บังเอิญว่าไปเจอกระทู้หนึ่งเข้าโดนใจมากๆ เรื่อง “เด็กอายุ 13 ขอบทำ Blog แล้วได้เงินจริงๆ” วันนี้เลยขอเก็บมาเล่าต่อสักหน่อย แบบว่าเด็ก (หรือไม่เด็ก) คนนี้เขาเป็นชาวฟิลิปปินส์ ชื่อว่า Carl Ocab เริ่มเขียนบล็อกครั้งแรกมาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2550 ที่ผ่านมาไม่นานนี้เอง โดยได้รับแรงบันดาลใจในการเขียนจากพ่อของเขา และก่อนหน้านี้เขาเคยทำ เว็บไซต์จำพวก MFA (Made for AdSense) มาพอสมควร แต่ไม่เป็นผลสำเร็จเลยเลิกไป จากนั้นก็หันมาจับบล็อกแทน ซึ่งมันก็แปลกนะครับ ผมว่าเขาประสบความสำเร็จมากจนเป็นที่น่าสงสัย เกินที่เด็กตัวเล็กๆจะทำได้ เราไปดูบล็อกของเขากันครับ

เขาตั้งชื่อบล็อกโดยใช้ชื่อตัวเองว่า CarlOcab.com ติดสโลแกนซะหรูหราว่า Make Money Online With A 13-Year Old ซึ่งก็บอกตามตรงไปเลยว่าหารายได้ออนไลน์ไปด้วยกันกับเด็ก 13 ขวบ แค่เท่านี้ผมก็อึ้งกิมกี่แล้วล่ะครับ เพราะตอนผมอายุแค่ 13 ผมยังไปช่วยพ่อมาทำนาอยู่เลย ส่วนเรื่องการเรียนก็เท่านั้นไม่วิเศษวิโสไปเหนือใคร อีกทั้งยังไม่เคยแตะต้องคอมพิวเตอร์ไปเลยเสียด้วยซ้ำ คำถามแรกที่เข้ามาในหัวผมคือ ใช่เหรอ! จริงเหรอ! ผมเลยต้องมานั่งหาคำตอบเสียนมนาน แน่นอนล่ะครับจะเก็บไว้คนเดียวให้เปล่าประโยชน์ทำไม เลยถือโอกาสนี้นำเรื่องราวนี้มาเขียนลงบล็อกซะเลย [...]

, , ,

socialmarker เป็นหนึ่งตัวช่วยสำคัญ ที่ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อเป็นเครื่องมือในการผลักดันเรื่องราวที่เขียนไปให้กับ Social Bookmarking ต่างๆ กว่า 31 แห่ง น่าใช้ที่เดียวครับ ที่สำคัญๆก็เช่น Technorati, Netscape, Digg เป็นต้น ทั้งนี้แล้วไม่ได้เป็นแบบอัตโนมัติเสียทั้งหมด กล่าวคือมันจะคล้ายๆกับส่งเรื่องด้วยมือ ที่ต้องมีการเข้าระบบเสียก่อน จากนั้นก็ส่งเรื่องไปทีไปให้ที่ล่ะเว็บ ต่อๆกันตามลำดับเรื่อยๆจนครบ 31 แห่ง ผมว่านะเครื่องมือตัวนี้ก็เหมาะเหม๋งที่เดียวแหละครับ แม้จะไม่ใช่ระบบออโต้ก็ตาม ทั้งนี้การใช้งานโปรแกรมจำพวกช่วย Bookmark โดยอัตโนมัตินี้ มันไม่ส่งผลดีเลย เพราะระบบของทางเว็บไซต์เหล่านี้ จะมีวิธีการตรวจจับการผิดปกติเหล่านี้อยู่ เผลอๆใช้ไปแล้ว อาจโดนมองว่าเป็น Spam โดนเตะออกจากระบบไปโดยพลันก็ได้ ดังนั้นแล้วการใช้ socialmarker มาเป็นตัวช่วย ก็น่าจะเป็นวิธีการที่ใสสะอาดอย่างหนึ่งครับ ไปลองดูกันเลย

