Archive for the ‘Blog Tips’ Category
ฤาเราจะมองไกลตัว
แต่ก่อนแต่ไร มองว่าการมีโฮสติ้งต่างประเทศใช้นั้น มันแค่ขี้ประติ๋ว เหตุคงเป็นเพราะการที่ตัวเองมีใช้ และมีประสบการณ์การโดนถอดถอน หรือภาษาชาวบ้านว่าโดนเตะนั้น (Host Suspend) เจอมากับตัวหลายครั้ง แต่ก็หาทางออกด้วยการสมัครใช้งานใหม่ทุกครั้ง เคยแวะไปเล่นที่ DreamHost.com อยู่ช่วงหนึ่ง ก็โดนถีบออกมา หนีมาหา Hostgator.com ที่หลายๆท่านการันตีนักหนาว่าอึดๆ เจอฤทธิ์นายเดย์เข้าไป ก็โวยวายไล่ถีบผมทิ้งทันที แต่มาถึงตอนนี้ ผมเองก็มีบัญชี ติดอยู่ในผู้ให้บริการเหล่านี้ และติดอยู่ในฐานะผู้ใช้นะ ไม่ใช่โดนขึ้นบัญชีดำ… แหะๆ
พอเวลาผ่านพ้นไปเป็นปี ผมทิ้งวิชาหากินมาเสียนาน นานจึงถึงเวลาแล้วกระมัง ที่จะกลับมาขุดพลอย หาเก็บของป่ามาขายเหมือนชาวบ้านเขาบ้าง เลยจัดการไปเช่าโฮสเพิ่มสักหน่อย แน่ล่ะครับ อันดับแรก ผมมองไปที่ Hostgator.com ในบัดดล อีกทั้งในใจก็คิดว่า ระบบสมาชิก การกรั่นกรองทุกอย่างจะเหมือนเดิม ที่ไหนได้ โดนรีวิวแอคเคาท์เฉยเลย หลังจากนั้นเลยฟัดกับ Sale Support กว่าครึ่งค่อนวัน ด้วยภาษาอังกฤษงูๆปลาๆ ดีหน่อยได้เพื่อนร่วมทางอย่างคุณนอท (SEOSamutPrakarn.com) คอยช่วย (พูดแล้วก็น่าอาย เพราะโดนแซวว่าลูกศิษย์ช่วยอาจารย์ แหะๆ) ไม่งั้นได้ลงเหว หาทางสว่างไม่เจอ
มีโฮสติ้งเท่าไหร่ก็ไม่พอใจจริงๆ อีกทั้งไม่อยากจะอัดอะไรลงไปมาก บนแชร์โฮสหนึ่งๆ ประสบการณ์คราวก่อนมันสอนเรา พลาดพลั้งก็ต้องเริ่มต้นใหม่ เพราะถึงขอบัญชีกลับมา มันก็ไม่ยอมให้ ถ้าจะขอเงินคืน ก็ต้องอยู่ในระยะรับประกันการคืนเงินอีก โอ๊ย โอ๊ย…
ผมนั่งหาข้อมูลไปเรื่อยเปื่อย จนต้องมาหยุดคิดอยู่กับที่หนึ่ง ซึ่งที่นั่นคือเว็บโฮสติ้งของ Godaddy.com นั่นเอง ซึ่งแน่ล่ะครับ เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการรับจดโดเมนเนม ที่ผมใช้ประจำ แต่ก็มีหลายๆคน บ่นๆอยู่ ว่ามันไม่ยักจะดี ผมเองก็เคยบ่นว่าระบบมันชอบยัดเยียด อะไรต่อมิอะไรเข้ามา แถมเวลาสั่งซื้อต้องสังเกตุกันดีๆ ไม่งั้นได้ของแถมที่ไม่พึงประสงค์ และต้องเสียตังค์เพิ่มนั่นสิเรื่องใหญ่
บางทีถ้าเรามองข้ามข้อเสียตรงจุดนี้ แล้วหันไปมองตรงข้อดี ของการรวมโฮสติ้งกับโดเมนเนมไว้ที่จุดเดียวกัน แล้วบริหารจัดการตรงจุดเดียวได้ มันก็กลบข้อเสียที่กล่าวมาข้างบนได้สบายๆ ฤาเราจะมองไกลตัวไป…
