Death Note VS Death Blog
Posted by iDay on
November 30, 2006
ไม่รู้จะเขียนเรื่องอะไรต่อดี เกิดอาการมุกแป๊กขึ้นมา บางทีคิดว่าจะเอาเรื่องเก่ามาเล่าใหม่ก็กะไรอยู่ นี่ก็เพิ่งเริ่มเขียน Blog มาได้ไม่นาน พยายามนำเรื่องที่ได้สาระมาพูด แต่เหมือนว่าจะหมดมุกแล้ว วันนี้ขออนุญาติออกนอก เรื่องสักหน่อยแล้วกัน
นี่ละครับตัวอย่างขอการจัดวางโครงสร้าง เรียงลำดับความสำคัญของเนื้อหาไม่ดี ผลที่เกิดขึ้นคือ ขาดความต่อเนื่องของเนื้อหา เพราะธรรมชาติของการเขียน Blog คือความต่อเนื่อง ถ้าเนื้อหาเกิด ขาดวรรค ขาดตอน ผู้อ่านก็เกิดสับสนว่าต้องเริ่มต้นจากตรงไหน ยังไง

เราควรกำหนดว่าเราต้องเขียน Blog ช่วงเวลาไหน ให้ผู้เยี่ยมชม Blog เรา เข้ามาแล้วเจอ ข้อมูลที่เราอัพเดตไป เพราะว่าบางทีเราคิดอยากจะอัพเดตตอนไหน ก็ได้ แต่ผู้เยี่ยมชม Blog เรา เขาอาจมีเวลาจำกัด ว่าจะเข้ามา Blog เราตอนไหน ถ้าเราอัพเดตไปตอนเช้า และผู้เยี่ยมชมเข้าชมตอนเย็น ก็ดีไป แต่ถ้าเราทำการอัพเดตตอนเย็น และผู้เยี่ยมชม เข้ามาตอนเช้าล่ะ เขาจะเจอเรื่องที่เราเขียนเพิ่มเข้าไปใหม่ได้อย่างไร
เอาล่ะครับ เรามาเข้าเรื่องให้เข้ากับหัวเรื่อง กันซักหน่อย Death Note VS Death Blog ถ้าคุณอยากเขียนให้ใครตาย คุณจะเขียนชื่อใครล่ะ (ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ) ความหมายที่ผมต้องการจะสื่อคือ ไม่มีคนเข้ามาเยี่ยมชม Blog เรา ทำให้ Blog เรากลายเป็น Blog ร้างครับ ถ้าใครไม่ต้องการให้เกิดขึ้นกับ Blog คุณ ต้องใส่ใจกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้กล่าวมา หรือว่าอยากจะไปศึกษา SEO เป็นจริงเป็นจรังไปเลยก็ได้ แต่นี่ละครับ SEO เป็นเรื่องที่น่าปวดหัว ไม่ค่อยมีใครลงไปศึกษากันมากเท่าไหร่ จึงทำให้เกิดบริษัท รับทำ SEO กันโดยเฉพาะ นี่ก็เรียกราคากันไม่เบาทีเดียวนะครับ เป็นแสนๆ บาท คิดมาแล้วท้อจัง ถ้าคุณคิดว่าอยากศึกษาเรื่อง SEO ผมแนะนำที่ Makemany.com ครับ เป็น Blog ที่นำเสนอเรื่องนี้ครับ เนื้อหาเยี่ยมทีเดียวครับ
สำหรับภาพยนต์เรื่อง Death Note นั้น บางคน คงได้ดูกันมาแล้วนะครับ ส่วนตัวแล้วยังไม่ได้ดูครับ รอดูแผ่น จะแผ่นผีหรือปีศาจ ก็อย่าไปสนับสนุนนะครับ เห็นใจคนดูที่เขาซื้อตั๋วเข้าไปดูในโรงหน่อย เขาจ่ายมากกว่าคุณเท่าไร (มันเกี่ยวกันยังไงเนี่ย) เนื้อหาผมคงไม่ได้กล่าวถึงเพราะคงหาอ่านได้ตามเว็บไซต์ทั่วไป ซึ่งถึงตอนนี้ก็เห็นภาค 2 ออกมาแล้ว อยากดูจัง