, ,

คำศัพท์ใหม่ๆที่ใช้กันในหมู่วัยรุ่นสมัยนี้ บางทีเราก็ตามไม่ทันเหมือนกันนะครับ คำบางคำเนี่ยเล่นเอาผมมึนเหมือนกัน (ขนาดผมยังไม่แก่นะเนี่ย ยังเป็นวัยรุ่นอยู่) เลยลองนึกย้อนไปว่าคำเหล่านี้มันมาจากไหน มันเริ่มขึ้นได้ยังไง อืม… ที่ผมพอจะนึกได้ตอนนี้ก็มีไอ้คำว่า “เซ็งเป็ด” ที่บ่งบอกถึงอาการเซ็งแบบสุดขั้วนั่นเองครับ ผมว่าหลายคนอาจยังไม่รู้ว่ามันมาได้ยังไงใช่ไหม แล้วถ้าจะบอกว่ามันเพี้ยนมาจากภาษาท้องถิ่นอีสาน หลายคนจะเชื่อไหม เพราะรากศัพท์มันฟ้องว่าเป็นแบบนั้น อันนี้ไม่ได้อ้างอิงจากไหนนะครับ ความคิดเห็นส่วนตัว ผมว่าคำนี้มันมาจาก “เซ็งเปร๊ด” อ่านโดยใช้สำเนียงเสียงอีสานเข้าไปนะครับ ทั้งนี้คำนี้จะพูดจะใช้ในกรณีที่เกิดอาการเบื่อหน่ายแบบสุดๆ เท่านั้น ซึ่งมันก็เข้าข่ายทำนองเดียวกันนั่นแหละครับ ภาษาดนตรีเขาว่าบันไดเสียงหรือทางเดินของคอร์ด (เกี่ยวกันเปล่าเนี่ย) เอาล่ะครับจะยังไงก็แล้วแต่ ใช้ไม่ใช้ยังไงก็เป็นเรื่องของเด็กๆเค้า (พูดยังกะตัวเองอายุมากซะงั้น) ไม่ขอออกความเห็นเพิ่มเติมแล้วกันครับว่า ควรใช้ภาษาแบบนี้หรือไม่ ทั้งนี้เพราะมีการรณรงค์ ให้เลิกใช้ภาษาลักษณะนี้ เพราะกลัวว่าภาษาไทยจะวิบัติ แต่ช่าแต่… เอาสักนิด ภาษาไทยไม่วิบัติหรอกครับ แต่จะกลับกลายเป็นการเพิ่มคำใหม่ไปเรื่อยๆ เท่านั้น เหมือนกับคำว่า “Blog” ของฝรั่งเค้าไงครับ ไม่เห็นจะวิบัติไปไหนเลย กลับได้รับความนิยมกันพูดจนติดปากไปแล้ว ไทยเราเองก็เอามาพูดทับศัพท์ไปว่า บล็อก บล๊อก บล้อก แล้วแต่จะเรียก

ไม่ได้นอกเรื่องแต่ก็ยังไม่เข้าเรื่องครับ งั้นไปกันเลย “404 คืออะไร” - “อะไรคือ 404″ ถ้าพูดกันในหมู่ผองเพื่อน [...]

, , , ,

ปัญหาหน้าแตก… เฮ้ยปัญหาโลกแตกของบล็อกเกอร์ (อย่างผม) คือไม่รู้จะเขียนเรื่องอะไรดีเมื่อทุกคราหมดมุข เจ้ากรรมนายเวร ดันมาถามหาเอาซะนี่ จนเป็นเหตุให้หนีหนี้บ้าง งามรุมบ้าง แวะไปเที่ยวบ้าง เดินเล่นดูสาวๆบ้าง หาทางออกกันไป แต่ผมกับมองว่าหลายๆเหตุผลที่กล่าวมานี้ มันเป็นข้ออ้างซะมากกว่า เพราะบางครั้งผมเองก็เป็นเช่นนั้น (ไม่ได้โจมตีบล็อกเกอร์ท่านอื่นแต่อย่างใด แบบว่าเข้าตัว) บางทีไม่มีอะไรหรอก การงานก็ปกติ เงินก็พอมีพอใช้ไปวันๆ ลำบากหน่อยก็พึ่งพาอาหารแบบมีเส้นไป ใช้ชีวิตแบบนักศึกษามหาลัย ไม่เห็นจะวุ่นวายตรงไหน แต่หลายต่อหลายครั้งลดก็เพพัดเอาปัญหาด้านอื่นๆ เข้ามาเหมือนกัน จะเป็นที่สุขภาพจิตไม่ดีบ้าง ป่วยบ้าง ไม่รู้จะเขียนอะไรบ้างทำนองนี้ ผมจึงจะไม่เขียนบล็อก เพราะกลัวว่าจะเขียนมันออกมาไม่ได้ และเรื่องที่เขียนออกมา มันก็ไม่ได้อย่างที่คิดไว้จริงๆ เอาล่ะตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมเจอปัญหาและอุปสรรคมากมาย พอที่จะรู้บ้างว่าอะไรมันเป็นสาเหตุ ใหเรา้เขียนเรื่องราวออกมาดี และไม่ดี เพราะฉนั้นมาดูกันดีกว่าว่าทำไม?
เพราะอะไรจึงเขียนเรื่องราวแล้วออกมาดี

