้นมาก ยิ่งมีอะไรให้คิดลึก ขนาดใช้ความถึกเข้าแลก ยังแบกกลับมาได้แค่ปลายนิ้วสัมผัส แต่ไม่เป็นไรครับ ไม่มีใครเรียกร้องเข้ามาก็จะไม่เขียน เอิ๊กๆ หาอะไรง่ายๆเขียนกินลมไปวันๆดีกว่า พี่น้องว่าแปลกไหมครับ ในขณะที่บล็อกดังๆ (เมืองนอก) เข้ามักจะเขียนวิธีทำตังค์กัน แต่ผมออกจะแหวกแนวไปนิด เพราะโม้แต่เรื่องไม่เป็นเรื่อง สรรสาระก็น้อยนิด เติมเกลือกับน้ำตาลเข้าไป ด้วยศิลปะวาจาทะเล้น พอหอมปากหอมคอ จากนั้นดื่มน้ำตามมากๆ ก็จะอ่านได้รู้เรื่องเองล่ะ (อ้าว… เรากำลังสื่อความหมายอะไรวะเนี่ย ใครตีความออกก็บอกคนอื่นต่อด้วยนะ) แต่แค่นี้ก็พอแล้วล่ะครับ สำหรับคนอ่านไอเดย์บล็อก ที่แตะหลักร้อยอยู่เพียง 500 คน/วัน
รู้กันหรือเปล่าท่าน ว่าคนอ่านบล็อกเค้าอยากได้อะไรจากคนเขียนบล็อก ตัดแชร์ทิปทำเงินทิ้งไป (มีเยอะในหนังสือหนังหา และเกลื่อนตามอินเตอร์เน็ต เว็บบอร์ด กระดานสนทนา ทั้งในไทยและนอกประเทศ) ตัดสาระหนักสมองทิ้งไป ตัดข้อเสนอยั่วยวนทิ้งไป แล้วเค้าจะเอาอะไรกันหรือนี่ ตั้งโจทย์ให้น่าคิดจริงแหะ นายเดย์… ถึงคราเฉลย จะบอกแค่ว่าเค้าอยากได้ความจริงใจครับพี่น้อง…
จากนั้นก็มาว่ากันด้วยความจริงใจ ผมมีพรสวรรค์อย่างหนึ่งครับ คือทำอะไรก็ตามจะไม่ประสบความสำเร็จ และมักถูกหลอกใช้ประจำ ผมไม่ได้โง่นะครับ คือผมมีน้ำใจเกินไป ซึ่งมันก็กินไม่ได้เสียด้วยสิครับ ในขณะที่คนอื่นเค้าพยายามจะหยิบฉวย หาผลประโยชน์จากคนอื่นๆอยู่ทุกวิถีทาง แต่ผมก็ทำตัวเป็นผู้รักษาผลประโยชน์ให้ผู้คนเหล่านั้น จะพยายามช่วยในทุกกรณี และทุกวันนี้ก็ยังช่วยอยู่ ทั้งๆที่ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น และสุดท้ายด้วยความที่ไม่รู้ของคนเรา ทำให้ผมกลายมาคนรับใช้ในที่สุด และทางออกก็มีทางเดียว คือผมต้องปิดทุกด้าน นั่นก็หมายความว่าผมต้องปิดบล็อกนี้ หนีกันเลยทีเดียว และนี่ก็ “ไม่ใช่สวรรค์ชั้น 7 นะครับ แต่เป็นนรกขุมที่ 7 ต่างหาก”
