บั้งไฟพญานาค
ใกล้เทศกาลออกพรรษา 15 ค่ำ เดือน 11 เข้ามาทุกที ถ้านับนิ้วรอก็สองสามวันข้างหน้านี่เองครับ เพื่อนๆได้สถานที่ทำบุญกันหรือยัง สำหรับผมเอง ยังติดสินใจไม่ได้ว่าจะไปไหน ด้วยเหตุและผลหลายๆประการ เรื่องงานบ้าง เรื่องเงินบ้าง ที่ทำให้บางส่วนของชีวิต ต้องถูกจำกัดสิทธิ์ลงไป
ถ้าพูดถึงเทศกาลออกพรรษา บั้งไฟพญานาค ส่วนหนึ่งก็คงนึกถึง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ที่มีปรากฏการณ์ธรรมชาติ อย่างมีลูกไฟสีแดงอมชมพู ลอยชูตัวจากลำน้ำโขง ขึ้นสู่ผิวน้ำ และอากาศ ด้วยความเร็วพอประมาณ แล้วดับหายไป ไร้กลิ่น ไร้ควัน
ผมเองเคยไปนั่งดูกับเพื่อน สมัยเรียนมัธยมต้น ม.2-ม.3 (10 ปีที่แล้ว) นี่แหละครับ ไม่แน่ใจ เพราะนานมากแล้ว จำได้ว่าช่วงนั้น ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค ยังไม่ได้รับแรงผลัก ที่คอยดันให้เป็นที่รู้จักกันในวงกว้างมากนัก รู้กันแค่คนในพื้นที่เท่านั้น
แน่ล่ะครับ แต่ก่อนนั้น บั้งไฟพญานาค หรือลูกไฟสีแดงอมชมพูนั้น (หรือชมพูอมแดง หรือส้มอมแดง อะไรก็ว่ากันไป) ที่ลอยพุ่งจากลำน้ำโขงนั้น มีให้เห็นเยอะมากๆ คืนๆหนึ่ง นับไม่ถ้วนหรอกครับ ว่าขึ้นจำนวนกี่ลูก เพราะขึ้นเยอะจริงๆ เป็นร้อยๆลูก ขึ้นที คนเฮกันที ดูสนุกครับ แปลกตา น่าสน และระทึกใจดี ผมดีใจครับ ที่ได้ไปดูเป็นบุญตา จดจำ พอได้เล่าให้คนอื่นได้ยินได้ฟัง ซึ่งเป็นประสบการณ์จริง ไม่ใช่อ่านมาจากหนังสือพิมพ์หรืออินเตอร์เน็ต
ภาพนี้ปรากฎในหนังเรื่อง 15 ค่ำ เดือน 11 ผมไม่แน่ใจ ว่าเป็นภาพจริงจากต้นฉบับ หรือภาพที่ผ่านการตัดต่อมาอีกทีหนึ่ง (ถ้าตอนนั้นมีกล้องถ่ายรูป คงถ่ายเก็บไว้แล้ว) แต่จำได้ว่าผม ไปยืนดูรถคันนี้ (รถขายผลไม้) ระหว่างเดินไปดูงานแข่งเรือ อำเภอโพนพิสัย เมื่อผมอายุได้เพียง 6-7 ปี (หรือน้อยกว่านั้น) เรื่องเวลา อายุ อาจคลาดเคลื่อน แต่รอยตีนพญานาค ลักษณะเช่นดังในภาพนี้ ยังติดตรึงใจมาเสมอ ไม่เคยลืม
ในวันนั้นเอง วันที่ไปงานแข่งเรือ (งานแข่งเรือยาว อำเภอโพนพิสัย จะจัดทุกปี หลังออกพรรษา 7 วัน) เกี่ยวกับรถขายส้มเขียวหวาน คันที่พญานาคมาฝากรอยไว้นั่นแหละ (รูปด้านบน) ผมจำได้คับคล้ายคับคลาว่า สองสามี-ภรรยา ที่นำผลไม้ไปขายในงาน คือส้มเขียวหวานนั้น ในช่วงกลางคืนระหว่างที่นอน ก็ฝันว่ามีชายสองคน มาขอกินส้ม แต่ไม่ให้กิน โดยฝันติดต่อกัน 3 คืน พอตอนเช้าวันที่ 3 ก็เจอรอยอะไรสักอย่าง ที่คนทั่วไป สันนิจฐานว่าเป็นรอยพญานาค จนเป็นที่ฮือฮามาจนถึงปัจจุบันนี้
แต่ก่อนบ้านผม ขึ้นตรงต่อ อำเภอโพนพิสัย ก่อนเฝ้าไร่ จะแยกตัวออกมาเป็น กิ่งอำเภอ และกลายเป็นอำเภอเฝ้าไหร่เฉกเช่นปัจจุบัน จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่า “ผมเป็นคนในพื้นที่หรือเปล่า”
พูดไปแล้ว หลายคนอาจไม่เชื่อ คิดว่าผมบรรจงปั้นแต่งเรื่องขึ้นมาเอง แต่เชื่อเหอะ ว่ามันจริง ปราสบการณ์วัยเด็กนั้น ทุลักทุเล ชนบทจริงๆ
