The 2006 Weblog Awards
Posted by iDay on
December 31, 2006
ปิดท้ายปลายปีด้วย The 2006 Weblog Awards การประกวด Blog ดีเด่น ในด้านต่างๆ มากถึง 45 หมวดหมู่ จากผลสำรวจหรือโหวตคะแนนกว่า 526,974 คะแนนโหวต ใช้เวลาเก็บข้อมูลกว่า 8 วัน (Based on 526,974 votes cast in 45 categories over 8 days) ซึ่งน่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

ใน International Categories แยกย่อยลงไปใน Best Asian Blog นั้น Blog ที่ได้รับคะแนนนิยม มาเป็นอันดับหนึ่ง คือ On Man Bandwidth นั่นเอง ที่น่าสนใจคือใช้ Blog Software อย่าง WordPress นี่แหละครับ รองลงมาคะแนนนิยมไม่ห่างกันคือ IZ Reloaded อันนี้ยิ่งน่าทึ่งไปใหญ่ เมื่อได้รู้ว่าเขาใช้ บริการบล็อกฟรีที่ Blogger คือ Blogspot นั่นเอง ในไทยเราน่าจะมีประกวดแบบนี้กับเค้าบ้างเนอะ อาทิเช่น Thailand Weblog Awards 200X แต่ตอนนี้ต้องรอคอยปีต่อไปแล้วกัน ปีนี้เห็นทีต้องลาก่อน เจอกันอีกทีปีหน้าครับ พร้อมอัดแน่นด้วยเนื้อหาคุณภาพ ไม่มีเม้ม

เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
Posted by iDay on
December 28, 2006
หลายสัปดาห์ก่อน ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าร่วมรับฟังการบรรยายในหัวข้อ “การบริหารและจัดรายการวิทยุท้องถิ่น” ซึ่งจัดขึ้นโดยชมรมวิทยุท้องถิ่นอุดรธานี บรรยายโดยผู้มีชื่อเสียงท่านหนึ่ง ขออนุญาตไม่เอ่ยนามแล้วกันครับ จากหลายๆที่หัวข้อในการบรรยาย กล่าวถึงด้านการตลาด การประชาสัมพันธ์ การบริหารจัดการ ไม่เว้นแม้กระทั่งหน้าที่ของสื่อมวลชนด้วย และหัวข้อเรื่องสุดท้าย ที่ผู้เขียนสนใจเป็นพิเศษ ไม่ใช่ว่าผู้เขียนจะจัดรายการวิทยุเองนะครับ แต่เนื่องจากมันเกี่ยวพันไปถึง เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นด้วยครับ ขอยกตัวอย่างสักเล็กน้อย โดยเลือกเอาข้อเด่นๆ มาเป็นประเด็นเดินเรื่อง จะได้ดูน่าสนใจขึ้นมาหน่อย คือ “เวทีแห่งความคิด”
รายการวิทยุบางช่วงนั้นจะเปิดสายหน้าไมล์ ให้ผู้ฟังสามารถแสดงความคิดเห็นเข้ามาได้ อาจจะเป็นเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องถึงความเป็นไปของบ้านเมือง ถ่ายทอดความรู้ สร้างกระแส แต่ทั้งนี้ที่แปลกใจ อยู่ในส่วนของนักจัดรายการวิทยุ (ดีเจ) เอง คือดีเจนั้นจะพยายามควบคุมรายการช่วงนี้ ที่เปิดสายให้ผู้ฟังแสดงความคิดเห็นเข้ามา ถ้ามีความคิดเห็นโอนเอียงมาทางตนก็ปล่อยให้พูดได้ยาวๆ พร้อมสนับสนุน แต่ถ้าความเห็นตรงกันข้ามจะพยายามตัดบท ต่อต้าน แล้วตัดสายทิ้ง ซึ่งเกิดจากการวางตัวไม่เป็นกลางของสื่อ ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงวิพากษ์ วิจารณ์ เท่านั้น แต่ยังให้เสียงสนับสนุนอีก และต้องเข้าใจเหมือนกันว่าเพื่อความอยู่รอดปลอดภัยของสื่อด้วย ไม่ถูกสั่งปิดจากผู้มีอำนาจควบคุมไปเสียก่อน หลังจบรายการ