เอาล่ะครับ ผลพวงจากการเขียนบล็อก มันทำให้เราได้รับอะไรหลายๆอย่างกลับมา ผมเองก็ได้รับอะไรดีๆกลับมาเช่นกัน แม้จะไม่ใช่ดารา แม้จะไม่มีชื่อเสียง ไม่ได้กะจะเขียนบล็อกเพื่อดันให้ตัวเองดัง แต่เราก็เป็นเราครับ นายเดย์ก็ยังเป็นนายเดย์อยู่วันยังค่ำ (อย่าผลักใสไล่ส่งเด้อ…) ผมว่าการรู้จักตัวเองแหละดีที่สุด โชว์หรือแสดงอะไรออกไปได้ แต่ให้อยู่ในพื้นที่จำกัด ลดการโชว์พาวให้น้อยลง อัดสาระเข้าไปให้เยอะๆ หาอะไรก็ได้ที่จะประเทืองปัญญาให้ผู้อ่าน และอย่าไปหวังว่าจะมี คนอ่านจำนวนเยอะมากมายอะไรเลยครับ หลักสิบหลักร้อยนี่ก็หนาวแล้ว ส่วนการทำบล็อกให้ทำเงินนั้นก็อีกเรื่องหนึ่งครับ แนะนำหนัง “รวยฮิตติดเว็บบล็อก WordPress Optimization 2″ เลยครับ ยังไม่ได้ซื้อก็หาซื้อนะครับ เดี๋ยวนานไปจะหาซื้อไม่ได้ เชียร์หนังสือตัวเองนี่แหละ เอิ๊กๆ ขอขำอีกรอบ

เพราะฉะนั้นแล้วสวรรค์ชั้น 7 ของบล็อกเกอร์ คือการรู้จักตัวเองว่ากำลังทำอะไรอยู่ ยิ่งเรารู้จักตัวเราเองมากเท่าไหร่ เราก็สามารถจับจุดได้ว่า เราควรเสนอเนื้อหาอะไรออกไป ในลักษณะเช่นไร อีกทั้งในแบบฉบับที่ใครอ่านก็รู้ ว่าเรานี่แหละเขียน (แก้ไข) สุดท้ายยังจำคำนี้ได้บ้างหรือเปล่า “บล็อกเกอร์เสนอตน ไม่ใช่เสนอภาพ” แล้วเจอกันในวันตรุษจีน เดี๋ยวมาต่อย เฮ้ยเดี๋ยวมาต่อครับพี่น้อง!!!

ความเป็นเดย์นี่แหละ ที่ทำให้ป้าชอบคุยกะเดย์ คุยแล้วสบายใจอ่ะ เพราะเดย์ไม่มีพิษมีภัย เดย์ไม่เคยข่มใคร เดย์มีแต่ให้กำลังใจคนอื่น ช่วยเหลือคนอื่น ไม่ใช่เป็นพวกโชว์พาว ข้าเก่ง แต่แม่มไม่เคยเห็นช่วยเหลือใคร คนพวกนั้น ถ้าล้มทีนึงนะเมิง คนพร้อมเหยียบซ้ำ 555 แต่เดย์เลือกช่วยเหลือคนอื่น ป้าภูมิใจในตัวเดย์มากค่ะ
ปล.ตอนที่ป้าโทรไป ป้ายังไม่ได้อ่านโพสนี้นะ แต่อย
ากถามไถ่อ่ะ อาจเป็นเซนส์ของป้าก็ได้
สวัสดีครับ คุณเดย์ เพิ่งหัดทำ Blog น่ะครับ ผมแวะเข้ามาในเว็บนี้บ่อยๆ ขโมยความรุ้น่ะครับ และก็แน่นอน
หนังสือสองเล่ม ผมก็ขโมย เฮ้ย ซื้อมาแล้วเช่ากัน ขอบคุณ
สำหรับบทความดีๆ นะครับ ว่างๆ ไปแวะบล็อกผมมั่ง ลอกคุณเดย์มาเลย
ฮ่า!