เขียนไปเขียนมา ชักชอบเป็นการส่วนตัวแล้วสิ แต่ติดตรงสตางค์ในกระเป๋าไม่มีนั่นสิ ไม่เช่นนั้นได้เสร็จตรูแน่… ฮาๆ
บริบทแห่งโดเมน
กะว่าจะกลับมาลุยป่าอเมซอน หาของมาขายอีกสักตั้ง แต่จนแล้วจนรอดจนถึงป่านนี้ ยังไม่มีทีท่าว่าจะก้าวเท้าเข้าลุยสักที ด้วยเหตุผลเดิมๆ เลยไม่ขอเอ่ยในที่นี้ ประเดี๋ยวเพื่อนๆจะเบื่อ พลันปิดบล็อกนี้ทิ้งลงไป
เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ผู้ให้บริการรับจดโดเมนชื่อดังของต่างประเทศ ได้หั่นราคาโดเมนซะแหลกลาญ ผมไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมเจ้านี้ ถึงได้รับการการันตีคุณภาพกันหนักกันหนา ด้วยราคาที่ค่อนข้างต่ำ ผนวกกับโปรโมชั่นยั่วยวนใจ เสนอออกมาแต่ล่ะครั้ง ชวนให้สนองยิ่งนัก ว่าแล้วคนเขียนบล็อก(งบน้อย)อย่างเราๆ ก็จัดสักดอก เก็บไว้ใช้ในโอกาสต่อไป
ผู้ให้บริการรับจดโดเมนที่ว่านั้นคือ Godaddy.com หรือที่คนไทยเราชอบเรียกติดปากแบบหยิกแกมหยอกทำนองหนึ่งว่า “ไปหาพ่อ” ในทางกลับกัน ผู้ให้บริการรายนั้น พลันเรียกเราว่า “มาหาป่ะป๋าม๊ะ” เฮ้ย!!!
ส่วนตัวผมนั้น ก็รู้สึกชอบระบบบริหารจัดการโดเมนของเจ้านี้นะ ไม่ชอบอยู่อย่างเดียวคือ เวลาเราจะจดโดเมนสักชื่อหนึ่ง ระบบมันชอบเสนออะไรต่อมิอะไรมาให้เรามากไปหน่อย มากจนรำคาญและเบื่อที่จะคลิกหลายๆที กว่าจะจดได้สักชื่อ ได้หน้าลืมหลัง พะวงนั่นพะวงนี่ กลัวจะได้ของแถมราคาแพง พ่วงโดเมนมา ในแบบที่เราไม่ต้องการ หรือเกินความต้องการ
จะด้วยเหตุผลนี้หรือไร หลายๆคนเลยไม่อยากที่จะเสียเวลากับระบบไร้สาระ ที่คอยยัดโน่นแถมนี่ พ่วงบริการนั้น สารพัดบริการนี้ เลยหักเหความสนใจไปใช้บริการของเจ้าอื่นๆ ทั้งๆที่เจ้าอื่นๆนั้น ระบบจัดการโดเมนข้างในค่อนข้างจะห่วยแตก แต่ใช้งานง่าย ในแบบมือใหม่ ที่ไม่ค่อยรู้จัก ระบบบริหารจัดการโดเมนสักเท่าไหร่ แค่เปลี่ยน DNS Server เป็นก็บุญ
ส่วนตัวผมค่อนข้างจะซุกซน ชอบนักไอ้เรื่องการตรวจภายในเนี่ย บางทีมันทำให้เรารู้ว่า แต่ล่ะคนไม่เหมือนกัน Godaddy.com ภายในเป็นแบบหนึ่ง Name.com ก็เป็นแบบหนึ่ง เพราะฉะนั้นความสามารถในการให้บริการ จึงขึ้นอยู่กับผู้ใช้งาน ว่าจะชอบแบบไหน