การเซ็นเซอร์ตัวเองของสื่อ เลือกเอาเรื่องราวที่คิดว่าปลอดภัยมานำเสนอ ส่วนตัวคิดว่าสื่อบางประเภทที่ปิดกั้นได้ยากๆ อย่างวิทยุท้องถิ่น ยังถูกแทรกแซงจากผู้มีอำนาจ/เจ้าหน้าที่ หรือแม้แต่ผู้มีอิทธิพลอื่นๆ ได้ และปัจจุบันอินเตอร์เน็ต เว็บไซต์/Blog ซึ่งเป็นเวทีชุมชนออนไลน์ ยังถูกอำนาจมืดดังกล่าวปกคลุมไปด้วย จากหลายๆเหตุผลที่ไม่เปิดเผย หรือต้องการปิดบัง ซ่อนเร้น ทั้งนี้เพื่อผลประโยชน์ของบุคคลบางกลุ่ม โดยใช้ข้ออ้างเพียงเล็กน้อยว่าเว็บไซต์/Blog ดังกล่าวไม่เหมาะสม หรือเข้าเว็บไซต์/Blog นั้นไม่ได้เลย และทำทีแสดงให้ผู้ใช้ได้เห็นว่ามันเกิดปัญหา ที่ตัวเว็บไซต์หรือเครื่องให้บริการเสียเอง
เขียนเรื่องนี้ขึ้นมา ทำให้นึกถึงบทความหนึ่งที่คุณชายขอบเขียนไว้คือ “การเซ็นเซอร์ตัวเองของสื่อกำลังก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง” ซึ่งแปลจาก Self-censorship causing serious damage แถลงการณ์ของกรรมาธิการเพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย (AHRC) ลองไปอ่านดูครับ
จากปัญหาที่พบได้ตรงนี้ มีคำถามตามมามากมาย สุดท้ายก็หวังจะปิดปากด้วย “พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ….” อะไรจะปัจจุบันทันด่วน ขนาดนั้น หลังจากร่างกันมานมนานและไม่มีวี่แววว่าจะเสร็จสักที อยู่ๆก็ผลุดขึ้นมาเฉยๆ และต้องเสร็จพร้อมบังคับใช้ด้วย มันต้องมีอะไรแอบแฝงแน่ๆ ซึ่งก็แน่นอนว่าเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ต้องถูกบั่นทอนอีกตามเคย ปัญหาที่ตามมาคือผู้ใช้อินเตอร์เน็ตไม่กล้าแสดงความคิดเห็น เพราะกลัวความผิด และประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ Blogger อย่างเราๆ จัดอยู่ในมาตราที่ 13 และ 14 ของ พ.ร.บ. ลองหาอ่านดูนะครับ หรืออ่านที่ กฎหมาย ที่ร่างกันแบบไม่เร่ง แต่ผ่านกันแบบรีบ ๆ เขียนโดย http://biolawcom.de/ เขียนแบ่งเป็นตอนๆ ได้น่าสนใจดี ไม่น่าเบื่อ เหมือนเรียนกฎหมายหรอกครับ ส่วนเรื่องนี้ iDayBlog จะนำมาชี้ชัดๆ อีกที และเลือกจะเจาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ Blog ครับ
ทางตัน
Posted by iDay on
December 27, 2006
ปีใหม่ใกล้เข้ามาทุกขณะ หลายๆคนคงได้โบนัสสิ้นปีกันทั้งนั้นนะครับ จะมากหรือน้อยแตกต่างกันไปตามประสบการณ์ ในการทำงานครับ เมื่อปีเก่าผ่านไป ปีใหม่เข้ามา ตัวเลขของอายุก็เพิ่มมาอีก 1 ปี แต่อย่าไปสนใจเลยครับ อายุมันเป็นเพียงตัวเลข ขอให้ใจสดชื่น สดใจ เมื่อนั้นล่ะครับ ละอ่อนขึ้นมาทันที แต่ยังไงๆก็ระวัดระวังเรื่องขับรถขับรา กันหน่อยนะครับ ถนนหนทางรถราขวักไขว่ อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเวลา ยิ่งช่วงเทศกาลแล้วละก็ ยิ่งต้องระวังขึ้นอีกหลายเท่าครับ