อารมณ์ดี มีคนรักคอยเอาใจ จิตใจโปร่งใส
รักที่จะเขียน ชอบในสิ่งที่ทำ
รู้ลึกและรู้จริงในเนื้อหาที่เราจะเขียน
แหล่งข้อมูลที่จะนำมาเขียนมีมาก และแต่ละแห่งมีความน่าเชื่อถือพอ
เขียนเรื่องราวออกไปแล้ว มีการตอบรับดี จึงมีกำลังใจจะเขียนเรื่องอื่นๆต่อไป
มีเวลาว่างมากพอที่จะเขียนเรื่องราวสักเรื่องหนึ่ง
ใจกว้าง ยอมรับฟังความเห็นด้านลบ
ไอเดียบรรเจิด มีความคิดสร้างสรรค์ ประกอบกับพรสวรรค์ผนวกและพรแสวงส่วนบุคคล

เหตุใดเล่าจึงเขียนเรื่องราวแล้วออกมาไม่ดี

ผลัดวันประกันพรุ่ง ไม่ลงมือเขียนในเวลาที่ว่างจริงๆ โดยคิดในใจว่า “อีกเดี๋ยวค่อยเขียนก็ได้”
ไม่มั่นใจในแหล่งข้อมูลที่ค้นมา สุดท้ายเลยกลัวว่าเขียนออกมาแล้วจะกลายเป็นไอ้งั่ง
ไม่รู้จริงในเรื่องราวที่จะเขียน จับต้นชนปลายมาประกอบกัน จนเป็นเหตุให้เรื่องราวยืดเยื้อ ไร้ใจความ ไร้จุดหมาย
ทะเลาะกับแฟน น่าเบื่องอนอยู่ได้
ไม่สบาย [...]

,

จากที่ผมได้โปรยทางไว้ ต่อจากวานนี้ ว่าจะนำแหล่งโปรโมทฟีดมาฝากกัน อันที่จริงแล้ว ผมอาจจะรวบรวมมาให้น้อยไปหน่อย แต่ก็นำเสนออีกแหล่งข้อมูล ที่เขาได้รวบรวมไว้แล้ว มาฝากกัน Feed Directory บางแห่งนั้น ต้องสมัครสมาชิกกันก่อน ถึงจะสามารถไปเพิ่มชื่อฟีดได้ และบางแห่งก็ต้องการลิงค์กลับมาให้เขาด้วยเช่นกันครับ หรือถ้าใครมีแหล่งข้อมูลที่ดีกว่านี้ ก็ขอให้เอามาแชร์ๆกันนะครับ ถือว่าเป็นการรวบรวมไว้ เพื่อให้ง่าย ต่อการใช้งานในครั้งต่อไปด้วย ในลิสต์ที่ผมค้นมาเยอะกว่านี้ครับ แต่ขี้เกียจเอามาลง ไปตามแหล่งข้อมูลโดยตรงจะดีกว่ามั๊ยครับ

http://www.rss-network.com
http://www.rssfeeds.com
http://www.daytimenews.com
http://www.feedbase.net
http://www.goldenfeed.com
http://www.feedage.com (สมัครสมาชิก)
http://www.genwi.com (สมัครสมาชิก)
http://www.myfeedz.com (สมัครสมาชิก)
http://www.blogtoplist.com (สมัครสมาชิก)

หาต่ออีกที่ RSS Top55

, , ,