สวัสดีอย่างเป็นทางการอีกครั้งนะครับ พี่น้องที่น่ารักทุกท่าน ต้องขออภัยเป็นอย่างสูงที่นายเดย์ ชายน้อยผู้บอบบางและอ่อนต่อโลก กลับมาอัพเดตสถานการณ์เรื่องราวการผจญกรุงช้าไปหน่อย เรื่องของเรื่องคือตอนนี้กำลังปรับสภาพตัวเอง ให้กลับมาเป็นเด็กต่างจังหวัดและหนุ่มบ้านนอกตามเดิม อีกทั้งช่วงนี้กำลังปรับสภาพทางจิต ที่วิตกจริตของตัวเองให้กลับมาเหมือนเดิม “เหงา เบื่อ คิดถึง รอ” คือคำตอบของผมในตอนนี้ ไม่ต้องถามว่าเรื่องอะไร เพราะยังไงผมก็ไม่บอกคุณ เอิ๊กๆ
เอล่ะครับมาฟังเรื่องที่ผมจะเล่ากันสักหน่อย เห็นว่าหลายๆคนก็รอให้ผมเล่าเรื่องราวเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน อันนี้ผมทักท้วงเอาเองนะครับ ไม่หน้าด้าน แต่หน้าอายเสียมากกว่า เรื่องมันอาจจะไม่สู้ดีนัก เริ่มต้นตั้งแต่วันเดินทางแล้วล่ะครับ ฉุกละหุกมากมาย เพราะต้องเตรียมตัวหลายๆอย่าง กระป๋งกระเป๋า เสื้อผ้งเสื้อผา และมาม่าสักซอง ติดกระเป๋าไว้ประทังชีวิต ตี๋ตัวรถปรับอากาศ (พูดง่ายๆคือรถทัวร์นั่นแหละครับ อย่าต้องให้นั่งเครื่องบินไปเลย เก็บตังค์ไว้กินข้าวจะดีกว่า) ดิ่งลงปราจีนบุรี ในวันที่ 1 เมษายน 2551
ผมต้องขึ้นรถในเวลา 2 ทุ่มตรงครับพี่น้อง (20.00 น.) ไปซื้อตั๋วอะไรมาเรียบร้อย พอใกล้ถึงเวลา ก็ต้องให้น้องพาไปส่งขึ้นรถ แต่เจ้ากรรมนายเวรครับ กุญแจรถมอ’ไซต์หาย ตายล่ะหว่า ทำไงกันทีนี้ จากที่ที่อยู่ตอนนั้น ก็ไกลพอเดินเมื่อยอยู่เหมือนกัน เราก็พากันหากุญแจล่ะครับทีนี้ 20 นาทีผ่านไป (19.50 น.) ไวเหมือนโกหก ยังหาไม่เจออีก เฮ้อ… สุดท้ายถอดใจ ถ้าไปไม่ทันก็ตีตั๋วใหม่ก็ได้ แต่สุดท้าย ก็เอารถอีกคันไป เหอๆ ลืมไปว่ามีรถอีกคันอยู่ เอ๋อเหรอครับ ณ วินาทีนั้น สุดท้ายก็ขึ้นรถทันพอดี เฉียดฉิว และขึ้นรถผิด เด็กรถไล่ไปขึ้นรถคันอื่นอีก อ้าว เอ็งชักเสียสติไปใหญ่แล้วไอ้เดย์เอ๋ย
