มีออมไม่มีอด
แฟนผมชื่อออมครับ คบกันมานานนม พอผ่านพ้น 5 ตุลาคมนี้ ก็จะย่างเข้าปีที่ 6 เชื่อไหม ตั้งแต่คบหญิงใดมา คนนี้แหละใช่ที่สุด ถ้าเป็นนักร้องไหมไทย ใจตะวัน คงต้องบอกว่า “น้องมากับคำว่าใช่” แล้วล่ะครับ
หลายต่อหลายคน พอแต่งงานกันไป มักจดจำวันแต่งงานกัน พอผ่านพ้นปี ก็จะจัดงานเล็กๆน้อยๆ เกี่ยวกับวันครบรอบแต่งงานกัน แต่ผมไม่ใช่เช่นนั้นครับ เพราะเรายังไม่แต่ง เลยจำเอาวันที่ 5 ตุลาคม เป็นวันครบรอบการรู้จักจีบกัน อย่าพึ่งเลี่ยนกันล่ะ หึหึ
เนื่องจากระยะทางและหน้าที่การงาน เราจึงพบหน้ากันไม่บ่อย 3-4 เดือนต่อครั้งเป็นอย่างมาก (ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน เห็นจะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง) ผมไม่แปลกใจครับ ที่เพื่อนๆ ชอบแซวว่า “มีออมไม่มีอด” อย่างน้อยก็ดีกว่า “อดแต่ไม่มีออม” ล่ะวะ
สิ้นเดือนเหมือนสิ้นใจ ประโยคนี้เห็นจะจริง สำหรับมนุษย์เงินเดือนอย่างเราๆ แต่เดือนนี้หนักหน่อยครับ ติดลบไปหลายตังค์เหมือนกัน ที่เห็นผมแฮปปี๊ดี๊ด๊า อยู่ทุกวันนี้ เพราะผมรู้จักปล่อยวาง เราทำอะไรก็ทำให้มันสุดๆ ไปเลย ผลออกมายังไง ค่อยมาว่ากันใหม่ จากนั้นค่อยเตรียมรับสถานการณ์นั้นต่อไป
เบิกเงินเดือนล่วงหน้ามาจ่ายค่าบ้านพัก เหลือตังค์ใช้อยู่สามร้อยกว่าบาท กับเวลาอีกสามสิบเอ็ดวัน ถ้าคุณเป็นผม คุณจะแก้ปัญหานี้อย่างไร คำตอบที่คิดไว้ในใจ ง่ายนิดเดียวครับ เอาเงินออมออกมาใช้สิ เงินติดบัญชีธนาคารมีตั้งเยอะตั้งแยะ ไม่ก็แงะกระปุกออมสิน หึหึ
เห็นไหมว่ามันเยอะ ใครพอมีเวลา ก็ช่วยเจียดมาใช้ตังค์ช่วยหน่อย ขี้เกียจเก็บ เอิ๊กๆ เนี่ยยังไม่รวมตังค์ที่เก็บไว้ในกระปุกอีกนะ แคะกระปุกออกมาได้เยี่ยงนี้
เตรียมหนังสือ “หนังสือ WordPress กระแทกใจบล็อกเกอร์วัยจ๊าบ” ไว้บริจาคให้ห้องสมุดประชาชน จำนวน 100 เล่ม ไม่ใช่ร้อยเล่มเกวียนเด้อ กะว่าจะส่งให้ทั้งหมด 10 ที่ ที่ละ 9 เล่ม ทั้งหมดเป็น 99 เล่ม พอดิบพอดี เหลือ 1 เล่ม เก็บไว้เป็นศรีกับตัวเอง แต่จนรอดจนรอดก็ยังไม่ได้ส่ง เพราะยังมีมีเงินจ่ายค่าไปรษณีย์ เหอๆ เดือนนี้ก็ผ่านไปก่อน ทำความดี ต้องทำตอนที่เจ้าตัวพร้อม ไม่เช่นนั้น จะกลายเป็นทำบาป