บั้งไฟพญานาค จะขึ้นที่ไหน ผมไปดูมาหมด อ่างปลาบึก บ้านผาตั้ง อำเภอสังคม ผาชัน หวาดเสียว ภูมิทัศน์สวยงาม น่ากระโดดหน้าผาเล่นดี เห้ย… หรือจะเป็น วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ หินหมากเป้ง เป็นชื่อหินสามก้อน ได้ยินว่าหินแต่ล่ะก้อน ถูกขนข้ามฝั่งมาจากลาว ในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ซึ่งเป็นกษัตย์ที่ยิ่งใหญ่ และเลื่อมใสศรัทธา ในพระพุทธศาสนามาก เคยอันเชิญพระแก้วมรกต พระพุทธสิหิงค์ ไปประดิษฐานที่ วัดบุปผาราม จ.เชียงใหม่ ก่อนพระแก้วมรกต จะถูกอันเชิญไปประดิษฐานที่กรุงเวียงจันทร์ (หอพระแก้วหรือวัดพระแก้ว) อีกที แล้วถูกอันเชิญต่ออีกที มาประดิษฐานที่วัดพระแก้ว กรุงเทพมหานคร ในปัจจุบัน เหนื่อยจริงๆ ตกลงเรื่องนี้ จะไหลไปถึงประวัติศาสตร์ชาติไทยหรือไร เอาน่าๆ เขียนไปเขียนมายิ่งมัน
ในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ความสัมพันธ์ไทย-ลาวแน่นแฟ้นมาก เพราะช่วงนั้น ร่วมกันสู้กับพม่าอย่างเอาเป็นเอาตาย ก่อนจะมาสร้างพระธาตุศรีสองรัก ที่ อ.ด่านซ้าย จ.เลย เพื่อเป็นหลักฐานประจักษ์ว่าเรารักกันนักแล
ส่วนตัวผมเคยข้ามฝั่งไปเหยียบแผ่นดินลาวครั้งหนึ่งครับ หอพระแก้วก็ไปมาแล้ว พระธาตุหลวง ที่สร้างองค์พระธาตุขึ้นมาใหม่ โดยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช (พระธาตุหลวง มีประวัติการก่อสร้างมานับพันปี เช่นเดียวกับพระธาตุพนม จ.นครพนม ของประเทศไทย พ.ศ. 8 ปฏิเสธไม่ได้ว่าพระธาตุทั้ง 2 แห่งนี้ มีความเป็นมาเช่นเดียวกัน อีกทั้งพระธาตุพนม เคยได้รับการบูรณะจากกษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านช้าง ซึ่งพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ก็เป็นหนึ่งในกษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านช้าง) ก็ไปมาแล้ว ไปเดินผ่านประตูชัย ที่ใช้เศษซีเมนต์ของอเมริกา หลังอเมริกาพ่ายแพ้สงครามอินโดจีน บรรยากาศประเทศลาว น่าเที่ยวดีครับ สงบ รถราไม่เยอะ แต่ขับรถชิดเลนขวา หวาดเสียวไปอีกแบบ
….. เรื่องประวัติศาสตร์ผมอาจผิดเพี้ยน เพราะไม่ใช่คนเขียนประวัติศาสตร์ แต่อย่าลืมว่า “คนเขียนประวัติศาสตร์ ก็เขียนเพื่อรับใช้ตัวเอง คนเขียนกฏหมายก็เขียนเพื่อรับใช้ตัวเอง” ไม่เช่นนั้น รัฐสภา จะมีปัญหาเรื่องแก้รัฐธรรมนูญกันเหรอ ไปการเมืองเลยทีนี้
วกกลับมาที่บั้งไฟพญานาค หลังลอยน้ำโขงไปไกล ถึงไหนแล้วหว่า น่าจะเรื่องหินหมากเป้งมั้ง ผมว่าน่ายกเล่นดี แต่ไม่แนะนำ จำได้ว่าเคยไปเหยียบหินสามก้อนนี้ ถ่ายรูปอยู่ทีนึง ถ้ายกได้ คงยกใส่บ่า แบกกลับบ้านไปแล้ว เหอะๆ
บริเวณหน้าวัดไทย อ.โพนพิสัย เป็นจุดชม ที่บั้งไฟพญานาค ชอบโผล่น้ำโขงขึ้นมาให้เห็นเยอะสุด จุดนี้เลย มีนักท่องเที่ยวไปดูไปชมกันมากสุด ส่วนตัวแนะนำให้ไปจุดนี้ครับ บางที่ไม่ต้องไปดูบั้งไฟหรอก ไปเดินดูสาวก็คุ้มแล้ว หึหึ
ส่วนจุดสุดท้ายที่เคยไป รู้สึกจะเป็นบริเวณลำน้ำโขงวัดอาฮง อ.บึงกาฬ (ทั้ง 3 จุด อยู่ในเขตหนองคาย) จุดนี้ มีความเชื่อว่าบริเวณนี้เป็นสะดือแม่น้ำโขง ที่มีถ้ำอยู่ใต้น้ำ ลอดผ่านภูเขาควาย ประเทศลาวได้เลย (วงเล็บอีกที ว่าเป็นความเชื่อ) แต่ก่อนนั้น เรือขนส่งสินค้า มักมาล่มเอาแถวนี้ เพราะเรือมาชนโขดหินกลางน้ำโขง (ยังกะไททานิค ชนภูเขาน้ำแข็ง) หรือไม่ก็เจอก็กระแสน้ำวนอันเชี่ยวกราด คนตายกันเยอะ อาถรรย์เลยตามมา
อธิบายรูปนิดหนึ่ง รูปนี้ถ่ายด้วยกล้อง Sony CyberShot รุ่นไหนไม่รู้ รู้แต่ว่ามันดึกดำบรรพ์ จับภาพลงไปที่ลำน้ำโขง ฝั่งแผ่นดินที่เห็นคือ ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง หรือลาวนั่นเอง ที่เห็นเป็นภูเขานั้น นั่นแหละภูเขาควาย บรรยากาศดีมากๆ รื่นรมย์ สงบ สมเป็นวัดดี เย้ย….