วกกลับมาครับ…. หลายท่านคงงงกันไปใหญ่ ว่าผมไปปราจีนบุรีทำไม พอดีว่าผมกลัวหลงทางครับ ต้องหาตัวประกันไปด้วย นั่นคือพี่สาวของผมเอง ผมไปพักที่ปราจีน 1 วัน (ก็คือวันที่เดินทางไปถึงนั่นแหละครับ ไปถึงเวลาตี 4 ของวันที่ 2 เมษา (04.00 น.) ไปถึงก็นอนไม่หลับอีกล่ะ เหนื่อยกับการนั่งรถ สรุปว่าไม่นอนเลย ฮ่าๆ) ทั้งที่การพักผ่อน ณ ตรงนั้น ก็ไม่เชิงว่าจะเป็นการพักผ่อนที่ดีนัก ตกเย็นมา พี่สาวพาไปเลี้ยง เนื่องในโอกาสที่น้องชายไปเหยียบถิ่น ฉลองเบียร์กันแต่หัววัน นั่งไปนั่งมาถึงตีสอง ไม่ได้แล้วล่ะ ต้องนอนสักหน่อยแล้วมั้ง ประเดี๋ยวจะเอาใบหน้าโทรมๆไปประจานตัวเอง ให้อับอาย
ตกลงว่าวันนั้นได้นอนเพียง 2 ชั่วโมงครับ เพราะต้องขึ้นรถตอนตี 5 (05.00 น.) เข้า กทม. ผมให้พี่สาวไปอาบน้ำก่อนครับ ไล่ให้รีบผ้าให้ด้วย เอ้า ใช้เข้าไป เราก็ไปทันขึ้นรถตี 5 ของวันที่ 3 เมษา ซึ่งเป็นวันงานพอดี นั่งรถไม่นานก็ถึงกรุงเทพฯแล้วครับ ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงเอง ไปถึง กทม. หนึ่งโมงเช้าพอดี (07.00 น.) คราวแรกก็ไปปล่อยไก่ที่แถวๆอนุเสาวรีย์ชัยฯอ่ะครับ รอรถเมล์ว่าจะไปสายไหนดี จะนั่งแท็กซี่ก็ไม่ดีกว่า สุดท้ายเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าไปดีกว่า แต่ก็นะ ฮ่าๆไปไม่เป็นครับพี่น้อง เด๋อๆด๋าๆ มั่วๆไป อ้าวเฮ้ย สุดท้ายตูก็ไปได้นี่หว่า อาศัยเดินตามตูดพี่สาวครับ ถ้าผมไปคนเดียวก็คงนั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้นแหละ เอิ๊กๆ นั่งรถไฟฟ้าก็ไม่ผ่านศูนย์ประชุมสิริกิติ์อีกล่ะ ทำไงดี ก็ถามประชาสัมพันธ์สิครับ สุดท้ายก็ไปต่อรถไฟใต้ดินไปลงหน้าศูนย์ประชุมพอดีฯ ใช้เวลา 30 นาที นับตั้งแต่วางเท้าลงเหยียบกรุงครั้งแรก สรุปครับ.. ผมไปถึงสถานที่จัดงานในเวลาหนึ่งโมงครึ่งพอดี (07.30 น.)
ไม่ต้องบอกก็คงรู้มั้งครับ ผมไปถึงหน้างานเป็นคนแรก ก่อนทีมงานจะไปถึงเสียอีก เอาไงก็เอาล่ะครับ ก็คงต้องรอ เพราะตามกำหนดการอย่างเป็นทางการนั้น ให้นักเขียนไปถึงพร้อมกันก่อน 3 โมงเช้า (09.00 น.) แต่อืม… เข้าใจวิธีการนัดของคนกรุงครับ ช้าหน่อย สายนิดคงไม่เป็นไร เพราะรถติด ไม่มีที่จอด ก็เอาน่า ใจร่มๆ เย็นไว้ไอ้เดย์ แต่ถ้าเป็นผมนัดเอง เลย 15 นาทีไม่มา ไม่เห็นหัวผมแล้วครับ แม้แต่อาจารย์ที่จะสอนแถวๆนี้ได้ ก็ต้องเป็นคนรักษาเวลา ไม่งั้นไม่มีสิทธิ์สอนคนอื่นครับ