แล้วเขียนหัวข้อแบบนี้ขึ้นมาทำไม มาทำความเข้าใจกันนะครับ ว่าเราควรเขียนเรื่องที่มันกำลังอยู่ในกระแส แล้วดึงเรื่องนั้นเข้ามาเป็นส่วนประกอบของเรื่องที่เรากำลังจะเขียน ตรงนี้ล่ะครับ เราจะได้รับทราฟฟิคจากขาจรเข้ามามาก ทีเดียว เป็นทิคเล็กๆน้อยๆ บางทีผู้เยี่ยมอาจมอง Blog เราว่าไม่ดี หลอกให้เข้ามาเยี่ยมชมนี่หว่า ตรงนี้ต้องเขียนเรื่องราวให้ดี ดึงเรื่องให้เข้ากับเรื่องที่เราต้องการสื่อให้มากที่สุดครับ
เรื่องก่อนที่ผมเขียนไป หลบมาอยู่ แค่ แค่ : อู๋ พันทาง ซึ่งเป็นเพลงที่ออกแนวเพื่อชีวิต ที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน เขียนไว้ในมุม Relax ไม่น่าเชื่อว่าผมได้รับทราฟฟิคจากตรงนี้มากเช่นกัน เมื่อดูใน Google Analysis แล้วเป็น Keyword ยอดนิยมไปเลย แปลกจัง และเมื่อทำการค้นหาคำว่า หลบมาอยู่ แค่ แค่ ใน Google Search Engine แล้ว ติดอยู่ที่อันดับหนึ่ง ว้าวเป็นไปได้ไงเนี่ย
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
- เมื่อ Youtube ไม่ได้เป็นที่หนึ่งแห่งวงการแชร์วิดีโออีกต่อไป
- การวาง AdSense แบบเนียนๆ
- WordPress เป็นมากกว่า Blogging Software
- Top Blog Trends: เทรนด์การสร้าง Blog
- จรรยาบรรณคนเขียน Blog




4 Responses to “Death Note VS Death Blog”
มาคนแรกอีกเหอๆ
ๆๆ วันนี้มาสองรอบละ โอ่โอ๋…อย่าพึ่งแป๊ก ครับเป็นอาการปกติของคนเขียน blog ครับเพราะ blog ไม่เหมือนไดอะรี่ ฉนั้นผมขอเป็นกำลังใจให้ครับสำหรับบล็อกแห่งนี้หนะครับ เพราะมีเนื้อหาดีและตรงหลักการ ยอดเยี่ยม
มากครับ นี่ขนาดแป๊กก็ยังสามารถโยงเรื่องได้ดีครับเยี่ยม
มาก ทิปนี้ถือว่าเด็ดครับ เหอๆ
ๆ ต้องเอาไปใช้บ้างดีกว่า อิอิอิอิอิ
By Make Many on Nov 30, 2006
พูดถึงเรื่อง แป๊ก นี่ผมก็แป๊กบ่อย ๆ ก็เลยต้องเขียนอะไรที่แก้เก้อไปเรื่อยเปื่อย
By yokey on Nov 30, 2006
ปรกติแล้วผมจะวัดว่าบล็อกผมร้างหรือเปล่าก็ด้วยการตรวจจากคอมเม้นท์ครับ
ผมถือว่าบล็อกเป็นสิ่งมีชีวิตครับ มันคงจะแย่มากเลย ถ้ามีคนมาคอมเม้นท์ไว้ แต่เจ้าของบล็อกกลับไม่ยอม
ตอบโต้ พูดคุยกับผู้ที่เข้ามาคอมเม้นท์น่ะ
ผมเห็นหลายบล็อกเป็นงั้น แล้วมันจะไม่ร้างได้ไง
By พี่ไท้ on Nov 30, 2006
เหตุผลที่พี่ไท้กล่าวไว้ถูกต้องแล้วครับ แต่ผมขอเสริมอีกนิดหนึ่ง บางทีคนเข้าชม Blog เราไม่ค่อยคอมเม็นต์ เราอาจใช้ตัววัดสถิติตรวจสอบ
ดูว่ามีคนเข้า Blog เราด้วยครับ
By WebMaster on Dec 1, 2006