ลองซูมกล้องข้ามประเทศ ให้เห็นกันชัดๆว่า ตรงข้ามวัดอาฮง อ.บึงกาฬ ก็เป็นวัดเหมือนกัน มีสถานที่ตากอากาศ ทอดออกมาบริเวณโขดหิน อยากจะไปยืนที่จุดนั้น แล้วกระโดดน้ำโขงเล่น คงเย็นฉ่ำดี
คุ้มค่ามากสำหรับเรื่องนี้ ได้เรื่องบั้งไฟพญานาค ผสมผสานประวัติศาสตร์ชาติไทย-ลาว พอแล้วมั้ง รู้สึกจะยาวไป …..ยาวไป






บั้งไฟพญานาคา บูชาองค์พระสัมมา
วันนี้เป็นเืรื่องเป็นราวมาก 5 5 5 คุณเดย์เล่าเรื่องราวได้ความรู้เยอะเลย สรุปว่าคุณเดย์เป็นคน อ.เฝ้าไร่เหรอครับ ผมเคยไปนะ ไปส่งน้องชายเขาไปบรรจุเป็นครูอนุบาลนาควาย(ไม่แม่นเรื่องชื่อโรงเรียนแต่อยู่เฝ้าไร่นั่นแหละ) ตอนที่ไป สำนักนักงานการประถมศึกษาอำเภออยู่กลางป่าเลย
พูดถึงเรื่องบั้งไฟพญานาคหรือเรื่องพญานาค ผมว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องน่าเชื่อถือมาก ๆ แม้ในประวัติของพระอริยสงฆ์ทุกท่านก็มีเรื่องของพยานาคเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งนั้น ไม่ว่าเป็นจะเป็น หลวงปู่ตื้อ หลวงปู่แหวน หลวงปู่ชอบ หลวงปู่หลุย จริง ๆ แล้วพญานาคเขาก็เป็นภพภูมิหนึ่งที่มีจริง ถ้าสนใจเรื่องเหล่านี้หลวงหาใน google คำว่า ประวัติหลวงปู่ กับ พญานาคดู
ยังไม่มีโอกาสไปดูของจริงเลย เคยแต่ดูในทีวี
บทความนี้ได้ความรู้เยอะเลยครับ
@joyc วันนี้จอยมาสั้นๆ แต่ได้ใจความ
@charin ครับลุง ผมเป็นคนเฝ้าไร่โดยกำเนิด หมู่บ้านแถวนั้นก็เป็นเช่นนั้นแหละครับ กลางป่ากลางดง ปัจจุบันทางเข้าบางหมู่บ้าน ยังเป็นถนนรุกรังอยู่ ส่วนบ้านนาควายนั้น ผมไม่ยักจะคุ้นแหะ คุณลุงจำผิดหรือเปล่าครับ น่าจะเป็นหนองควาย ต.วังหลวงนะ
@iNhumBa จัดคิวให้ว่างสักปี แล้วลองแวะมาดูสิครับ
น้ำโขงบริเวณวัดอาฮง…จากการสำรวจไม่สามารถวัดความลึกได้ ผมว่าจะลองกระโดดลงไปดูอยู่ ไม่ได้กลัวความลึก แต่กลัวหัวแตกเพราะหินเยอะ โป๊กๆๆๆ
@หมออนาเมา ลองดูสิครับคุณหมอ ลองแล้วมาบอกผมด้วยล่ะกัน ถ้าไม่ตายไปเสียก่อน อิอิ… ล้อเล่น