จะยังไงก็ตามแต่วันนั้นก็เสียจริตตั้งแต่เช้า ข้าวก็ไม่กิน รอเวลา สุดท้ายพอถึงเวลาเข้าจริงๆกลับปากเสีย พูดน้อย ตอบไม่ตรงประเด็น ไร้สาระ ห่วยแตกและเป็นแกะดำ เอ้อ… เอาเข้าไป อายตัวเองครับวันนั้น แต่ก็ช่างเหอะครับ เรื่องมันผ่านไปแล้ว ก็ให้มันผ่านไป ตรงนั้นมันคงไม่ใช่ที่ของเรา อาการตื่นเต้นมันคงบีบรัดให้ต้องแสดงอาการเอ๋อเหร๋อเช่นนั้น สุดท้าย จึงมานั่งพินิจตัวเอง ว่าเราคงเหมาะ ที่จะอยู่หงิ๋มๆติ๋มๆของเราดีกว่า ไม่ต้องมีอะไรให้คิด ไม่ต้องมาคิดว่าคนอื่นเขาจะมองเราอย่างไร เป็นนายเดย์ที่นั่งเขียนบล็อกให้คนอื่นอ่านต่อไป

งานช่วงเช้าสิ้นสุดลงประมาณ 5 โมงเช้ากว่า (11.00 น. เศษๆ) ใช้เวลาถ่ายทำจริงๆก็แค่ชั่วโมงเดียวเองแหละมั้ง (บรรยากาศมืดๆ เหมือนแสงไม่พอเลยแหะ หรือว่าเป็นที่กล้องเราเองหว่า) พอก่อนจะเที่ยงก็มานั่งคุยกับมีว พอดีเค้าทำวิทยานิพนธ์เรื่องบล็อกอยู่ ก็เลยต้องมานั่งจับเข่าคุยเรื่องบล็อกอีกเป็นชั่วโมงๆ จนเค้าไล่หนีออกจากห้องนั้น เพราะจองห้องนั้น (Meeting Room 1) ไว้ถึงเที่ยงวัน (12.00 น.)

ช่วงเช้าผ่านไป ยาวนานกว่าที่คิด ตกมาช่วงบ่ายก็มาดูที่บู๊ทซีเอ็ด เผื่อมีใครอยากเจอ สุดท้ายครับ ที่อยากเจอผมจริงๆกลับไม่มา ไอ้เราก็รอเก้อ เฮ้อ… เราคงไม่มีใครอยากเจอตัวเป็นๆล่ะมั้ง

คนก็ไม่ค่อยจะแน่นไปเท่าที่ควร เพราะวันนั้นเป็นวันธรรมดา ไม่ใช่วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ คนที่มาเดินส่วนใหญ่ ก็มีน้องๆนักศึกษา และคุณพ่อ-คุณแม่ ที่พาลูกๆมาดูหนังสือ

พอออกจากบู๊ทซีเอ็ดได้ ก็สพายกระเป๋าเดินดูงานอีกสักแป๊บ ดูไปพลางๆก่อนที่เพื่อนจะมารับ เพื่อนเราเองก็แสนดี โดดงานมาตั้งแต่บ่าย 3 (15.00 น.) เพื่อมารับเราโดยเฉพาะ แต่ว่าก็ว่าเถอะครับ นัดเพื่อนบ่าย 3 ก็จริง แต่เพื่อนมาถึงจริงๆก็ 4 โมงเย็นกว่าๆ ปล่อยให้ผมนั่งเซ็งอยู่เป็นชั่วโมงๆ เลยหยิบกล้องมาถ่ายเล่นซะหน่อย จักจั่นตัวน้อยปีกหัก ตกลงมาโดนหัวผมพอดี เลยจับมาถ่ายรูปคู่ กับร้องเท้า Convert คู่เก่าๆของผมซะเลย