อีกประเด็นหนึ่งคือว่า Godaddy เวลาเปลี่ยน DNS Server จะวิ่งไวกว่า Name.com หลายเท่าตัวครับ ผมลองเปลี่ยน DNS Server ของสองเจ้านี้ เปรียบเทียบในเวลาไล่เลี่ยกัน ผลปรากฏว่า Godaddy กินขาด แต่ถ้าเพื่อนๆชอบแบบช้าๆได้พร้าเล่มงาม Name.com ก็ไม่ถือว่าน่าเกลียด แค่อึดใจที่พักนานไปหน่อย เท่านั้นเอง…
ขาวดำ ตอนที่ 2 (สีสันบนพื้นผิว)
เพื่อนผมท่านหนึ่ง เปรยกับผมเอาไว้ ว่าอย่าเผลอให้แฟนคลับ ประจักษ์กับตาถึงสารรูปนายเดย์ในวันนี้ เพราะจะเสียจริตจนปิดบล็อกทิ้งแทบไม่ทัน ถ้าว่ากันไปแล้ว ก็คงไม่ถึงขั้นนั้นหรอกกระมัง ป่วยคงถึงขั้นโคม่า บ้าหรือ… รดน้ำมนต์เดี๋ยวก็หาย แค่อาการของคนบกพร่องด้านเวลา ตามมาด้วยขาลง เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายแบบ “ความวัวไม่ทันหาย ความความเข้ามาแทรก” วิ่งวนตาลีตาเหลือก แต่ก็ยังติดแงก อยู่กับกับดักของทิฐิ ภวังค์เล็กๆ ที่ต้องมองด้วยมุมแคบๆ ถึงจะเข้าใจ
บางคนเข้าใจเรื่องสีสันแคบไปนิด เพราะมองด้วยมุมแคบๆ บางคนมองสีสันกว้างไปนิด เพราะมองด้วยมุมกว้างๆ แต่ถ้าลองเพิ่มแสง แน่ล่ะสีสันสว่างขึ้น ในทางกลับกัน เราลดแสงลง สีสันก็มืดสลัวลง พลันเข้าหลักการทางวิทยาศาสตร์ ตัวแปรตามทำงานตามตัวแปรต้น (ตัวแปรอิสระ) ยังเหตุกระทบผล เชื่อมโยงกันด้วยตรรกะเล็กๆ วาระซ่อนเร้นไม่มี
นักเขียน
วันดีคืนดี พลันเพ้อถึงเรื่องเก่าก่อน ที่ดันเผลอเก็บขึ้นมาคิดเป็นวรรคเป็นเวร เรื่องราวเหล่านั้นไร้ซึ่งสาระ แต่แฝงด้วยนัยยะบนความไม่เที่ยงตรง ของกระแสสังคมที่เอียงซ้าย เอียงขวา โยกเยกไปมาตามโลกาภิวัฒน์ เอนเอียงได้ตามลมปาก กับวาจาตระบัดสัตย์ ตะล่อมด้วยคำหวาน หว่านล้อมอย่างแยบยล
มีคนเค้าบอกว่า นักเขียนมีอิสระภาพในการแสดงความคิดเห็นได้มากที่สุด สามารถเขียนเรื่องราวโดยไร้กรอบ ไร้ขอบเขต จินตการได้ยังไง เจียระไนถ้อยคำได้อย่างนั้น ไม่ต้องหาจุดอ้างอิง ไม่ต้องสนว่าจะต้องอ้างเหตุยังผล บนพื้นเพแห่งความเป็นจริง อิงวิทยาศาสตร์ กอปรกับวิชาการที่หนักกบาล ปานโดนฟาดด้วยไม้หน้าสาม ที่กระหน่ำซ้ำถึงสองสามที
ต้องเข้าใจ ว่าคนเขียนบล็อกอย่างเราๆ ก็เข้าข่ายนักเขียนที่ว่านั้นคือๆกัน พรสวรรค์ด้านนี้ ไม่ได้ติดตัวมาแต่เกิด แค่สะเดิดคิดมาได้ตอนหนุ่มหรือแก่ จะแย่หรือดี อยู่ที่การฝึกฝน เขียนบ่อย เขียนมาก เขียนยาก เขียนง่าย เขียนอะไรต่อมิอะไรแตกต่างกันเท่านั้น
