Archive

Archive for the ‘Blog Tips’ Category

6 เทคนิค เขียน Blog ให้ประสบความสำเร็จ

December 20th, 2006

จะพูดพร่ำทำเพลงอะไรให้เสียเวลา ไปลุยกันเลย ครับ

1. The First Impression ทำตัวให้เป็นมิตรกับผู้อ่าน โดยมีหน้าเพจแนะนำตัวเองและ/หรือ ข้อความต้อนรับ ถ้าใครเคยเข้าไปอ่าน Problogger.net จะเห็นรูปคุณ Darren แสดงด้านซ้ายมือคุณ รวมถึงเทคนิคการเขียนที่เรียบง่าย สบายๆ ก็อย่าแปลกใจไปเลยนะครับ เพราะเขาแสดงความเป็นกันเอง กับผู้อ่าน Blog ของเขานั่นเองครับ หรือแม้แต่ Blog ของผมเองก็ไม่เว้น นำเทคนิคนี้มาใช้ แม้จะไม่ได้ผลเท่าที่ควร เพราะคนอ่าน Blog ผม ส่วนมากมีแต่ผู้ชาย ผมเดาเอาโดยดูจากการคอมเม็นต์ ถ้าเป็นผู้หญิงละก็…. ล้อเล่นนะครับ ความประทับใจตั้งแต่แรกพบเป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ผู้อ่านจะคอยติดตามงานเขียนคุณเรื่อยๆ ครับ

2. RSS & Subscriptions มีลิงค์เชื่อมโยง RSS ชัดเจน รวมถึงเชื่อมโยงไปยัง RSS Reader ยอดนิยม ให้ผู้อ่านสามารถ Add เข้าไปยัง RSS Reader ที่เขาเป็นสมาชิกได้ ทั้งนี้ต้องไม่ลืม E-Mail Subscriptions ด้วย เพื่อเป็นตัวเลือกที่หลากหลายสมบูรณ์ โดยใช้บริการฟรีจาก Feedburner.com หรือ Feedblitz.com หรือผู้ให้บริการรายอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ครับ

Read more…

Blog Tips , ,

อัพเดต Blog ถูกเวลาเพิ่ม Traffic

December 19th, 2006

ไม่ได้มาอัพเดต Blog เมื่อวานนี้ เพราะอาการเจ็บป่วยรุมเร้า ต้องขออภัยทางมิตรรักแฟน blog ที่คอยติดตามผลงานเป็นอย่างสูงครับ วันนี้กลับมา พร้อมเทคนิคเล็กๆน้อยๆ ให้นำไปใช้กัน ในเรื่องของการอัพเดต Blog ให้ถูกเวลาเพื่อเพิ่ม Traffic ทั้งนี้็เกิดจากความคิดเห็นส่วนตัวที่ใช้กับ Blog แห่งนี้ ที่พยายามอััพเดตให้ได้วันละ 1-2 บทความ คือไม่อยากให้มากไปกว่านี้ เพราะเวลาคนอ่านมันอาจไม่สามารถอ่านได้วันละหลายๆ บทความต่อวันได้ครับ ลองคิดดูแล้วกันครับ บทความ 1 บทความที่คุณเขียน ยาวเท่าไร ผู้ใช้เข้ามาอ่านบทความนั้นใช้เวลาเท่าไร สมมุมิว่าใช้เวลาอ่าน 15 นาทีแล้วกันครับ เพราะการอ่านผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์มันจะอ่าน ยากกว่าปกติ และถ้าคุณอัพเดต 10 บทความ ผู้ใช้ที่ตามอ่านก็ใช้เวลาในการอ่าน กว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง ไม่รวมเวลาที่โหลดข้อมูลครับ บางคนเข้ามาอ่าน Blog คุณวันนี้ อีก 3-4 วันค่อยกลับมาใหม่อีกรอบ ถ้าคุณอัพเดตวันละ 10 บทความ ดังนั้นบทความที่คุณเขียนวันนี้ อีก 3-4 วันคงตกไปอยู่ที่หน้า 3-4 เป็นอย่างน้อย ใช่ไหมละครับ และถ้าให้ติดตามอ่านจนหมดในวันนั้น คงใช้เวลาในการอ่านมากกว่า 10 ชั่วโมง ไม่ต้องทำอะไรเลยวันนั้น ถูกต้องมั้ยครับ ผมว่าถ้าคุณอยากอัพเดต Blog หลายๆบทความในวันเดียว และมีคนเข้าอ่านตลอด ควรเขียนอยู่ในเรื่องเดียวกัน โดยทำการแบ่งเป็นตอนๆ ชัดเจน แบบนี้จะง่ายหน่อยสำหรับการติดตามครับ หรือถ้าคุณอยากอัพเดต blog หลายๆ บทความ และเรื่องแต่ละเรื่องไม่เกี่ยวกันเลย ควรมีการแบ่งหมวดหมู่ชัดเจน ใครอยากติดตามหมวดหมู่ไหนก็เลือกอ่านได้ ไม่หลงทางครับ

