ทริปเที่ยวเวียงจันทน์ ตอนที่ 0 (ด่านตรวจคนเข้าเมือง)
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แอบแว๊บจากหน้าที่การงาน ไปดูงานประเพณีประจำปี ที่กุมภวาปี คืองานแข่งเรือยาวชิงถ้วยพระราชทาน ก็สนุกดีครับ เครื่องดื่มกำลังดี มีพอให้จิบๆ ดูสาวไปพลางๆ ดูงานแข่งเรือไปเนืองๆ ผมเองไปกับอาจารย์ท่านหนึ่งครับ สาวๆที่เข้ามาทักก็ล้วนแต่เป็นลูกศิษย์คุณพี่ท่านเสียเป็นส่วนใหญ่ ก็สวยในแบบสาวพื้นบ้าน แต่งเติมเสริมอึ๋มบ้าง แต่ไม่มากไม่มายเกินน่าเกลียด น่ารักในแบบลูกทุ่งๆดี
ส่วนตัวอยู่จนดึกดื่นไม่ได้ เพราะกลัวเมามายแล้วเถลไถลไปต่อ อีกทั้งจะเป็นการรบกวนพี่ท่านมากไป เลยขอตัวกลับราวๆ 3 ทุ่ม อีกทั้งวันรุ่งขึ้น ตัวผมเองยังมีภารกิจทริปอีกที่ คือพาพี่ชาย-พี่สาวที่แสนดี ข้ามฝั่งไปเที่ยว ยัง สปป.ลาว
ผมใช้เวลาคิดประมาณ 10 วินาที หลังพี่แกชวน จึงตบปากรับคำ ว่าจะพาไป คราวนี้ได้เป็นทั้งไกด์ และช่างภาพ แบบไม่มีค่าตัว แต่ได้ความรู้สึกดี ความไว้เนื้อเชื่อใจเป็นของตอบแทน เพื่อนๆว่าคุ้มไหมล่ะ?
อันที่จริงแล้วผมเคยไปเที่ยว ตามกรุ๊ปทัวร์มาหนหนึ่ง คราวนั้นก็ไปแบบเบลอๆ ตกลงกับเพื่อนรุ่นพี่อีก 2 คน แต่สรุปหาที่ลงไม่ได้ คนหนึ่งเลยสอดขึ้นว่า เราไปเที่ยวลาวกัน จบกันได้ลงตัวสักที ก่อนจะตีหัวกัน เหอะๆ
หลังจากไปคราวก่อน ถือว่าผมไปเรียนรู้วิธีการ เรียนรู้สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เก็บไว้ พอจะพาใครข้ามฝั่งไปอีก ก็ไม่ใช่เรื่องลำบากยากเย็นอะไรเลย บัตรประชาชนใบเดียว ไปเที่ยวได้สบายๆ
เราเดินทางโดยรถยนต์ ออกจากตัวเมืองอุดรธานี ราวเก้าโมงเช้านิดๆ ก่อนแวะกินข้าวเช้าแถวๆ ทางแยกเข้าอำเภอท่าบ่อ ประเดิมด้วยเบียร์ป๋องเล็กๆ จิบไป ตักข้าวใส่ปากไป สบายอารมณ์จังเลย
จิบเบียร์เพลิน ลืมดูเวลา จะปาเข้าไปสิบโมงเช้าแล้ว คราวนี้รีบครับ จ่ายตังค์เสร็จ เหยือบรถไปฝากรถแถวๆด่าน เชิงสะพานมิตรภาพ ก่อนพะงาบๆ ขึ้นรถรับส่งฟรี ของบริษัททัวร์แห่งหนึ่ง พี่ชายผมรีบมากครับ ขึ้นรถไปลืมบัตรประชาชนไว้ในรถ ก่อนย้อนกลับมาเอา ด้วยรถรับส่งคันเดิม เสียเวลาเพิ่มประมาณ 10 นาที แห่กๆๆ
ตามจริงเราควรไปทำบัตรผ่านแดนกันก่อน ที่ศาลากลางจังหวัดหนองคาย แต่ด้วยเหตุผลด้านเวลาและความรีบร้อน เราจึงละเลยบางสิ่งไป นั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่เราต้องจ่ายค่าดำเนินการในการทำบัตรผ่านแดนที่ ตม. เลย พลาดไปนิด คนล่ะ 130 บาท ไม่แพงด้วยตัวราคา แต่การเสียค่าโง่เนี่ย ทำเอาผมเสียหน้าไปเหมือนกัน ไหนว่าเคยไปวะ เสียงค้อนของพี่ๆทั้งสอง มาพร้อมกับเสียงหัวเราะ เหอะๆๆ