และแล้วเพื่อนก็มาถึงครับ ผมนั่งรออยู่หน้าศูนย์ประชุมฯ มันดันหาผมไม่เจอ ถึงที่อยู่แถวๆเดียวกัน โทรหากันจนตังค์หมดครับ สุดท้ายก็เจอกันจนได้ครับ ดีใจตายเลยผม
ขากลับเพื่อนเราก็พาขึ้นรถเมล์ครับ ช่วง 4 - 5 โมง โอยไม่อยากจะเซด รถติด คนเยอะ อากาศเสีย ร้อน วุ่นวาย ให้ตายสิครับพี่น้อง ผมรู้สึกต่อต้านเมืองกรุงอย่างแรง นึกถึงตอนอยู่อุดร ไปมาสะดวก อากาศดี สาวๆก็สวยใส ไม่แพ้กรุงเชียวล่ะครับ นั่งรถเกือบชั่วโมง เราก็ไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ทั้งที่เบื่อจะตายชัก นั่งบ่นกับเพื่อนไปตลอดทาง แต่เสียใจนะครับ ที่ฟังผมพูดไม่ออก เพราะใช้ภาษาถิ่นอีสาน ผู้โดยสารบนรถคงเอะใจ ว่าเฮ้ย ไอ้ลาว 2 ตัวนี่ มันคุยอะไรกันหว่า
พอลงรถได้ก็ดิ่งเข้า 7-11 หวังจะซื้อเบียร์เย็นๆมาดื่มดับกระหาย แต่สุดท้ายซื้อไม่ได้ครับ เพราะเค้าห้ามจำหน่ายสุราแก่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี อ้าวเฮ้ย! ไม่ถึง 5 โมงเย็นไม่ขายครับ (17.00 น.) แต่ตอนนั้นเหลืออีกไม่ถึง 5 นาทีก็ 5 โมงแล้วครับ เฮ้อ… ทำไปได้
ตรงหอพักที่เพื่อนอยู่ก็อยู่ในซอยเล็กๆจนสุดซอย นั่งวินมอ’ไซต์เข้าไปอีก ไอ้เราก็โอ้โห มันมาอยู่ลึกสุดยังงี้ แล้วค่าที่พักเป็นไง สุดท้ายเพื่อนก็บอกว่าแพงอยู่ดี เอ้อ… พอไปถึงห้อง เราก็ไปหาเบียร์มากินจนได้ล่ะวะ ร้านค้าแถวนั้นก็มีอยู่ถมไป สรุปว่าคืนนั้น เราคงไม่นั่งจิบเบียร์คุยกันในห้องร้อนๆหรอกครับ โทรหาเพื่อนร่วมก๊วนได้ 4 คน รวมกันผมอีกเป็น 5 คน ไปหานั่งจิบเบียร์เย็นๆแถวอื่นๆไม่ดีกว่ารึ และคืนนั้นก็จบไปในเวลาตี 2 แยกย้ายกันไปนอน ถึงห้องเกือบตี 4 แสดงว่าวันนี้เราก็ได้นอนแล้วครับ อิอิ
