Archive for the ‘Cool Comments’ Category
Kaspersky Blogger Party
ก่อนอื่นขอแสดงความยินดีกับทีมพัฒนาเวิร์ดเพรสด้วยครับ ที่เวิร์ดเพรสได้รับความนิยมมากมาย จนขึ้นแท่นเป็นซีเอ็มเอส (CMS) ที่ได้รับการลงมติให้เป็นที่หนึ่ง จาก PACKT Publishing ที่จัดอันดับ CMS น่าใช้ จากนักพัฒนาทั่วโลกครับ
วันนี้ผมเองค่อนข้างจะยุ่งทั้งวัน อีกทั้งทางบริษัทต้องเร่งงาน เพื่อเตรียมจะเปิดสาขาใหม่ คงเสร็จและเปิดใช้ก่อนสิ้นปี อย่างว่าล่ะครับ งานก่อสร้างที่กินเวลาปีกว่าๆ สถาปัตยกรรมงานหินๆ ตวัดสีเล่นลายอย่างได้ฉากได้โทน ถ้าเป็นเทสโก้ โลตัส บิ๊กซี คาร์ฟูร์ งานคงจบๆไป โดยใช้เวลาโดยรวมแค่ 3-4 เดือน (เป็นอย่างมาก) หรือถ้าเสร็จไม่ทันตามเส้นตาย ก็คงโดนปรับขี้แตกขี้แตน ไม่เช่นนั้นก็คงขี้ไม่ออกไปหลายเดือนทีเดียว เหมือนงานก่อสร้างยูดีทาวน์ บริเวณพื้นที่ของการรถไฟ (อุดรธานี) กระมัง
วกกลับมาในส่วนที่ว่ายุ่งๆ ก็คงเป็นเรื่องเกี่ยวกับระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์นั่นแหละครับ ถึงแม้ทางบริษัทจะนำเอาระบบไร้สายไวร์เลสส์ เข้ามาใช้ แต่ปัญหาด้านความปลอดภัยหลายๆอย่างจากผู้ใช้ ก็อาจส่งผลกระทบให้ระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ต่ำลงได้เช่นกัน
ผมต้องปรับตัวหลายๆ อย่าง ตอนนี้สาขาเก่า ก็ปรับเป็นระบบไร้สายหมดแล้ว เจ้านายผมแกหัวคิดทันสมัย ในขณะที่บางเรื่องผมเองก็ยังคร่ำครึอยู่ พอสาขาใหม่ได้เปิดเต็มตัว คงเป็นหน้าที่ผมอีกล่ะ ที่ต้องวิ่งอำนวยความสะดวกเรื่องระบบ ไหนจะเป็นเรื่องตัวเว็บไซต์หน่วยงาน ที่เป็นเรื่องต้องทำในลำดับต่อไป คิดมาแล้วเหนื่อยใจรอ….
เอาล่ะครับ ก่อนที่ผมจะพาเพื่อนๆไปจุ้นกับงานผม จนพาลทำให้เพื่อนๆเครียดตามไปด้วย วกกลับมาเรื่อง Kaspersky Blogger Party งานสังสรรค์สำหรับคนเขียนบล็อก ที่จะจัดขึ้นเร็วๆนี้ (วันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2552 ณ ห้องเพรสซิเดนซ์ 2 โรงแรม อินเตอร์คอนติเนลทัล เวลาประมาณ 13.30 น.) โดยทาง แคสเปอร์สกี้ แลป กันดีกว่า
แต่เหนื่อสิ่งอื่นใด ผมต้องขอขอบคุณทางทีมงาน ที่ส่งเทียบเชิญเข้าร่วมงานมาให้ตัวผม ในจำนวนที่นั่งเพียง 20-25 คน ถ้าไปร่วมงาน ก็ถือเป็นแขกผู้มีเกียรติได้เช่นกัน แหะๆ แต่ผมมาดูๆแล้ว ระยะทาง เส้นกั้นเพียงหนึ่งเดียวของผม ช่างกีดกันอิสระภาพของการเข้าถึงงานเหล่านี้เหลือเกิน
ยอมรับว่าช่วงนี้ คนเขียนบล็อกมีผลทางด้านจิตใจกับผู้ใช้อินเตอร์เน็ต มากกว่าข่าวสารโฆษณาทางหน้าหนังสือพิมพ์เสียอีก ดังจะเห็นได้จาก รูปแบบการประชาสัมพันธ์ของผลิตภัณฑ์ต่างๆ เริ่มมีการนำบล็อกเกอร์เข้าไปร่วมอยู่ร่ำไป อาทิเช่น การจัดงาน Windows 7 Blogger Day เจ้าพ่อซอร์ฟแวร์อย่างไมโครซอฟ ยังเห็นคุณค่าของบล็อก จับบล็อกเกอร์มาสุมหัวกัน จากนั้นยัดข่าวสารให้ พอจบงานก็ให้อะไรๆ ติดไม้ติดมือบล็อกเกอร์คนนั้นๆไป เพื่อหวังผลทางด้านจิตใจ ส่งเสริมให้มีการบอกเล่าต่อผ่านบล็อก เกิดเป็นกระแสที่ค่อยๆเคลื่อนไป ขนานกับสื่อกระแสหลัก ที่ถูกส่งผ่านจากเจ้าของผลิตภัณฑ์นั้นๆเอง