ด่านเปิดหกโมงเช้า ปิดสี่ทุ่มตรง ไม่ได้เปิดตลอด 24 ชั่วโมงเหมือน 7-11 นะครับ กลางคืนไม่มีเจ้าหน้าที่มาเปลี่ยนกะ เหมือนโรงงานอุตสาหกรรมใหญ่ๆเด้อ เพราะฉะนั้นเวลาข้ามไปเที่ยว ก็กลับมาให้ถึงด่านก่อน 4 ทุ่ม ไม่เช่นนั้นก็คงได้กินข้าวลิง รอด่านเปิดอีกทีรุ่งขึ้นวันถัดมา
ไม่ต้องห่วงครับ บัตรผ่านแดนไทย-ลาว ทำทีหนึ่ง เราสามารถอยู่ที่นั่นได้ 3 วัน 2 คืนครับ และกำหนดกรอบให้เราต้องออกห่างชายแดน ไม่เกิน 25 กิโลเมตร ใครฝ่าฝืนแล้วเจ้าหน้าที่เขาตรวจจับได้ เตรียมค่าปรับค่าไถ่ไปเลย หลายตังค์เหมือนกันนะ หลายตังค์นะเงินบาทนะครับ ไม่ใช่เงินกีบ
พูดถึงเรื่องเงินๆทองๆแล้ว ประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาวเค้านั้น ก็ใช้เงินบาทไทยเรานี่แหละ โดยเฉพาะในนครหลวงเวียงจันทร์ เงินบาทไทยเราสะพัดเลยเด้อ…ขอบอก
วันนี้ผมเองคงเขียนไปไม่ถึงไหน วนๆเวียนอยู่ที่ตม.นี่แหละ เพื่อนๆก็อ่านเอาความรู้ล่ะกัน ถ้าคิดจะอ่านเอาฮา ไปซื้อหาอ่านได้ ขายหัวเราะ เค้ามีให้ขำ
ไกด์นำเที่ยวทั้งคนไทยและคนลาว มักจะมายืนจับนักท่องเที่ยวแถวด่านครับ ดูๆเอา คนไหนน่าเชื่อถือ น่าไำว้ใจก็ตกลงปลงใจเอาตรงนั้นได้เลยครับ ด้วยราคงราคาที่ฟังแล้วร้องว๊าว ว๊าว ว๊าว ได้เลย ถูกมากมาย 1000 บาท พาเราเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆได้ 1 วันเต็มๆ ไม่มีชาร์ทเพิ่ม เว้นแต่เราจะมีน้ำใจให้พี่เค้าไป
ผมเสียเวลาตรงด่านประมาณ 30-40 นาที เพราะดันไม่ทำบัตรผ่านแดนมาก่อน พี่คนหนึ่งที่เป็นไกด์อยู่แถวนั้น ต้องวิ่งกลับไปทำให้ พอมาเข้าแถวปั๊มตราก็ซวย เข้าแถวร่วมกับชาวเวียดนาม เจ้าหน้าที่ ตม.เขาไม่ยอมปล่อยง่ายๆครับ ตรวจสอบเอกสารกันยกใหญ่ สุดท้ายเจ้าหน้าที่ไทยก็ปล่อยผ่าน และพอผ่านตรงจุดนั้นมาได้ ก็ดิ่งไปซื้อปี๊ (ตั๋วรถเมล์) เพื่อขึ้นโดยสารข้ามฝั่ง เอ้อ… ปี๊ล่ะ 20 บาทเด้อ คิดมาเราน่าจะปี๊เยอะๆ ว่ะ
พอข้ามฝั่งถึงดินแดนลาว ผมซวยอีกหนครับพี่น้อง เพราะดันไปเข้าแถวหลังชาวญานคนเดิม หยุดกึ๊กกั๊กนิดนึง ก่อนเจ้าหน้าที่เค้าจะลัดคิว ญวนคนนั้นให้ พอผ่านได้ ต้องไปเสียค่าธรรมเนียมเหยียบแผ่นดินอีก 55 บาท ไม่งั้นเขาไม่ให้ผ่าน (วันปกติจันทร์-ศุกร์ 40 บาท เสาร์-อาทิตย์ 55 บาท) คิดไปคิดมา เราข้ามไปหนักแผ่นดินเขาทำไม เอ้อ…..