นอนหลับไปยังไม่ทันจะสร่าง ยังเมาค้างอยู่เลย ป้าแก่ๆคนหนึ่งก็โทรมา หล่อนมีนามมาชลลี่จัง ก็คุยกันแบบอ่อยๆเสียงคนตื่นนอนก็ออกจะเอ๋อๆ แถมมานัดเจอเราอีกที่เซ็นทรัลชิดลม แล้วตูจะไปถูกมั๊ยล่ะนี่ ดูเวลาก็ปาเข้าไป 5 โมงเช้าเศษๆ อ้าวเฮ้ย ตูนอนจนลืมเวลาไปเลยรึนี่ เพื่อนเราออกไปทำงานก็ไม่ยอมปลุก เห็นว่านอนหลับปุ๋ย น้ำลายยืดเช่นนี้ ก็ปล่อยๆมันไป อ้าว เพื่อนตูแบบนี้ก็มี เฮ้อ…
แต่ก็นะครับ แม้ไม่ใช่คนกรุง ผมก็ไปถูก เพราะถามเค้ามาว่าให้ไปลงที่ไหน ลงจากรถไฟฟ้า BTS มา ไม่รู้จะไปทางไหน เอาน่าบอกกับตัวเอง ไปทางนี้แหละ น่าจะถูก ก็เดินๆออกมาล่ะครับ ที่นี้มีสองทางให้เลือกซ้ายหรือขวา หรือหยิบหมากฝรั่งออกมากะจะเคี๊ยวแก้เขิน แล้วค่อยโทรหาอีกที จู่ๆก็ได้ยินเสียงแปร๋นๆยังกะรถตุ๊กตุ๊ก เรียกชื่อเดย์ๆ โอ้ จอร์จ เธอมาในสุดสีชมพู ต้องเปลี่ยนเลนส์ตาเข้าหาเธอครับ จากที่ตาแดงๆเหมือนคนพึ่งตื่น มาเป็นตาช้ำๆเหมือนคนโดนต่อยมา ฮ่าๆ แต่ก็นะคุยๆกันแป๊บ สั่งอาหารมารอ พี่จอห์น ป้ายแดงก็แวะมา โอ้ จะบ้าตาย พาผมสอยเบียร์แต่หัววันอีกแล้ว แล้วดันมีคนมาแอบถ่ายอีก เอาเข้าไปตู นั่งคู่กับเบียร์ใส่เสื้อลายเขียวๆ ช่างเข้ากันนักแล

พี่จอห์น (Redtor.com) อาสาเป็นไกด์พาเที่ยวกรุงครับ ตกเย็นมาก็ร่วมก๊วนกับบล็อกเกอร์ท่านอื่นๆ นั่งรอพี่แพท (PatSonic.com) กับคุณเอฟ (Blog.Taladedu.com) อยู่ที่บิ๊กซีเซ็นทรัลเวิร์ล พอพี่แพทกับคุณเอฟมาถึง ก็ดิ่งมารอรถแท็กซี่ทันที แต่ให้ตายเหอะครับ ไม่มีแท็กซี่คันไหนยอมไปแถวแยกเหม่งจ๋าย ที่ที่เรานัดกันไว้สักคัน สุดท้ายก็ไปจนได้ครับ นั่ง 3 ล้อไปครับ ลูกทุ่งๆดี ณ ร้าน ลาบ จิ้มจุ่ม ยโสธร (ไม่รู้ชื่อร้านถูกเปล่า) แห่งนั้น ก็บรรยากาศสบายๆครับ คุยกันแบบสุดๆ ผมเองก็นั่งฟังพี่ใหญ่เค้าพูดไปพลางๆก่อน เพราะตัวผมเองอายุน้อยสุด ฮ่าๆเด็กสุด ต้องให้เกียรติรุ่นพี่เค้าหน่อย นั่งคุยกันได้สักพัก พี่หน่อง (interiorsiam.com) ก็มา พวกเราก็ดีใจครับ เพราะได้เจ้ามือ ออกตังค์แล้ว ฮ่าๆ

