เริ่มต้นเขียนบล็อกด้วยรัก
ปัจจุบันนี้ สารเคมีออนไลน์กำลังหลั่งอะดรีนาลีนอย่างบ้าคลั่ง ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางปฏิกิริยาของเนื้อหา โดยมีจุลินทรีย์ขี้เกียจ เป็นตัวตั้งตัวตี ตามมาซึ่งผลของการหมักดอง คือได้แอลกอฮอร์ ไม่ก็ได้คาร์บอนไดออกไซด์ เพิ่มรส เพิ่มกลิ่น รักษาสภาพของบล็อกให้คงอยู่ โดยไม่มีอะไรไปรบกวนมัน เว้นแต่แมลงวัน ที่ยังไงๆก็ยังเฝ้าไหปลาแดก
หลุดโลกมากครับวันนี้ เพราะผมเองไม่อยากให้หน้าที่การงาน มาขัดขวางพฤติกรรมการเขียนของ เลยโยนเรื่องงานทิ้งไป กองไว้สมองซีกขวาเสียก่อน เอาสมองซีกซ้าย ที่เป็นพัฒนาการของคนถนัดขวา ซึ่งใช้คำนวน อ่านและเขียน มาใช้ก่อน พักเรื่องเครียดๆไว้ก่อน โลกของเราจะได้ร้อนน้อยลง เกี่ยวกันไหมนี่???
มาถึงทุกวันนี้ ถ้าใครไม่รู้จักบล็อก (เว็บล็อก) ก็ไม่รู้จะสรรหาคำอะไรมาพูด ให้ดูเชยบรมแล้วล่ะครับ ความจำเป็นขั้นพื้นฐานสำหรับคนออนไลน์ ลำดับรองลงมาจากอีเมล์ ซึ่งตัวบล็อกเอง ก็มีประโยชน์ในแง่ของการเก็บสะสมความรู้ การแสดงความมีตัวตน ซึ่งก็ไม่แน่ว่าต่อไป การยืนยันบุคคลออนไลน์ อาจใช้บล็อกแทนอีเมล์ก็ได้ ดังสังเกตุได้จากบริการออนไลน์ต่างๆ เริ่มมีช่องให้ใส่เว็บไซต์หรือบล็อกลงไป ในรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเอง
การมาของ Google Wave ที่หวังจะฮวบบริการออนไลน์ทุกอย่าง มาไว้ที่จุดเดียวนั้น เป็นไปได้ค่อยข้างยาก แต่ด้วยความเป็นขาใหญ่ และใช้หลักการตลาดแบบสินค้าหายากมาใช้ จึงทำให้กลุ่มชนออนไลน์ถวิลหา อยากได้สักบัญชี (User Account) ถึงแม้จะมีไว้ประดับบารมีก็ตามที
การทำอะไรทุกอย่าง ต้องเริ่มต้นด้วยการนับหนึ่งคือกัน (ไม่ใช่เรื่องรักไคร่ที่ต้องเริ่มจากร้อย ทยอยลงศูนย์) และการเริ่มต้นนั้น ก็ต้องเริ่มกับมันด้วยรักเสียก่อน ลำดับต่อไปจะโกรธจะเกลียดยังไง ก็จัดการกันเอาเอง เรื่องของคุณ!!!
หลายวันมานี้ ผมเจียดเวลาเท่าที่มี ตามอ่านและเก็บตกตามบล็อกต่างๆมากมาย ถือเป็นรื้ออดีตที่เคยรุ่ง มามุ่งคิดใหม่ ทำใหม่ เห็นหลายๆบล็อก ของหลายๆคน ยังไม่ค่อยตรงประเด็น หรือเข้าใจในตัวบริบทของบล็อกสักเท่าไหร่เลย
- อย่างแรก บล็อกไม่ได้เสนอภาพพจน์ ไอ้เรื่องโกหก ลอยลม เก็บไว้ต้มแฟนคุณคนเดียว ดังที่ผมเคยเขียนไว้ “บล็อกเกอร์เสนอตน ใช่เสนอภาพ” เพราะฉะนั้นอย่าไปกลัวว่าภาพพจน์จะเสีย เพราะว่าไม่มีอะไรจะเสีย การอ้างอิงตัวบุคคลผ่านระบบออนไลน์ ระบุพิกัดตามทฤษฎี ในทางปฏิบัติอาจไม่ใช่