เอาล่ะครับ เดี๋ยวหาว่าผมโม้ไป ทุกอย่างมันต้องมีสถิติและแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือมาประกอบ มันถึงจะสมบูรณ์ จากสถิติการเยี่ยมชมเว็บไซต์ในประเทศไทย เวลาที่มีคนเข้าเยี่ยมชม มากที่สุดคือ 15.00-15.59 น. และเวลาที่มีคนเยี่ยมชมน้อยที่สุดคือ 04.00-04.59 น. (ข้อมูลอ้างอิงจาก Truehit.net ณ วันที่ 19 ธันวาคม 2549) เห็นช่วงเวลาแล้ว ผมขอแนะนำให้คุณอัพเดต Blog ในช่วงเวลา 04.00-04.59 น. ครับ ทำไมหรือ ก็เพราะว่าช่วงนี้คนเข้าน้อยสุด แสดงว่าช่วงเวลาถัดไปต่อจากนั้นก็มีคนเข้า blog มากขึ้น และไม่พลาดบทความใหม่ๆ ที่คุณเพิ่มลงไป ส่วนตัวผมทำไม่ได้หรอกครับ วินัยในการเขียน blog ยังไม่ดีเท่าที่ควรครับ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

Blog Tips , , , ,

เพิ่ม Traffic ลด Bandwidth ให้ Blog คุณได้อย่างไร

December 16th, 2006

ก่อนอื่นต้องถามคุณก่อนว่า คุณใช้บริการ Blog Hosting รายไหน เขาจำกัดอัตราโอนถ่ายข้อมูลเข้า-ออกเท่าไหร่ ต่อเดือน (Data Transfer) บางรายอาจให้มาก บางรายอาจให้น้อยแตกต่างกัน เริ่มต้นตั้งแต่ 500 Mb – Unlimited ในส่วน Unlimited นั้น คงสบายใจหน่อย เพราะว่ามีทราฟฟิกมามากเท่าไร ก็ไม่ต้องกลัวว่า Bandwidth จะเต็ม แต่มีบริการ Hosting แบบนี้ด้วยเหรอครับ ถึงจะมีก็มีน้อย และราคาก็ต้องสูงเป็นเงาตามตัวอยู่แล้วครับ แล้ว Hosting ที่ให้ มาต่ำแค่ 500 Mb หรือมากกว่านี้นิดหน่อยล่ะ ทราฟฟิกเข้ามามาก Bandwidth เต็มทำไงดี ไม้พ้นเสียตังค์เพิ่ม ไม่งั้นปลายๆเดือนก็เข้า Blog ไม่ได้ เป็นอันจบ

ลำดับถัดมา ให้คุณลืมหลักการ Search Engine Optimization (SEO) อันน่าปวดหัว ออกไปสักครู่หนึ่ง เพราะมันอาจไม่ต้องใช้เลย อาจทำเพียงแค่ พิมพ์ จิ้ม คลิก เท่านั้นครับ ผมนี้เขียน ชวนให้เวียนหัวจริง ทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากอยู่เรื่อยเลย ก่อนจะอ่านต่อจากนี้ คุณต้องมีความรู้เกี่ยวกับ RSS Feed ก่อนถึงจะเข้าใจชัดเจน คุณสามารถเข้าไปอ่านเรื่องเกี่ยวกับการทำงานของระบบ RSS (Really Simple Syndication) ได้ที่ RSS By Wikipedia แล้วค่อยกลับมาอ่านต่อในย่อหน้าถัดไปครับ