คุยไปคุยมาซักเมาแล้วครับ เพราะล่อเบียร์มาแต่วัน ช่วงแรกๆพี่แพทจะเป็นคนพูดเสียเป็นส่วนใหญ่ ผมเป็นฝ่ายนั่งฟังครับ ส่วนพี่จอห์นเนี่ย ปกติพี่แกก็ไม่ยอมหยุดพูดหรอกมั้งครับ หลังๆมาเริ่มมีเสียงผมสอดแทรกเข้ามาบ้างเล็กน้อย เห็นหลายคนเข้าใจว่า พี่ท่านทั้งหลายจะมอมเหล้าผม แต่เสียใจนะครับ ไม่ปกติไม่กินเหล้า แสดงว่าปกติก็กินเหล้า ฮ่าๆ วันหลังมาอ่านบล็อก เห็นพี่แพทแกบ่นๆปวดหัว เมาค้างอยู่มั้ง อิอิ แต่ผมเองก็ต้องไปงานสัปดาห์หนังสืออีกวัน คือวันที่ 5 เมษา ผมก็ตื่นทันนะครับ ไปช่วงเช้า ช่วงเปิดงานได้พักหนึ่งพอดี คนยังไม่เยอะเท่าไหร่ เพราะพึ่งเปิดงานของวันนั้น ก็อยู่ที่บู๊ทได้ 1 ชั่วโมง พอเที่ยงกว่าๆ เราก็แยกย้ายกันไป
ผมเองก็กะว่าจะกลับมาอุดรสักวันที่ 5 เมษา ประมาณสัก 4 ทุ่ม แต่พอดีเบื่อๆเซ็งๆ ก็เลยไปตีตั๋วกลับมาก่อน ขึ้นรถ 5 โมงเย็น (17.00 น.) ถึงอุดรก็ตี 2 ของคืนวันที่ 5 (02.00 น.) แต่เป็นเช้าของวันที่ 6 เมษา อ้าวชักงงๆตัวเอง กลับมาถึง เข้าห้องไม่ได้อีกล่ะ ไม่มีกุญแจ สุดท้ายก็ใช้อาชีพเก่าครับ งัดแงะ เข้าทางหน้าต่าง นั่งรอกุญแจจากน้อง ส่วนน้องคนนี้ก็ไปเที่ยวมา กลับตี 2 กว่าๆ เหอๆ ต้องให้เราเองมานั่งรอ ทั้งที่นั่งรถมาเหนื่อยๆ สุดท้ายเป็นอันว่าคืนนั้น นอนไม่หลับครับ นั่งเล่นคอมฯจนถึงตี 5 ค่อยหาที่นอน เฮ้อ… เข้ากรุงครานี้ เสียจริตไปนิด แต่ได้ความรู้สึกดีๆมาหน่อย ถือว่าเท่าทุน!


เมนต์คนแรกครับ เอิ๊กๆ
อิอิ คนที่สอง (ยังไม่ไ่ด้อ่านเลย)
Edit :
อะ โอเค อ่านเรียบร้อยแล้ว เอนทรี่นี้ยาวจริงๆ เลยอ่านนานไปหน่อย จะบอกว่า เป็นคนกินเหล้าไม่เก่งครับ กินเหล้าแล้ว มักจะปวดหัวเวลาตื่นมา เลยไม่ค่อยกินเท่าไหร่ นี่เห็นเป็นโอกาสพิเศษนะเนี่ย เหะๆ
เหอๆ
คนที่สามครับ ยังไม่อ่านเหมือนกัน
ตกลงว่าเป็นอุบาย ของ Redtor หลอกพี่ไปจ่ายตังส์..
ใช่มั้ยครับเดย์ !?!…
ว้าว
ว้าว
ว้าว
ว้าว
ว้าว
ว้าว
ว้าว
ววววววว
มารอบนี้เล่นซะยาวจนใช้เวลาอ่านตั้งนานเลย เอิ๊กๆ
โชคดีที่ได้อ่านเรื่องราวจากบล็อกคุณแพท และบล็อกป้าแก่ๆคนนึงมาก่อนหน้านี้แล้ว จึงพอข้ามความบางตอนได้ หุๆ
นี่ถ้าไม่ติดสัมมนาคงมีโอกาสเข้ากรุงเหมือนกันครับ แต่คงจะหลงทาง ยังหาทางกลับไม่ได้ ฮะ ฮ่า
ในที่สุดก็อ่านจบ แต่เลยช่วงที่กำหนดเลย edit ไม่ได้ ฮืม...