แต่ก่อนแม่เคยถามครับ ว่าไม่อายเหรอ ทำงานกินเงินเดือนน้อยๆ ผมตอบไปทันทีว่า “จะอายอะไร ไม่ได้ขอใครกิน” หลังๆมาท่านเข้าใจครับว่า ความสุขสบาย ไม่ใช่ต้องแลกด้วยเงินเดือนเยอะๆ
เพื่อนหลายๆคน อยากให้ผมเขียนหนังสือเล่มที่ 3 ออกมา ไม่ก็รวบรวมเนื้อหาในไอเดย์บล็อกไปตีพิมพ์ก็ได้ ขอบคุณที่สนับสนุนกันนะครับ ผมเองยังไม่รู้ว่าจะเขียนหรือไม่ ถ้าจะเขียนจริงๆ บางทีคงทำเป็น E-Book แจกกันไปเลย เป็นวิทยาทาน
มีบางคนเข้าใจผมผิด ว่าเขียนหนังสือขายเพราะอยากได้สตางค์ ต้องพูดอย่างนี้ครับ การเขียนหนังสือนั้น ถือว่าเป็นอาชีพสุจริตอาชีพหนึ่ง แต่มันไม่ใช่อาชีพที่ทำเงินนะครับ คนที่ได้เงินคือสำนักพิมพ์โน่น ไม่ใช่นักเขียน
อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด สะเดิดคิดไปก่อนทำไม ไว้เจอกันใหม่ ในเรื่องราวต่อไปของนายเดย์ครับ





[ ครับ มีออมไม่มีอด ออมวันนี้เพื่อวันข้างหน้า ]
นายเดย์ลุงขอชื่นชมในความคิดอันเฉียบคม และน้ำใจอันดีงาม
ความคิดเฉียบคม : ความสุขสบาย ไม่ใช่ต้องแลกด้วยเงินเดือนเยอะๆ/ทำความดี ต้องทำตอนที่เจ้าตัวพร้อม ไม่เช่นนั้น จะกลายเป็นทำบาป ฯลฯ
น้ำใจอันดีงาม : ส่งหนังสือให้ห้องสมุด/ทำอีบุ๊คแจกเป็นวิทยาทาน
สิ่งๆดีๆย่อมเกิดขึ้นแก่คนดีๆ คิดดีๆ ทำดีๆ นำพาไปเจอคนดีๆเช่น ทำให้เดย์เจอกับน้องออม
แต่ความดีนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่อง “มีออมไม่มีอด” หรือ “ใช้เงินออม” นะครับ ฮาๆ
น้ำใจอันดีงาม : ส่งหนังสือให้ห้องสมุด/ทำอีบุ๊คแจกเป็นวิทยาทาน
อนุโมทนานะจ๊ะ^_^
น่าสงสารนานครั้งที่ได้เจอกันกับแฟน
เรียน คุณเดย์ ที่เคารพ
ก่อนบริจาคหนังสือ ลองอ่านเว็บนี้ก่อน
แบบว่า ปีหน้า ใคร บริจาคหนังสือ เอาไปหักภาษีได้นะครับ
เรียน คุณเดย์ ที่เคารพ
ก่อนบริจาคหนังสือ ลองอ่านเว็บนี้ก่อน
แบบว่า ปีหน้า ใคร บริจาคหนังสือ เอาไปหักภาษีได้นะครับ
http://www.thaipost.net/news/021009/11604
@ลุงเอง (คนที่เดย์ก็รู้ว่าเป็นใคร เหอๆ) ลุงโกศลนี่เอง ห่างหายไปหลายเพลาเลยนะ ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นครับ
@joyc เราชินแล้วล่ะจอย เหมือนตัวคนเดียว แต่ติดต่อกันประจำทางโทรศัพท์ เหงา…เข้าใจ
@ekoy ขอบคุณครับคุณทอม ที่แปะลิงค์ให้ตามไปอ่าน แต่ผมคงไม่หวังประโยชน์จากตรงนี้หรอกครับ ให้ทั้งที ก็ให้ด้วยใจ ขอบคุณอีกที
ว้า…ไม่น่าซื้อก่อนเลย น่าจะรอบริจาค เออะๆๆ