ตามโปรแกรมท่องเที่ยว เราจะไปชมสถานที่สำคัญๆ กัน 5 แห่งด้วยกัน คือพระธาตุหลวง ประตูชัย ตลาดเช้า หอพระแก้ว วัดศรีเมือง ก่อนมาเสียเงินเสียทอง ช๊อปปิ้งกันที่เขตปลอดภาษี (Duty Fee) ตรงด่านตรวจคนเข้าเมือง สปป.ลาว
เขียนไม่จบแน่วันนี้ เพราะรู้สึกจะยาวไปๆ ขอติดไว้ก่อนแล้วกันนะครับ เดี๋ยววันหลังจะเขียนเป็นตอนๆให้อ่านกัน สนุกแน่ครับ นายเดย์เป็นไกด์นำเที่ยวซะอย่าง







คนลาวได้กลับบ้านตัวเองแล้ววววววววว
ที่มาของคำว่า “สอด ” ในที่นี้เป็นคำกริยา ซึ่งหมายถึง การทอเสื่อ (สาดอีสาน) แต่ในเรื่องนี้หมายถึง น้องของคำว่าเสือก พี่ชายของคำว่าหล่วง ตกลงอธิบายให้เข้าใจ หรือให้งงกันแน่
สรุปแบบไม่เข้าใจละกันครับ หมายถึง คำที่พูดขึ้นมาลอยๆ โดยไม่สนใจ สายตาชาวบ้านเลย…
หมายเหตุ : หากท่านไม่อ่านเทคนิกคอลเทิมข้างบน แสดงว่าท่านเป็นคนลาว แท้ๆ แน้ว…เออะๆๆ
ถ้ามีหนังสือเดินทางแล้วต้องทำหนังสือผ่านแดนอีกไหมเดย์ไม่เคยไป
พอดีหนังสือเดินทางไว้นานแล้วใกล้หมดอายุแล้ว หวังว่าคงได้ใช้ก็คราวนี้แหละ
@อ้อแอ้ ว่าจะชวนไปเทียวด้วยกันอยู่ แต่คิดไปคิดมาอ้อคงไม่ไปด้วย ดูแลเพื่อนพี่ให้ดีล่ะ ไอ้นั่นมันยิ่ง….
@หมออนาเมา 555+ คุณหมอเข้าใจอธิบายเพิ่มนะครับ พี่ว่ายิ่งอธิบาย คนอ่านบล็อกยิ่งงง
@charin ลุงชรินทร์ครับ ถ้ามีหนังสือเดินทางแล้ว ไม่ต้องไปทำบัตรผ่านแดนอีก และสามารถไปเที่ยวไหน ในประเทศลาวก็ได้ ไม่จำกัดรัศมีแค่ 25 กิโลเมตร เหมือนบัตรผ่านแดนแบบนี้ครับ
มาเจิมไม่ทัน อ๊างงง..อิอิ
@joyc นึกว่าจะไม่มาเจิมซะแล้ว อิอิ
ไปกับกรุ๊ปทัวร์ ไม่ต้องทำไรเลย เขาให้ไปคอยตรงไหนก็ไป มีพาสปอร์ตพร้อม สบายทุกอย่าง อิอิ