…
ช่วงไปศูนย์สิริกิตต์เหมือนน้อยใจนะครับนั้น ตั้งแต่รอทีมงานมาสาย รอคนที่นัดก็ไม่ได้เจอ (รวมทั้งผมด้วย) จะแก้ตัวไงดีเนี่ย เอาเป็นว่าศูนย์สิริกิตต์มันใหญ่แล้วกันครับ คราวหน้านัดแถว science park รังสิต ไม่หลงแน่ครับ โทษทีๆ
ไม่น่าพี่เดย์อัพเดทบล็อกช้าจังเลย
เย้ๆ คนที่เท่าไหร่เนี่ย
ๆๆๆ
กรำเอ้ยยย แหม๊ ป้าแก่ๆ กรี๊ดๆๆๆ
หายเบื่อยาง โทรมากรี๊ซซได้นะ ในเวลาทำงานยิ่งดี ฮ่าๆ
เปงไงมั่งพี่เดย์…..กลับบ้านได้คงหายเหนื่อยแล้วนะ ^^
เสียดายไม่ได้เจอคุณเดย์ เอาไว้โอกาสหน้านะคับ
ผมดันมีปัญหาพอดีเลย ไม่ได้ไปพบกัน ^ ^
อยากจะไปพบคุณเดย์ ในวันที่ 3-4 เม.ย. แต่ผม…..
ผลอไปก่อนซะปแล้ว ฮ่าๆ
ๆๆๆๆ
หวัดดี
ครับ คุณเดย์
เดินทางโดยสวัสดิภาพเน๊าะครับ
อีกครั้งครับ ที่มาช่วยแบ่งเบา เอา อากาศเสียจาก กรุงเทพฯ ไปมั่ง
ขอบคุณ
วันหลังจะตามไปลุยถึง อุตรธานี แน่ ๆ ท่าน
เขาว่ามีขนมอะไรอร่อย ๆ นะ ตอนเช้าน่ะครับ
ผมจำชื่อขนมไม่ได้อ่ะครับ (หรือว่าจำผิดจังหวัดป่าวหว่า)
มาแว้ว ตอนแรกว่าจะคุยภาษาอิสานกับเดย์
ดีกว่า เดียวคนอื่นจะหาว่าเรามีฟามลับ
คิดไปคิดมาไม่เอา
อีกอย่างก็มาอยู่กรุงเทพฯ โดนเติบ แล้วมาเที่ยวใหม่ครับ
สวัสดีปีใหม่ครับ…คุณเ่ดย์…เที่ยวสงกรานต์ให้สนุกน่ะครับ.
คุณเดย์บรรยาซะเห็นภาพเลยครับ ก็นับเป็นหนึ่งประสบการณ์ชีวิตเลยครับนี่
ผมเองก็ยังเข็ด กทม ไม่หาย
คึกคักกันดีจริง ๆ เลยนะคะ น่ารักดี ^_^
ไว้คราวหน้าจะชวนไปทำบุญ แต่เนิ่ินๆ นะ
ดีจ้า นายเดชา… เปิ้ลไปทักทายเด แล้วนะ
แต่ไงไม่ค่อยคุยกับเราเท่าไรเลยย…
ดี..
แล้วบอกว่า วันนั้น พูดไม่ดี… เปิ้ลว่าเด พูดได้ดีออก… ฮาดี
ชอบตรงเสียงเน่อ เนี่ยแหละ ชอบฟังแล้วขำๆ
อ่อ… ทำไมตัวจริงไม่พูดเก่ง หรือเขียนเหมือนใน blog เลยล่ะจ๊ะ… อยากคุยด้วยจ้า วันหลังคุยกันนะ ^ _ ^
เอนทรี่นี้ แวะมาคอมเม็นต์กันเยอะจัง รู้สึกอบอุ่นดี อิอิ
คุณดิ๊งกับพี่แพท มาแย่งกันคอมเม็นต์เพื่อขึ้นที่ 1 อีก เหอๆ
เป็นบรรยากาศที่อยากเจอที่สุด ส่วนนายกึ่มนั้น ไม่ใช่ใครที่ไหน ตัวผมเองแหละครับ ทดสอบ
