ฉีกหน้ากาก Blogger ไทย พัฒนาหรือล้าหลัง
Posted by iDay on
December 13, 2006
ก่อนอื่นต้องท้าวความกันสักหน่อย จากประสบการณ์อันเล็กกระจิ๊ดริ๊ดของผม และจากการติดตามข่าวคราวเรื่อง Blog มานาน พอสมควร ผ่านร้อนผ่านหนาวมา 23 ปีเศษนิดๆ ส่วนในเรื่องของการศึกษาของผม ไม่คิดจะไปเทียบกับใครได้ แต่ผมภูมิใจกับสถาบันการศึกษา อันเป็นที่รักยิ่งของผม ผมจบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชาเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ความรู้พอมี พออ่านออกเขียนได้ ในที่นี้ผมไม่ได้ประจาณ ตัวเองนะครับ ผมอยากเปิดเผยพื้นเพ ฐานะ การศึกษา ความเป็นอยู่ รวมถึงหน้าตาอันไม่ได้เรื่องของผมเท่านั้น จะได้รู้สึกว่ามีความเป็นกันเอง มากขึ้นครับ ที่จริงส่วนนี้ผมก็เขียนไว้ที่ About แล้วนะครับ
ด้วยความที่เป็นคนซุกซน ชอบท่องราตรี เฮ้ยไม่ใช่..ชอบท่องอินเตอร์เน็ต แสวงหาความรู้ด้วยตัวเองอยู่ตลอดเวลา ไปเจอแหล่งข่าวต่างๆ ที่เชื่อถือได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เปรียบเทียบกันด้วยวิจารณญาณ อันมีอยู่บ้าง เลยเห็นความแตกต่างของ Blogger ไทย และ Blogger ต่างประเทศ ซึ่ง Blogger ที่ดังๆ เหล่านั้น ชอบเปิดเผยความเป็นตัวตน ของเขาเหล่านั้นลงไปในบทความที่เขาเขียน หรือเป็นส่วนประกอบลงไป ในที่ใดที่หนึ่งของ Blog ของเขา ถ้าเป็นของต่างประเทศผมชอบที่ Problogger.net และถ้าเป็นของไทยผมชอบ Redter.com ผู้ชายป้ายแดงทุกคนคงรู้จักกันดี จากสไตล์การเขียนที่ง่ายๆแบบเป็นกันเอง ของเค้าทำให้ผมเคลิ้ม ชอบเข้าไปอ่านอยู่บ่อยๆ เหมือนกัน และเหตุผลนี้อาจถูกลดทอนลงไปถ้าทำเป็น Blog ในเชิงธุรกิจ เพราะต้องห่วงภาพพจน์ของลูกค้าด้วย อาจใช้ความเป็นกันเองได้ แต่ความเป็นกันเองนั้นก็ขึ้น อยู่กับความเหมาะสมด้วยครับ
Blog สัญชาติไทย ปัจจุบัน ยังไม่ค่อยปรากฏให้เห็นได้บ่อยนัก ถ้าเป็นรูปแบบเว็บไซต์ของบริษัทแล้ว มี Blog เป็นส่วนประกอบหนึ่งของเว็บไซต์ ก็ยังเข้าไม่ถึงกลุ่มชนเหล่านั้นซะด้วยซ้ำไป เปรียบเทียบของต่างประเทศแล้ว เทียบกันได้แบบไม่เห็นฝุ่นไปเลยทีเดียว ความแปลกแต่จริงที่ว่าอินเตอร์เน็ตเข้าถึงคนไทยมากขึ้น ก็ช่วยเพิ่มให้เด็กไทยเข้าถึงเกมส์และสิ่งบันเทิง เริงรมณ์มากขึ้น จากสถิติที่ผมตรวจสอบดูที่ Truehit.net วันนี้ (13 ธันวาคม 2549) แปลกใจอย่างมากที่เห็นคีย์เวิร์ดอย่าง “เจ้าหญิงวุ่นวายกับเจ้าชายเย็นชา” จะเป็น Top Keyword อันดับ 8 ไปครองแบบนิ่มๆ นอกเรื่องกันไปใหญ่แล้ว วกกลับมาในเรื่องของ Blog กันต่อ Blog ไทย ยังได้รับความนิยมอยู่ในหมู่น้อย เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาทำให้ผมคิดเรื่อง โอกาสทางธุรกิจของ Blog ภาษาไทย ที่อาจารย์ BigNose เขียนไว้อยู่เหมือนกัน มันยังมีโอกาศเพราะ Blog ยังมีน้อย ถ้าคุณอยากเขียน Blog นั้น ยังมีพื้นที่ว่างให้คุณยืนอยู่มาก และพวกเราชาว Blogger ก็พร้อมต้อนรับด้วยไมตรีจิตรแบบไทยๆ มาถึงตรงนี้แล้วก็ยัง “ฉีกหน้ากาก Blogger ไทย พัฒนาหรือล้าหลัง” ออกไม่ได้ ทำไงดี
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
- Subscribers อีกหนึ่ง Tool สำคัญสำหรับ Blog
- Blog Reader Friendly
- อะไรที่คุณไม่อยากเขียนลง Blog
- 10 เทคนิคการเลือกใช้ WordPress Theme
- Duplicate Content




6 Responses to “ฉีกหน้ากาก Blogger ไทย พัฒนาหรือล้าหลัง”
blog ที่จะออกแนวบันเทิงจริงๆทำได้ค่อนข้างยากนะครับเพราะถ้านิยามว่า blog ต้องเขียน มีเนื้อหาของการเขียน และทำโดยเจ้าของ blog