“บล็อกเกอร์เสนอตน ไม่ใช่เสนอภาพ”
ท่องจำขึ้นใจเลยล่ะครับ
ปล. “อีกทั้งในแบบฉบับที่ใครอ่านก็รู้ ว่าเราูนี่แหละเขียน” แอบเห็นสระอูอยู่หลังคำว่าเรา
อุอุ ถ้าเป็นที่บล็อกผม ผมคงใช้สระอูไปแว้วว
การเป็นคนดี บางครั้งก็อาจจะต้องทำใจบ้าง ผมก็เป็นครับ บางทีก็ต้องมานั่งบ่นกับตัวเอง
ถามอะไรไปนี่ คุณเดย์เอามานั่งบ่นกับตัวเองบ้างหรือเปล่า ถ้าใช่ก็ต้องขออภัย) ผมก็ได้แต่คิดว่า การช่วยคนอื่น สุดท้า
ยผลดีก็ได้กลับมาหาตัวเรา การเป็นพวกขี้ตืดไม่ช่วยใคร สุดท้า
ยก็ไม่มีใครคบ ขายอะไรก็ไม่มีใครอยากซื้อหรอก
(ไม่รู้ว่า ที่ผมสอบ
ผิดคิดแบบนั้นนะ
แหะๆ อะไรกันครับพี่แพท นั่นมันไม่ใช่เรื่องที่ผมจะเก็บมาคิดให้ปวดหมองอะไรเลยครับผม เล็กๆน้อยๆคุยกันธรรมดาสนุกดีออก ถ้าผมได้ลงมือเขียนถึงขนาดนี้ มันต้องมีอะไรใหญ่โตแหงมๆครับ อย่าคิดมาก ฮ่าๆ
ผมเลิกคิดดีกว่าถ้างั้น
@light ตามไปดูบล็อกแล้วครับ ก๊อปผมไปนี่หว่า เอิ๊กๆ
ไว้จะติดตามนะครับ
@ป้าชลลี่ สงสัยป้าจะเดาใจผมออกล่ะมั้ง รางสังหรณ์ป้าเฉียบป้ามากมาย และเสียใจด้วยนะที่โดนแบนไปอีกรอบ ล้มแล้วลุกทำใหม่ไปเรื่อยๆ คิดเสียว่าขำๆ
@แอ๋ม พอดีพี่แอบไปอ่านไดอารี่ของแอ๋มที่ MySpace เห็นกล่าวถึงคำนี้ด้วย แหะๆ เลยเก็บมาเขียนลงอีกรอบ เตือนสติตัวเองและคนอื่นๆด้วยครับ
เข้าไปดูบล็อกของคุณ Light มาแล้ว สงสัยผมจะต้องเปลี่ยนธีมอีกแล้วล่ะครับ เพราะเห็นสงวนลิขสิทธ์ข้อมูลทุกรูปแบบ บนเว็บไซต์ NakhonSawanPark.com คราวนี้จะเปลี่ยนไปยังไงอีกล่ะเนี่ย เอิ๊กๆ
ผมว่าถูกต้องเลยครับ
ตอนนี้ผมก็เริ่มที่จะ re website ใหม่จากการได้งาน จากที่แห่งหนึ่งครับ ตอนนี้ก็เหมือนผมมีงานทำจาก blog ของผมก็ขอทำตัวเพื่อสังคม ต่อไปแล้วครับ 
โอ้ โดมนี่หายไปนานเลยนะ นึกว่าจะไปแล้วไปลับวะแล้ว ว่าแต่ได้งานที่ Middleware Corporation ได้จะใด สงสัยโดนบล็อกดันแหงมๆ แล้วจะรออ่านบทความจากโดมคนเดิม แต่บล็อกใหม่ล่ะกันครับ ยังไงก็ยินดี
ด้วยนะครับที่ได้งานตามที่ตัวเองต้องการ
อุอุ พี่เดย์ไปอ่านไดอารี่ผมที่ Live Space ด้วยเหรอ
ครับ
ระวังตัวด้วยนะครับ แถวนั้นผมแปลงร่างเป็นอีกคนนึง
โหดนะ
พระท่านสอนว่า จิตที่คิดจะให้มีความสุขกว่าที่คิดแต่จะรับ คุณหลานเดย์ต้องมีความสุขมากแน่ๆล่ะลุงว่า สู้ต่อไปนะหลานเอ๊ย
คุณเดย์แอบน้อยใจใครรึเปล่าเนี่ย
ผมชอบคำนี้อ่ะ “บล็อกเกอร์เสนอตน ไม่ใช่เสนอภาพ” และเชื่อว่า iday เป็นแบบนั้นจริง ๆ
ผมก็เป็นครับ บางครั้งกลับมาคิดว่า ตูทำไปทำไมวะเนี่ย? เหนื่อยๆ แต่ก็อดใจไม่ไหวที่ต้องช่วยเหลือ คิดซะว่ายิ่งเราทำเราก็ยิ่งได้
เห็นด้วยกับ “บล็อกเกอร์เสนอตน ไม่ใช่เสนอภาพ” ครับ