ทริปเที่ยวเวียงจันทน์ ตอนที่ 1 (พระธาตุหลวง)
เมื่อวานเขียนวกไปเวียนมา กว่าจะออกจากประเทศไทยได้ เสียเวลาเขียนไป 1 วัน ซึ่งตามที่จริงการซื้อปี๊รถ จากนั้นขึ้นรถเมล์ข้ามสะพาน(มิตรภาพไทย-ลาว) ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที ตดยังไม่หายเหม็นเสียด้วยซ้ำ รางรถไฟ ที่เชื่อมสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย-สปป.ลาว ก็ถูกใช้เป็นเส้นกั้นระหว่างเลนไปเลย เวลาขบวนรถไฟมา ก็ปิดถนนให้รถไฟผ่านไปก่อน จึงไม่ต้องห่วงว่า รถยนต์จะชนรถไฟ ถึงแม้คนขับจะวูบหลับไปก็ตาม ส่วนใครคิดจะเดินข้ามนั้น สามารถกระทำได้ครับ ไม่มีป้ายห้าม และมีทางเท้าให้ก้าวเดินไปได้ แต่จะเดินไปให้เมื่อยตุ้ม(ม่อง) ทำไมล่ะเออ…
หลังจากเราขึ้นรถเมล์ข้ามสะพาน ผ่านด่านตรวจตม.ลาว และไปจ่ายค่าธรรมเนียมเหยียบแผ่นดิน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ลำดับต่อไปก็คงเป็นหน้าที่ของไกด์คนลาวเขาล่ะครับ และไกด์ชาวลาวของเราในวันนี้ ทำ 2 หน้าที่ครับ คือเป็นทั้งคนขับทั้งไกด์แนะนำสถานที่ต่างๆ ไปในตัว คิดดูล่ะกันรถตู้คันใหญ่ๆ มีที่นั่งได้กว่า 12 ที่นั่ง แต่เราไปกันแค่ 3 คน ข้างหลังโล่งหมด ผมเองนั่งหน้ากับคนขับ ชวนอ้าย(พี่)แกคุยไปเรื่อยเปื่อย ทีแรกอ้ายเค้าพูดภาษาไทยครับ กว่าจะพูดออกมาได้แต่ละคำ ลุ้นตามแทบตาย เงอะๆงะๆ ยึกๆยักๆ เลยบอกอ้ายเค้าไปว่า พูดภาษาลาวก็ได้ครับ ผมฟังรู้เรื่อง เหอะๆ
ด้วยสำเนียงภาษาลาว กับชาวที่ราบสูงตะวันออกเฉียงเหนืออย่างเราๆ มีความคล้ายคลึงกัน พี่สาวขานเอื้อ พี่ชายขานอ้าย ผมและพี่ทั้งสอง จึงคุยกับอ้ายโชว์เฟอร์ขับรถคนนี้ได้สะดวกปาก ไม่ต้องกระแดะ พูดภาษาไทยให้เมื่อยกับการกระดกลิ้น ดิ้นขี้ฟัน
สถานที่แรกที่เราจะไปคือ พระธาตุหลวง พระมหาธาตุ ที่มีประวัติมาช้านาน ควบคู่มากับพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม ของประเทศไทย ซึ่งตามตำนานเล่าขานสืบทอดกันมาสู่ลูกหลาน ว่ากันว่า มีการสร้างมาคราวเดียวกับการสร้างนครเวียงจันทน์ และสร้างขึ้นหลังจากที่มีการสร้างพระธาตุพนมเสร็จสิ้นไปไม่นาน
พระราชานุสาวรีย์พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช วีรกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งชาติลาว ผู้นำแห่งอาณาจักรล้านช้าง ตั้งตระหง่านอยู่หน้าพระธาตุหลวง เพื่อระลึกถึงพระองค์ สืบเนื่องจากพระองค์ท่านนั้น ได้ทำการบูรณะองค์พระธาตุหลวงขึ้นมาใหม่ และขนานนามให้ว่า “พระธาตุเจดีย์โลกจุฬามณี“ หรือ “พระธาตุใหญ่” แต่ทุกวันนี้ ผู้คนยังติดปากว่า “พระธาตุหลวง” กันอยู่ (ราชาศัพท์ผมอ่อนไปนิด ถ้าใช้คำผิดต้องขออภัยนะครับ) นักท่องเที่ยวท่านใดผ่านมาเยี่ยมชมสถานที่ ก็ควรทำการสักการะ เพื่อเป็นมงคลแก่ชีวิต
ตามปกติแล้ว ทางภาครัฐ ของสปป.ลาว ห้ามคนหาบเร่ขายของ บริเวณพระธาตุหลวงนะครับ แต่วันนี้มีพ่อค้า แม่ค้า มาเร่ขายของกันให้วุ่น ตำรวจมาตรวจที เก็บของหนี วิ่งแทบไม่ทัน เก้าอี้ที่ใช้นั่งแถวนั้น เอื้อเฟื้อโดย “การบินไทย” โฆษณาให้เขาหน่อย ไหนๆก็นั่งของเขาแล้ว