ช่วงนี้งานยุ่งมากๆ เลยครับ เพราะรีบเคลียร์ให้เสร็จก่อนปีใหม่ เวลาที่เข้ามาอัพเดต Blog ไม่ค่อยจะมี แต่ก็จะพยายามเข้ามาอัพเดตให้ได้ทุกวัน เหมือนปกติ บางทีนั้นงานเขียนอาจจะไม่สมบูรณ์ ซึ่งเกิดจากเวลาที่ใช้ในการกลั่นกรองเนื้อหามันน้อย อันนี้คงไม่ว่ากันนะครับ
มาว่ากันต่อ ก่อนจะถึงทางตัน นอกเรื่องไม่ได้อีก ถ้าหากใครได้อ่านหนังสือจำพวก AdWords, AdSense หรือพวก Affiliate หรือแม้แต่หาอ่านตามอินเตอร์เน็ต กระดานข่าว กระดานสนทนา พวกสร้างรายได้จากอินเตอร์เน็ต ต่างๆ คงจะพบหรือผ่านตา เรื่องการเลือก Keyword อยู่เสมอๆ ว่า คนทำ AdSense ควรเลือก Keyword ราคาแพงๆ ราคาต่อคลิกสูงๆ เวลาผู้ใช้คลิก 1 ที จะได้ส่วนแบ่งสูงๆ แต่ในทางกลับกัน คนทำ AdWords กลับให้เลือก Keyword ราคาประมูลต่ำๆ แต่มีผู้ใช้ทำการค้นหาด้วยคำๆนั้น มากๆ เวลาผู้ใช้คลิก 1 ที จะได้เสียค่าโฆษณาในราคาไม่แพง ซึ่ง Keyword ราคาแพงๆ นั้น บางคำราคาสูงหลายสิบดอลลาร์เลยครับ
ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่การเลือก Keyword เสียทั้งหมด แต่มันขึ้นอยู่กับคนเขียน Blog ด้วย ว่ามีความรู้เรื่อง ที่เกี่ยวกับ Keyword นั้นดีพอหรือไม่ ครอบคลุมเนื้อหา ชัดเจนเพียงพอหรือไม่ ดำเนินเรื่องราวอย่างต่อเนื่องหรือไม่ด้วย ถ้าไม่รู้พอ ปัญหาที่ตามมาซึ่งพบได้ทั่วไปคือทางตัน ไม่รู้ว่าจะเขียนเรื่องอะไรต่อไปนั่นเองครับ ถึงแม้จะเลือก Keyword ราคาแพงๆ มาได้ ถ้าเนื้อหาไม่ดี ไม่ชัดเจน ไม่ต่อเนื่อง ก็น้อยคนนักจะกลับเข้ามาอ่านที่ Blog เราอีก ดังนั้นส่วนมากแล้ว คนเข้าอ่าน Blog คือขาจร ไม่ใช่ขาประจำ มาครั้งเดียว จากนั้นก็เริ่มหาย ลดลงไปเรื่อยๆ ตามยถากรรมครับ
ดังนั้นถ้าต้องการสร้างรายได้จาก Blog ก็ต้องเพิ่ม Blog อีก โดยเล่น Keyword ราคาแพงอีกไปเรื่อยๆ เกิดเป็น Spam Blog (SPlog) ขึ้นมากมายตามมานั่นเอง ตอนจบแล้ว เมื่อจุดมุ่งหมายการทำ Blog ไม่มี ก็ไม่ทางออก สุดท้ายก็เจอทางตันเหมือนเดิม
Blog VS Diary: ส่วนผสมหรือความแตกต่าง
Posted by iDay on
December 26, 2006
อะไรมาดลใจนาย Jorn Barger ให้คิดคำศัพท์แปลกๆออกมา ว่า Weblog ซึ่งเกิดจากการรวมกันของคำสองคำ คือ Web+Log แปลได้เป็นนัยว่า การบันทึกบนอินเตอร์เน็ตเวิร์ลไวด์เว็บ แต่ก็ดีเหมือนกันที่นาย Peter Merholz มาจับย่อให้สั้นลงเป็น Blog จะได้จำได้ง่ายๆหน่อย ไม่ยืดยาว
ส่วนศัพท์อย่าง Diary ก็แปลได้คร่าวๆว่า การบันทึกเรื่องราวส่วนตัวนั่นเอง ต่อมาเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป การเข้ามาของเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น คนเขียน Diary ก็อยากเขียนบันทึกลงบน อินเตอร์เน็ตเวิร์ลไวด์เว็บบ้าง จึงมี Diary Online เกิดขึ้น แล้วมันแตกต่างจาก Blog ตรงไหนล่ะครับ