อย่าง blog ผม blog หนึ่งเกี่ยวกับเพลงจริงๆแล้วเป็น website มากกว่า(นิยามให้แตกต่างจาก blog ซึ่งก็เป็น website แบบหนึ่ง))เพราะแทบไม่ได้เขียนอะไรเลย(กลายพันธุ์มาจาก blog สอนภาษาเพราะเขียนไปเยอะ หมดมุข) แต่ถ้าเป็นในรูป blog ก็คงจะออกแนว review เสียส่วนใหญ่ คือใส่กึ๋นลงไป ถ้าพูดถึงอุดมการณ์ทำ blogส่วนตัว(ไว้ระบายและแสดงความเป็นตัวตน) ก็คงแยกออกไปเป็นอีก blog นึงโดยเหตุผลของการแยกแยะความชัดเจน และไม่สับสนในแนวทางของ blog
ในส่วนของ problogger.net และ redtor.com ผมว่า เขาทำได้ดีมากที่ผสมผสานความเป็นส่วนตัวและธุรกิจเข้าไว้ด้วยกัน คือสร้าง brand loyalty ได้ดีเยี่ยม
darren แห่ง problogger.net ก็ไปไกลซะแล้วโดยการทำบริษัท b5media ออกมาทำธุรกิจทางด้าน blog อย่างเต็มรูปแบบหลังจากทำ blog 17 blog รับรายได้เป็นตัวเลข 6 หลักต่อเดือน(เผอิญเข้าไปอ่าน blog ของเพื่อนเขาคนหนึ่งบอกไว้)
blog ที่ได้รับความนิยมส่วนใหญ่จะเข้าสู่ระบบธุรกิจในที่สุดทั้งเหตุผลของต้นทุน(ค่าใช้จ่ายต่างและเวลาที่ให้กับ blog) มี blog เดียวที่ผมเห็นแต่จำชื่อไม่ได้ เป็น blog ของ tech geek คนหนึ่ง(ประมาณพวกเก่งและหมกหมุ่นเรื่องเทคโนโลยี) เป็น blog ที่ได้รับรางวัลระดับโลกและใช้พื้นที่ blog ฟรีของ wordpress ที่เขาเพิ่งย้ายเข้าไปทำ 1-2 เดือนที่ผ่านมา แต่ถ้าเข้าไปดู about me แล้วพบว่า เขาเป็น vice president ของบริษัทใหญ่มากบริษัทหนึ่ง(อาจจะ apple) ซึ่งหมายความว่า เขาทำ blog เพื่อสร้าง brand identity ให้กับตัวเอง(ตามความคิดของผม)และบริษัทกลายๆ บทความของเขามีอิทธิพลต่อคนอ่านมากเพราะรู้สึกว่า ไม่มีเรื่องธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้อง ต่อไปถ้าเขาย้ายบริษัทลูกค้าและคนส่วนใหญ่ก็ยังติดตามอยู่เพราะมีฐานลูกค้าโดยธรรมชาติและเหนี
ยวแน่น แน่นอน
บริษัทที่เขาทำงานอยู่ต้องสนับสนุนและต้องมีเรื่องธุรกิจมาเกี่ยวอยู่ดีเพราะไม่งั้นอาจจะโดนเชิญออกเพราะเอาเวลามาเขียน blog มากเกินไปและแสดงตัวว่าเป็นคนของบริษัท ซึ่งภาพพจน์อาจจะเสียหายได้หากทำ blog ได้ไม่ดี สรุปหลังฉากก็ต้องได้รับการสนับสนุนจากบริษัทอยู่ดีครับ แต่เป็น blog ที่ทำได้เนียนที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา เขียนซะยาว ^^”
By BigNose on Dec 13, 2006
ผมเองก็ยังมองไม่ออกว่า Blog กับ Website แตกต่างอย่างไร ที่แน่ ๆ น่าจะขึ้นอยู่ที่การจัดการ และความเป็นส่วนตัวในการแสดงความคิดอ่านอันนี้ดูจะแตกต่างกันออกไประหว่าง Blog กับ Website
By yokey on Dec 13, 2006
อือ
ม ๆ แบบว่าบล็อกเกอร์ไทยคงกำลังพัฒนาอ่ะครับ แต่ว่าพัฒนาอย่างช้า ๆ เท่านั้นเอง อิอิ
By พี่ไท้ on Dec 13, 2006
คุณ BigNose มาทีไร ผมภูมิใจทุกที คอมเม็นต์ก็ดีเยี่ยม
เลยครับ ผมกำลังว่าจะเอาเรื่องที่อาจารย์ BigNose ไปเขียนเป็นเรื่องใหม่ เกี่ยวกับ Blog Network อาจารย์มาตอบก่อนซะกระจ่างเลย เลยไม่มีมุขเขียนต่อ บางทีผมก็มองไม่ออกเหมือนกันว่าส่วนไหนคือ Blog อันไหนเป็น Website แต่ก็น่าจะอยู่ตรงที่ความเป็นกันเองนี่ละครับ ว่าไหมพี่ไท้ บล็อกเกอร์ไทยตอนนี้ยังอยู่ช่วงเริ่มต้น ต้องคอยประคบประหงมก่อน สักระยะหนึ่ง
By WebMaster on Dec 14, 2006
อือ
..เป็นอะไรที่พูดกันยากครับ ถ้าเปรียบเทียบกับต่างประเทศ blog ไทยยังห่างในเรื่องการพัฒนาครับ และยังติดวังวลของการหลอกลวงกันอยู่ คงมีน้อยมากที่จะทำการเปิดเผยอย่างจริง ๆ จัง ๆ
By Make Many on Dec 15, 2006
ทำบล๊อกใส่adsense ก็น่าจะเวิคนะครับ
By tvonline on Mar 26, 2007