Read more…

Blog Tips , , , , , , , , , ,

การเขียน Blog กับการเขียนบทละคร

December 14th, 2006

ผมมีโอกาสได้แสดงละครเวที อยู่เรื่องหนึ่ง สมัยเรียนอยู่ชั้นม.ปลาย รู้สึกว่าจะเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับการเกษตรยุคใหม่ อะไรประมาณนี้ละครับ จำบทไม่ค่อยจะได้ สรุปคร่าวๆก็แล้วกันครับ ผมเล่นเป็นตัวเอกของเรื่อง ชื่อแดง (ชื่อพระเอกเชยจังเลย) จบการศึกษาม.6 แล้วเข้าไปศึกษา จนจบหลักสูตรวิชาการทางการเกษตรมาจากเมืองกรุง พอสำเร็จหลักสูตรก็กลับบ้านนอก เอาวิชาความรู้ที่ได้ มาช่วยพัฒนาระบบการเกษตรของหมู่บ้าน เนื้อหามันวกไปวนมา มันหาจุดเด่นของเรื่องไม่ได้ แล้วเวลาแสดงจริงก็ตัดบทบรรยายที่ซ้อมไว้ออกไปตั้งเยอะ เพราะกติกาเขากำหนดว่าไม่ให้ใช้บทบรรยาย ส่วนตัวก็นึกในใจว่า เอ๊ะทำไมมันมากำหนดอะไรเอาตอนนี้วะ ไอ้ตอนที่เราซักซ้อมอยู่ไม่เห็นบอกกล่าว อาจารย์ที่ควบคุมเรื่องบทละคร ก็ไม่ว่าอะไร ผลการแสดงออกมาห่วยแตกสุดๆ ครับ สงสัยว่าคนดู เขาดูไม่รู้เรื่องมั้ง ก็เล่นตัดตอนนั้น โยงตอนนี้เข้ามา นักแสดงเอง เล่นไป งงไป แต่ดีนะที่คว้าที่ 4 มาเป็นรางวัลปลอบใจ แต่ไม่อยากจะบอกเลยครับ ว่าส่งเข้าประกวดทั้งหมด 4 โรงเรียน เราได้ที่ 4!!!

นอกเรื่องกันไปใหญ่แล้วครับ วนไปแล้วขอวกกลับมาในเรื่องของการเขียน Blog กับการเขียนบทละคร กันต่อ ทั้งๆที่ยังไม่เริ่มต้นเลย การเขียน Blog ที่ดี ควรมีที่มา ที่ไป และที่สิ้นสุด ว่าแล้วก็เหมือนการเขียนบทความ เรียงความ หรือแม้แต่การเขียนบทละครที่กำลังโม้อยู่ตอนนี้ล่ะครับ แนวคิดหนึ่งที่ผมอยากเขียนลง Blog คือ อยากเขียนเป็นเรื่องราวที่ต่อเนื่อง เขียนเป็นนิยายหรือเรื่องสั้นอะไรก็ได้ โดยแบ่งหมวดหมู่ชัดเจน มีการปรับปรุงเนื้อหาสม่ำเสมอทุกวัน แต่ละเรื่องที่เพิ่มลงไปของทุกวัน จะมีรูปภาพประกอบ เป็นภาพแบบลายเส้น ไม่ใช้สี และภาพประกอบนี้ จะสื่อถึงเนื้อหา เรื่องราว ที่ปรากฏบนตอนนั้นๆ มันไม่ใช่เป็นไดอารี่นะครับ แยกกันให้ออก เพราะเวลาเราเขียน เราสามารถใส่ความเป็นตัวตนของเรา ลงไปได้ อาจเขียนเรื่องน้ำเน่า สมัยรักแรก แฟนฉัน ไปกันใหญ่แล้วครับ แล้วจะมีคนอ่าน Blog เรามั้ยเนี่ย