งานเขียน คืองานเรียบเรียงความคิดแล้วสำแดงมันออกมาผ่านอักขระหรืออักษร ถือเป็นตรรกะวิทยาแขนงหนึ่ง ที่หลายๆคนไม่ค่อยจะเข้าใจ หรือเข้าใจไม่ถ่องแท้ แต่ที่แย่กว่านั้นคือ “ไม่รู้อะไรบ้างเลย”
ผมเองพยายามทำความเข้าใจกับตัวเอง แต่ก็ยังไม่เข้าใจในตัวเอง งานเขียนของผม ที่หลายๆคนชื่นชอบ ผมยังไม่ค่อยจะพอใจกับมันสักเท่าไหร่เลย ไม่รู้เป็นอะไร พยายามทำให้แตกต่าง แต่เมื่อปัญหาหลายๆด้าน บีบคั้นเข้ามา เราต้องมาลงเอยตรงจุดเริ่มต้นจุดเดิมทุกที
กระบี่มีไว้ฟันหัวใครเล่นๆจริงเหรอ?
ผมเองตระหนักในความแน่นอนบนความไม่แน่นอนของเสิร์ชเอนจินดี หลายต่อหลายมาตรฐานชี้วัด แต่พลันเปลี่ยนผันเหมือนพลิกฝ่ามือได้โดยไว จะบนความใจง่ายของเสิร์ชเอนจินเอง หรือบนความผิดพลาดของอัลกอริทึมเล็กๆ น้อยๆ ที่หลายคนพลันเห็นแล้วมุ่งเป้าโจมตี
การจะศึกษาพฤติกรรมของเสิร์ชเอนจิน ใช่หรือที่จะดิ้นไปเรื่อยๆ เพราะการกระทำเยี่ยงนั้น มันไม่ใช่จุดจบที่สมบูรณ์แบบ และสามารถใช้เป็นครรลองให้ยึดหลักปฏิบัติ เพื่อดำเนินรอยตามได้อย่างแท้จริง เมื่อเราเองสามารถสับขาหลอกเสิร์ชเอนจินได้ ไฉนเลยเสิร์ชเอนจินเองจะกระทำชำเรากับเราเยี่ยงนั้นมิได้ คนเองมีหัวจิตหัวใจ คิดได้ จดจำได้ ทำไมรึเสิร์ชเอนจินอันมี สมองกลปนอัลกอริทึมทางคณิตศาสตร์ที่สลับซับซ้อน จะคิดเป็นทำเป็น เหมือนคนเราเองไม่ได้
ก็อย่างว่าล่ะครับ… คนเราเอง น้อยนักจะเข้าใจ ถึงความเป็นไปตามธรรมชาติของเสิร์ชเอนจินได้ดีนัก แม้ผู้ออกแบบและพัฒนา ยังห่วงหน้าพะวงหลัง อิรุงตุงนังกับระบบอัลกอริทึมที่มีคนอื่นคิดไว้ แล้วตัวเองก้าวเข้ามาสานต่อ หรือจะรวมหัว มุ่งเป้าทำงานไปในทิศทางเดียวก็ตาม
ต่างคนต่างแนวคิด แม้คนเขียนบล็อกอย่างเราๆที่สนิทเกลอกัน ยังต้องทำตัวให้เหินห่าง ไม่ใช่เหตุเพราะความอ้างว้าง แต่ยังผลเรื่องความเห็นไม่เข้ารูปเข้ารอยกัน การอาศัยเครื่องมือแจ่มๆ หวังหลอกเสิร์ชเอนจินหากินไปวันๆ และทำตัวเป็นเจ้าถิ่นเพื่อดัดสันดานเสิร์ชเสียเอง มันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย พลันจะทำให้เราเหนื่อยเปล่าๆ และเหนื่อยแบบไม่รู้จักจบจักสิ้นเสียด้วยสิ