ดู เห็นว่ามีปัญหา แต่ดันลืมลบ เลยทิ้งไว้เช่นนั้น
พี่หน่องครับ ผมก็แค่แซวๆเล่นน่า เดี๋ยวพี่จอห์นเค้าน้อยใจ อุตส่าห์เป็นไกด์ พาเที่ยวกรุงทั้งวัน
พ่อชิทท์ เห็นแวะไปซะ
ทุกที่ ผมรู้นะ เพราะผมก็ตามอ่านคอมเม็นต์ ของพ่อชิทท์ประจำ
น้องดิว กับน้องเมษ ก็น่าจะแวะไปทักทายพี่บ้างนะ อุตส่าห์เข้ากรุงทั้งที
แต่ผมว่างานนี้ ป้าแก่ๆอย่างป้าชลลี่ โดนหนักที่สุด เพราะตามอ่านที่บล็อกไหน ก็เจอแต่ ป้าแก่ๆคนหนึ่ง เอิ๊กๆ
คุณเอฟ พูดอะไรอ่ะเนี่ย สงสัยวันนั้นเมาหนัก ลืมจังหวัดที่ผมอยู่หรือไร แหม๋ ช่างเป็นได้
คุณโยคีก็น่าจะเข้ามานะ มาร่วมก๊วนกันหน่อย ระยะทางน่าจะเท่าๆกันล่ะมั้ง
คุณจอย ก็ชวนผมไปทำบุญช้าไป กลับถึงบ้านนั่งเช็คเมล์ โอ้ ช้าไปเสียแล้ว ยังไงก็รอโอกาสหน้า ขอบคุณ
สำหรับคำเชิญ และส่วนบุญนะครับ แหะๆ พูดยังกะเปรต ขอเศษบุญซะงั้นเรา
@MeOmee หลายคนดีแต่ปากครับคุณมี่ ไม่ได้ว่านะ บอกว่าจะมาเจอกัน แต่ดันไม่มาสักคน เฮ้อ ปล่อยให้เรา รอเก้อ
@apple_lin คุณเปิ้ลครับ ตัวจริงผมไม่ค่อยพูดอ่ะครับ ทำนองว่าเวลาพูดอะก็ออกจะโผงผลาง ไม่เกรงใจใคร ตรงประเด็นมากไปหน่อย ไม่เหมือนกับที่เขียนหรอกครับ ไหลไปเรื่อย ไม่จบง่าย
ๆ แต่ผมก็ยอม
รับนะครับ ว่าคุยน้อยไปหน่อย ไม่ได้หยิ่งยะโสแต่ประการใด และคนรู้ใจเท่านั้นถึงจะรู้จักตัวตน
อืม
จะบอกว่าผมพูดไม่ชัด สำเนียงลาว ก็บอกกันตามตรงนะครับ ไม่ต้องอ้อมค้อมก็ได้มั้งครับ คุณเปิ๊ล เอิ๊กๆ
แวะไปซื้อหนังสือคุณเดย์ มาเหมือนกัน เสียดายไม่ได้เจอคุณเดย์ตัวเป็นๆ
มาช้ายังดีกว่าไม่มานะครับ เป็นคนดังมันก็ลำบากอย่างนี้ล่ะ ชีพจรลงเท้า
เป็นปกติ ขนาดนักร้องในดวงใจตั้งแต่สมัยบ่าวแวงมาแสดงคอนเสิร์ตที่หลังหอพักยังไม่ได้ไปดูเลย…ขอบอก นี่ก็เพิ่งเป็นนักเขียนในดวงใจ…ตัวเป็น ๆ รอไปก่อนก็แล้วกัน เอิ๊ก ๆ ๆ เห็นภาพบรรยากาศแล้วน่าอิจฉาจัง และน่าเสียดายที่ไม่ได้ไปร่วมงาน ทั้งนี้และทั้งนั้น ก็ยังให้กำลังใจและรอผลงานชิ้นใหม่ของนายอยู่ซำเหมอ ปล. ได้ดิบได้ดีถึงขั้นไฮเนแล้วก็อย่าลืมรวงข้าวน้ำแดงเด้อ อิ ๆ ๆ