Blog มันมีชีวิต อยู่ได้ด้วยการมีคนอ่าน ถึงแม้ผู้เขียนไม่ได้เขียนในเชิงธุรกิจ แต่ก็ถือว่าผู้อ่านเป็นกำลังใจสำคัญ ที่ช่วยผลักดันความคิดให้กระจ่าง หรือมีมุกเขียนเรื่องอื่นเพิ่มเติมครับ ส่วนตัวผมเองคิดว่าการเขียน Blog คือการเขียนบทละคร ที่ต้องอาศัยมุมมองของแต่ละบุคคล ผสานกลมกลืมให้กลมกล่อมเข้ากับเนื้อหา จัดฉาก เพิ่มบท ใส่ตัวละคร ใส่ไฟ หรือแม้กระทั่งมีตัวโกง เพื่อความดุเด็ด ชัดเจนของเนื้อหา รวมไปถึงมีอิทธิพลต่อผู้อ่านได้ ผมขออนุญาตกล่าวพาดพิงไปถึง Blog ของพี่ไท้ (www.peetai.com) แล้วกันครับ จะได้เข้าใจง่าย งานเขียนเรื่องหนึ่งที่พี่ไท้เขียนไว้คือ การพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของอารยธรรมไทย (13 ธันวาคม 2549) ลองเข้าไปอ่านกันดู ในงานเขียนเรื่องนี้ของพี่ไท้ ใช้ตัวละคร เข้ามาช่วย เพื่อเติมเต็มเนื้อหา คือ ซอร์ฟแวร์ มีพ่อ มีแม่ มีผู้อุปถัมภ์ เปรียบเทียบกันให้เห็นบทบาทของแต่ละฝ่าย ผ่านตัวละครไม่กี่ตัว ได้ชัดเจน ใช้ภาษาง่ายๆ เข้าถึงผู้อ่านทุกระดับชั้น ผมอ่านแล้วยังทึ่ง คิดได้ยังไงเนี่ย ผมว่าเรื่องนี้มันฝังอยู่ในความคิดของ Blogger แต่ละคนอยู่แล้วครับ แต่ติดอยู่ที่ว่า จะดึงมันมาใช้ประโยชน์ได้มากน้อยเพียงใดเท่านั้น (ขออนุญาตพี่ไท้ไว้ ณ ตรงนี้อีกครั้งนะครับ ถ้าผมวิเคราะห์วิจารณ์ผิดไป กรุณาคอมเม็นต์ หรือบอกกล่าวให้ผมปรับเปลี่ยน หรือแก้ไขเนื้อหาบางส่วนที่ปรากฏ เพื่อความสบายใจของผมครับ)

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

Blog Tips , , ,

ฉีกหน้ากาก Blogger ไทย พัฒนาหรือล้าหลัง

December 13th, 2006

ก่อนอื่นต้องท้าวความกันสักหน่อย จากประสบการณ์อันเล็กกระจิ๊ดริ๊ดของผม และจากการติดตามข่าวคราวเรื่อง Blog มานาน พอสมควร ผ่านร้อนผ่านหนาวมา 23 ปีเศษนิดๆ ส่วนในเรื่องของการศึกษาของผม ไม่คิดจะไปเทียบกับใครได้ แต่ผมภูมิใจกับสถาบันการศึกษา อันเป็นที่รักยิ่งของผม ผมจบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิชาเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ความรู้พอมี พออ่านออกเขียนได้ ในที่นี้ผมไม่ได้ประจาณ ตัวเองนะครับ ผมอยากเปิดเผยพื้นเพ ฐานะ การศึกษา ความเป็นอยู่ รวมถึงหน้าตาอันไม่ได้เรื่องของผมเท่านั้น จะได้รู้สึกว่ามีความเป็นกันเอง มากขึ้นครับ ที่จริงส่วนนี้ผมก็เขียนไว้ที่ About แล้วนะครับ

Read more…

Blog Tips , ,