ความแตกต่างมันอยู่ตรงที่ว่า Blog นั้น เป็นการเขียนบันทึกเรื่องราว ในรูปแบบกว้างๆ ไม่จำกัดว่าจะเป็นเรื่องราวส่วนตัว ของตนเอง อาจจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการศึกษา กีฬา นันทนาการ หรืออื่นๆ สุดแล้วแต่ใจปรารถนา และ Diary นั้นอาจจำกัดอยู่ในวงแคบๆ อย่างการเขียนเรื่องราวส่วนตัวเท่านั้น “เอ๊ะถ้างั้น Diary ก็จัดเป็น Blog ประเภทหนึ่งละสิ” ใช่แล้วครับ พูดง่ายๆ ได้ว่า Diary จัดเป็น Blog ประเภทหนึ่งจริงๆ ซึ่งมีหลายต่อหลายท่าน ให้คำจำกัดความออกมาได้อย่างนี้
“แล้วพูดอีกทำไมล่ะ ถ้ามีแค่นี้ ก็มีคนอื่นพูดไว้หมดแล้วไม่ใช่เหรอครับ” ความคิดในอีกมุมหนึ่งของผม คิดว่า Diary นั้นก็คือส่วนหนึ่งของ Blog นั่นละครับ ไม่ได้แยกออกมาเป็น Blog แต่ละประเภทหรอก เพราะเรื่องราวที่คุณเขียนลง Blog นั้น มันก็คือส่วนหนึ่งของตัวคุณ เป็นส่วนผสมหนึ่งที่ทำให้ Blog คุณลงตัวมากขึ้น สมมุติแล้วกันครับว่า ถ้าคุณเป็นคนอีสาน เวลาคุณทานส้มตำที่ไม่ใส่ปลาร้า จะรู้สึกได้ว่ามันขาดอะไรสักอย่างแน่ๆ เปรียบเทียบกับเวลาคุณอ่าน Blog คนอื่น ถ้าขาดความเป็นตัวตนของคนเขียน มันก็ไม่น่าอ่าน บทบาทของคนเขียนก็ลดลงไปนั่นเองครับ บางคนเขียนสนุก ได้อารมณ์ บางคนเขียนแบบเอาจริงเอาจัง วิชาการ แล้วคุณเขียนสนุกได้วิชาการก็ดี แล้วแต่เทคนิคการเล่าเรื่องของแต่ละคนครับ สรุปได้ว่า ส้มตำต้องใส่ปลาร้า (อีสานบ้านเฮา) เขียน Blog ต้องใส่ตัวตน แต่อย่าลืมจรรยาบรรณคนเขียน Blogนะครับ
tags: Blog, diary, WordPress
6 Comments
Social Bookmarking Algorithms
Posted by iDay on
December 24, 2006
ผมกล่าวถึง Social Bookmark มาไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบแล้ว อย่าพึ่งเบื่อนะครับ มันมีเรื่องให้ค้นคว้า และน่าศึกษากว่าระบบของ Search Engine เสียอีก ไม่งั้นจะถูกผสมรวมลงเป็นหนึ่งในหลักการของ Web 2.0 หรือครับ ทั้งที่ระบบของ Search Engine ยังคงอยู่ในหลักการของ Web 1.0 อยู่เลย ถ้าไม่พัฒนาไปอีก และไปอีก ซึ่งก็แน่นอนว่าทุกก้าวย่างของการพัฒนา ระบบ Algorithm ของ Search Engine ก็ย่อมที่จะเปลี่ยนแปลงไปเสมอ ยกตัวอย่างให้ดูง่ายๆ คือ ปรากฏการณ์ Google Sandbox Effect และ Google Update Florida ไงครับ ซึ่งเป็นของยักษ์ใหญ่แห่งวงการค้นหาอย่าง Google รายเดียวเท่านั้น แล้วถ้ารวม 3 รายเข้าไปล่ะ ลองคิดดูแล้วกันว่ามันจะเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน และไอ้ Sandbox Effect นี่ละครับ ผมไม่ชอบเอาเสียเลย ที่เป็นตัวกรองตัวหนึ่งที่อาจทำให้เว็บไซต์หรือ Blog ใหม่ๆ ติดอันดับในผลงานค้นหาได้ยาก ทั้งนี้แล้ว บางส่วนก็ต้องชมและยกนิ้วให้ สำหรับการป้องกัน Spam ได้ แต่ก็ทำให้ Blog ใหม่ๆแต่ดีๆ ตกไปเหมือนกัน