บรรยากาศดีมากมายครับ นักท่องเที่ยวซึ่งส่วนมากเป็นชาวไทย มีฝรั่งผมทองแกมนิดๆ แล้วแต่วัน และวันอาทิตย์ที่ผมไป แดดร้อนมาก ดีหน่อยที่ใส่เสื้อคลุมไป ไม่งั้นได้ตัวดำเป็นตอตะโก
พี่ชาย-พี่สาว ทั้งสองกำลังจู๋จี๋ ส่วนตัวผม ทำตามหน้าที่เป็นกองขี้ควาย ช่างภาพ ไกด์ ในรูปนี้พี่ทั้งสองกำลังกินมะขามดอง มะม่วงเปรี้ยว กันอย่างเอร็ดอร่าย ท่ามกลางความสุนทรี โดยมีสายแดดเป็นสักขีพยาน
ปล่อยให้พี่ทั้งสองจู๋จี๋กันไป ส่วนผมก็ใช้กล้อง Sony Digital เน่าๆ ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ไม่ได้รีบร้อนอะไร เวลามีเต็มที่ทั้งวัน เหมาลำรถตู้มาเที่ยวทั้งที สายๆมา นักท่องเที่ยวเริ่มมากขึ้นทุกขณะครับ แต่ประเด็นอยู่ที่ ฝรั่งเริ่มเยอะกว่าคนไทยแล้วล่ะสิ
ว่าจะเก๊กถ่ายรูปให้ออกมาดูดี แต่พี่แกเล่นกดซัตเตอร์ ตอนเราไม่ทันรู้ตัว เลยได้ภาพที่ดูเก้ๆกังๆเยี่ยงนั้น ไม่เป็นไร มาคราวหลัง แก้ตัวใหม่
ต้นไม่ใหญ่รอบข้าง ไม่มีลิงมีค่าง เหมือนสวนลิงกุมภวาปี แต่มีไว้พอให้ร่มเงา ให้นักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ได้หลบแดด เพราะบางทีการหันตูดให้แดด ก็ไม่ช่วยให้ตัวเรารู้สึกเย็นขึ้น
ประตูทางเข้าพระธาตุ เป็นศิลปะสมัยเก่า กลิ่นเคล้าอารยะ ของชาติที่เจริญรุ่งเรืองในสมัยก่อน แต่ตอนไป อ้ายคนขับพาเราเข้าประตูหลังครับ (ชักเสียวตูดแล้วสิ) ด้วยเหตุผลว่า การเดินเข้าประตูหน้า แดดมันร้อน ข้างหลังมันใกล้ เดินไวไว แป๊บเดียวก็ถึง
บริเวณประตูทางเข้าด้านหน้า จะมีลานเอนกประสงค์ มีพื้นที่กว้างใหญ่ ที่เห็นในรูปคือหอรัฐสภา หรือทำเนียบรัฐบาล (ติดๆกันแถวพระธาตุ) ดูเล็กๆ แต่อย่าไปเผลอขำนะ ทำเนียบรัฐบาลใหม่ อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ติดกับประตูชัย เดี๋ยววันหลังลงรูปให้ดู บริเวณลานเอนกประสงค์ด้านหน้านี้ ถ้าเป็นไทยเรา ม๊อบคงยึดพื้นที่ไปเรียบร้อย เหอะๆ
ผมรู้สึกชมชอบพระธาตุหลวงแห่งนี้มากครับ องค์พระธาตุสีทองเหลืองอร่ามตระการตา ดูมีมนต์ขลัง ด้วยเสน่ห์แห่งช่างศิลป์สมัยก่อน มีธาตุองค์เล็กรายล้อมจำนวน 30 องค์ ซึ่งมีความหมายเป็นนัยสำคัญซ่อนเร้นอยู่ (ขออนุญาตไม่เล่า กลัวเรื่องมันยาวไป)
พระธาตุหลวงแห่งนี้ ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติลาว ที่บ่งบอกถึงความเป็นเอกราชและอำนาจอธิปไตย และเป็นโบราณสถานที่สำคัญที่สุดแห่งชาติลาวด้วยครับ
วันนี้ผมคงต้องจบแค่นี้แหละครับ พรุ่งนี้จัดกันไปที่ประตูชัย ประตูแห่งอิสรภาพ หลังโดนกดขี่ข่มเหงจากชาติตะวันตก อย่างฝรั่งเศสมานมนาน รออ่านกันนะครับ
ปล. ไอเดย์บล็อกเราจะกลายเป็นบล็อกนำเที่ยวแล้วครับ












รู้สึกว่าพี่จะเก็กท่านี้บ่อยนะ ถ้าจำไม่ผิด เหอะๆๆ แทนที่จะสนใจสาระท่องเทียว…ดันสนใจท่าเจ้าของบล็อก ขอบคุณ
ชอบอ่านบล็อกพี่เดย์ตรงทริปพาเที่ยวนี่แหละครับบรรยายได้ดีมากใช้ภาษาง่ายๆ สอดคล้องกับรูปภาพ
อ่านแล้วเห็นภาพคล้อยตามเลยครับbloger มืออาชีพจริงๆ
โอ้ ไปเที่ยวต่างประเทศ
ดูแต่รูปของประเทศอื่น
แล้วพระธาตุดอยสุเทพล่ะ
เมื่อไหร่จะได้เห็น
น๊า….