- อย่างที่สอง อย่าไปอิงกับระบบธุรกิจมากเกินไป เพราะคนอ่านเค้าไม่ตามๆกันปานนั้นหรอก เพราะเค้าคิดว่าคุณกำลังทำธุรกิจ ที่เน้นเรื่องเงินๆทองๆเป็นหลัก และได้มิตรไม่แท้ตามตูดคุณมา (มิตรแท้ไปอยู่ประกันภัย) เมื่อคุณจม เค้าก็จม ซึ่งสันดาลคนเรามักไม่แช่งกันในเวลารุ่งโรจน์ แต่จะด่าพ่อล้อแม่ เอาตอนเมื่อคุณกำลังรุ่งริ่ง
- อย่างที่สาม เริ่มต้นกับบล็อกด้วยความรัก เอาใจใส่ เลี้ยงดูแลเหมือนคนรัก คอยส่งบทความเติมเต็มเนื้อหาลงไปเรื่อยๆ เพราะบางที่”ความเรื่อยเปื่อย ก็ยังดีกว่าไม่เขียนอะไรเลย” การเริ่มต้นที่ดี มีชัยไปกว่าครึ่งครับ
- อย่างที่สี่ คือการใส่ใจคอมเม็นต์ คนอ่านถือเป็นกำลังใจ รายละเอียดมากน้อยแค่ไหน ก็ยังตามๆกัน เพราะฉะนั้นการแสดงความรักผ่านบล็อกวิธีหนึ่ง น่าจะเป็นวิธีการสื่อสารผ่านบล็อก การตอบคอมเม็นต์ แบบอิสระ ไม่ต้องอิงสาระอะไรมาก ตอบเล่นตอบหัวไป พอให้บล็อกมีชีวิตชีวาก็ได้ ผมชอบเช่นนั้นมากกว่า หรือคุณติ๊ต่างไปอย่างอื่น?
อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ผมมักจะคิดบวกเสมอ ผมจึงชอบใช้วิจารณญาณอิงตามสัญชาตญาณเชิงบวก การโยงผลมาใส่เหตุ จึงถือเป็นวิธีการหนึ่งที่ผมชอบใช้ แต่ทุกวิธี อาจมีตัวบท มีตัวละครที่ซ้ำกันบ้าง ทำนองเดียวกันกับการดูหนัง ถึงฉากจบไม่ซึ้ง แต่อรรถรสการอ่านของคุณก็ยังอินตามอยู่ดี ว่าไหม?



มาเป็นคนแรกเลย
อิอิ
ี่บางที “ความเรื่อยเปื่อย ก็ยังดีกว่าไม่เขียนอะไรเลย”
ตรงนี้น่าคิด เพราะบางทีพอจะเริ่มเขียน
ก็เห็นว่าไร้สาระจนเกินไป ไม่เขียนดีกว่าซะงั้น
ต้องเปลี่ยนใหม่ซะแล้ว เพราะ “ก็ยังดีกว่าไม่เขียนอะไรเลย”
ขอบคุณครับ
คนมักเหยียบเราตอนรุ่งริ่ง เหอะๆ ชอบๆ
คนคอมเม้นท์เองเค้าก็ติดตามดูว่าเจ้าของบล็อกจะตอบหรือไม่ ^_^
และคนเขียนบล็อกก็คงอยากให้มีคนอ่านและคอมเม้นท์ด้วยเช่นกัน
มาเจิมเจิมกันอีกเช่นเคย อ๊างงงง ^_^
ชอบอ่านคอมเมนต์ครับ มันคือกำลังใจอย่างดีสำหรับคนเขียนบล็อก หลายๆ ครั้ง ก็มักจะตอบจนเกือบจะกลายเป็นการคุยกันอย่างกลายๆ
@อ้อแอ้ มาคอมเม็นต์สั้นๆแค่นั้นเหรออ้อ ทำไปได้
@นายหนุ่ม ตามความคิดผม ผมคิดว่างั้นครับ เพราะเท่าที่ตามๆอ่านบล็อกเป็นร้อยๆ เรื่องไร้สาระปนสาระ น่าอ่านกว่าเรื่องที่เต็มไปด้วยวิชาการจัดเสียด้วยซ้ำ หรือใครว่าเรื่องไร้สาระน่าเบื่อ
@หมออนาเมา เขียนให้มันดูเข้าท่า ไม่รู้ว่าเข้าทีหรือเปล่าครับคุณหมอ
@joyc ตามปกติเราจะตอบแทบทุกคอมเม็นต์ล่ะจอย ไม่ว่าจะตอบเร็วตอบช้า เว้นแต่ว่าจะตกหล่น หลงลืมเท่านั้น
@PatSonic ผมก็ชอบอ่านครับ คอมเม็นต์เป็นเหมือนการถ่ายเทความคิด ไม่ว่าจะคิดตาม คิดต้าน ประโยชน์ก็ย่อมได้ทั้งสองฝ่าย ว่าไหม?