Google มีอิทธิพลต่อวงการอินเตอร์เน็ตพอสมควร บริการหลายๆ อย่างของ Google สร้างความประทับให้กับผู้ใช้อินเตอร์เน็ต จนกระทบกระทั่งไปถึงเจ้าพ่อซอร์ฟแวร์อย่าง Microsoft ถึงขนาดอดรนทนไม่ไหว ขอ Takeover Google ไปหลายครั้ง แต่จนแล้วจนรอด Google ก็ยังทานอำนาจ ยืนหยัดไหว ไม่ยอมสละบัลลังค์ให้ง่ายๆ เร่งพัฒนาระบบของตนต่อไป เปิดบริการใหม่ๆมาอย่างต่อเนื่อง ฝ่าย Microsoft และ Yahoo ก็ใช่ย่อย ยกทัพตามมาติดๆ เหมือนกัน สมรภูมิรบแห่งนี้ นับวันยิ่งทวีความดุเดือดขึ้นทุกวันๆ ถ้าดาบไม่หัก ปืนใหญ่ไม่ระเบิด มันต้องตายไปข้างใดข้างหนึ่งแน่ๆ ชาตินี้ครับ
หากจะว่าไปแล้วนั้น Search Engine ใช้สมการทางคณิตศาสตร์อันสลับซับซ้อน สร้าง Robots มาเก็บข้อมูลบนหน้าเอกสารเว็บไซต์ โดยไต่ไปตามเครือข่ายไยแมงมุม (WWW) มี Algorithm มาประมวลผลร่วม เพื่อให้แสดงผลการค้นหาอย่างครอบคลุมที่สุด และเรื่อง Algorithm นี่แหละครับ เป็นเรื่องยากต่อการทำความเข้าใจ ไม่มีใครรู้ คนรู้ก็เพียงแนวคิดความน่าจะเป็นเท่านั้น
โดยหลักการของการปรับแต่งเว็บไซต์หรือ Blog ให้ติดอันดับ ความสำคัญสูงสุดคือลิงค์ รองลงมาคือ จำนวน Keyword ที่ปรากฏบนเนื้อหา จากนั้นคือจำนวน Traffic UIP และ Domain Profile ทั้งนี้ไม่รวม Domain Name เพราะส่วนตัวคิดว่า เป็นตราสินค้าหรือ Brand เท่านี้ ส่วน Meta Tag นี้ ตัดทิ้งไปเลย เพราะ Search Engine นำมาพิจารณาประกอบเพื่อตรวจสอบว่าเว็บไซต์หรือ Blog นั้น เป็น Spam หรือไม่เท่านั้น ถึงแม้จะนำมาใช้ประกอบในหน้าแสดงผลค้นหา (Search Result) ก็ช่างเหอะ เพียงเขียนย่อหน้าแรกดีๆ ถึงแม้จะไม่มี Mata Tag แต่ Search Engine ก็จะดึงข้อมูลเหล่านี้ไปแสดงแทน เรื่องตัวอักษร หนา เอียง ขีดเส้นใต้ หรือพาดหัว (H1,H2,H3) นี้ ถ้าเราใช้ Blog Software อย่าง WordPress ทำ ก็ควรเน้นลงไปด้วย ล่ะกัน ถึงแม้จะมีผลน้อยแต่ก็ดีกว่าไม่ทำเลย

ที่ผมเอาเรื่องของ Search Engine มาเขียนร่วมกับ Social Bookmark ก็เพราะว่า ไม่อยากให้ละทิ้งหลักการนี้ไป SEO (Search Engine Optimization) ยังใช้ได้อีกนานครับ ตราบใดที่การมาของ Web 2.0 ยังไม่ส่งผลกับผู้ใช้อินเตอร์เน็ตมากมาย ผู้พัฒนาระบบเว็บไซต์ (Webmaster) ยังให้ความสนใจกับความสวยงาม และกราฟฟิกเพื่อแต่งเติมเว็บไซต์ มัวแต่ประกวดผลงานการออกแบบ ดีไซด์ โดยไม่คำนึงถึง W3C เลย อาจจะรู้หรือไม่รู้ว่า Web Browser เกือบทั้งหมด กำลังปรับตัวให้เข้ากันได้กับมาตรฐานเว็บไซต์ (W3C) แปลภาษา HTML แล้วแสดงผลออกมาได้ถูกต้อง เหมือนกันหมด ไม่ว่าจะใช้ Web Browser ของค่ายไหนเชื่อมต่อเข้าอินเตอร์เน็ต