ไอเดย์บล็อกเราจะกลายเป็นบล็อกนำเที่ยวแล้วครับ ก็จะเป็นเช่นนั้น
ขอไหว้พระเจดีย์ องค์แทนพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า _/|\_
หุ หุ ไม่ต้องไปให้เหนื่อยแล้ว มีคนนำเที่ยวในบล๊อกเรียบร้อยไปแล้ว
ถามคุณเดย์หน่อย ตัวอ่านเรื่องอื่น ๆ ที่อยู่ด้านล่างเอามาจากบล๊อกอื่นใช้วิธีเชื่อมกันยังไงเหรอ
@หมออนาเมา ท่าเดียวมาตรฐาน และถูกใช้บ่อยที่สุด เพราะมันเบสิคที่สุดครับคุณหมอ
@tong ขอบคุณที่ชมครับโต้ง พี่เองพยายามเขียนโดยเลือกใช้ภาษาไทยให้มากที่สุด ถูกต้องที่สุด โดยเลี่ยงที่จะใช้ภาษาอังกฤษ หรือคำทับศัพท์อื่นๆ นิยมไทยอ่ะนะ
@iNhumBa แหะๆ มาแซวแค่นี้ก็เอา คุณหนุมนะคุณหนุ่ม
@อ้อแอ้ เดี๋ยวขอเวลาเขียนทริปเที่ยวเวียงจันทร์ให้เสร็จๆก่อน ยังอีกหลายตอนเลย พระธาตุดอยสุเทพที่เราไปนั้น คงอีกไม่นานได้เขียนแน่ เว้นแต่จะลืมไปก่อน แหะๆ
@joyc จอยมาแนวธรรมมะอีกแล้ว
@charin เขียนแนะนำเกี่ยวกับสถานที่แค่นั้นครับคุณลุง ผมว่าต้องไปชิมรสบรรยากาศด้วยตนเองถึงจะรู้สัจธรรม ส่วนการแทรกเรื่องอื่นๆโดยดึงข้อมูลจากบล็อกอื่นมาแสดงนั้น ผมใช้วิธีดึงมาจากฟีด (RSS Feed)โดยดึงเรื่องล่าสุดมาแสดง ไม่ได้ใช้เทคนิคอะไรครับ ปลั๊กอินที่ว่านั้นชื่อ Simple Feed List ครับ จากนั้นก็แทรกโค๊ดในธีม เพื่อดึงชื่อเรื่องมาแสดง รายละเอียดวิธีการ จะติดมากับตัวปลั๊กอินเลยครับ ลองเล่นดู สำหรับลุงผมว่าจิ๊บๆนะ
ขอบคุณครับคุณเดย์
พี่เดย์ บ้านผมอยู่โพนพิสัยแต่ยังไม่เคยข้ามฝั่งซักที งานนี้คงต้องให้ไกด์คนนี้พาไปแล้วหละคับ 555
@charin จัดไปอย่าให้เสีย
@เพื่อนหมออนาเมา เอาดิ ออกตังค์ค่ารถให้พี่ เท่านั้นพอ อิอิ
แหม่ ไปคราวนั้น เขากำลังปรับปรุงสนามหญ้า เลยไม่ได้เข้าไปเยี่ยมชม น่าเสียดาย
ก็น่าไปนะคับ
ไว้มีโอกาศจะไปครับ ขนาดคนหนองบัวแท้ ๆ ยังไม่มีเวลาไปเลย เซ็งตัวเอง แต่กลัวว่าไปแล้วจะหาทางกลับไม่ได้ อ่ะดิ 5555+