ผมนับไม่ได้แล้วว่า ผมได้รับบัตรผ่านเพื่อเข้างานลักษณะนี้มามากเท่าไหร่แล้ว แต่ผมก็ได้ปฏิเสธอยู่ร่ำไป ใช่ว่าหยิ่งยะโสแต่อย่างใด แต่กลัวว่าตัวเองจะไปปล่อยไก่ในงานต่างหาก ฮาๆ
อะไรจะยิ่งไปกว่า คนเขียนบล็อกบางคน มีอิทธิพลมากกว่าสื่อโฆษณาเสียอีก เพราะฉะนั้นบางคนจึงเลี่ยงไม่ได้ ที่จะเห็นผิดเป็นชอบ เพราะเห็นบล็อกเกอร์คนที่เราชอบ เชื่อในสิ่งนั้น เราก็ดันไปเชื่อตาม…
สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่า Kaspersky คืออะไร ผมคงตอบแบบจบง่ายๆ ว่าคือโปรแกรมแอนตี้ไวรัส ที่ดีที่สุดโปรแกรมหนึ่งทีเดียว
ปล. คงมีบล็อกเกอร์ชื่อดังอีกหลายๆที่ได้รับเทียบเชิญ ยังไงถ้าได้ไปงานก็สานต่อกิจกรรมดีมาบอกต่อด้วยนะครับ จะรอดู
จูบปากคืนดีกับ AdSense เพราะเบื่อหน้า Amazon
คนหาเงินออนไลน์ ทุกคนมีทางเลือกมากกว่ามนุษย์เงินเดือนปกติครับ ตัวเลือก ก,ข,ค,ง หยิบจับมาใช้เท่าที่จำเป็น อยากเล่นตัวไหนก็หัวไปจับเล่นตัวนั้นไป สลับไปสลับมาสวิงกิ้งได้ไม่ผิด ไม่เหมือนหนุ่มสาว เวลาพอดรักกันหรือจีบกันต้องมุ่งเน้นไปที่คนเดียว จีบหลายคนเป็นได้หัวแตก ถึงแม้หลัก 4 ท. จะว่าไว้ 1.) ทักทาย 2.) ทุ่มเท 3.) ทิ่มแทง 4.) ทอดทิ้ง ก็ตาม แต่การกระทำเช่นนั้น ผิดศีลธรรม ฉายากลุ่มนี้จึงพิเศษหน่อย “รักสนุกแต่ไม่สืบพันธุ์” หึ หึ
หลายๆคนเริ่มทำเงินออนไลน์ด้วยวิธีการแปลกๆ เช่นการคลิกโฆษณา AdSense ของตนเอง เพื่อเร่งยอด การซื้อสินค้าจาก Amazon เพื่อหวังเอาค่าคอมมิสชันให้ตัวเอง (เย้ย… ใครจะบ้าทำ) การปั่น PageRank เพื่อมูลค่าบล็อก จากนั้นขายลิงค์กลับ เหล่านี้เป็นวิธีการทำเงินออนไลน์ ทั้งถูกทั้งผิด แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ตรงนั้น มันอยู่ที่ว่า เราจะหาโอกาสทำเงิน จาก Affiliate , Pay Per Click เหล่านั้นได้อย่างไร ถึงจะถูกต้องตามกระบวนการ
ส่วนตัวผมมันขาจรครับ ทำเล่นไปเรื่อยเปื่อย ตามกำลัง(ทรัพย์) ที่มี คนที่มีต้นทุนชีวิตเยอะ ย่อมได้เปรียบเป็นของธรรมดา เพราะทุกอย่างเริ่มต้นด้วยเงิน (อย่างน้อยก็ค่าไฟ ค่าอินเตอร์เน็ตล่ะวะ) ระบบการทำงานส่วนตัว ที่มัวแต่เล่นโน่นเล่นนี้ เลยทำอะไรต่อมิอะไรได้ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน บางทีการรอให้สวรรค์มาโปรด การโทษนรกที่เล่นแง่ ก็ไม่ได้ให้วิถีเปลี่ยนไป
ที่เขียนมานี้ ไม่มีอะไรหรอกครับ การหาเงินออนไลน์ มันหาได้หลายวิธี ใช่ว่าจะคลุกกับ Amazon เสียอย่างเดียว ในเมื่อ Google AdSense ยังทำเงินให้เราได้อยู่ ถึงแม้ยอดคลิกวันนี้ของผมยังเป็นศูนย์ แต่รายได้รวมยังพอได้ค่ากาแฟ อย่าหลงเชื่อคนอื่นยุแหย่ครับ ตามตำรากาลามสูตร ในพระไตรปิฎก (อย่าเข้าใจผิดเป็นกามสูตรนะ อันนั้นมันคนละเรื่อง) หลักแห่งความเชื่อที่พระพุทธองค์ทรงวางไว้ ข้อที่หนึ่งเด่นชัดมาห อย่าเพิ่งหลงเชื่อตามที่ฟังๆกันมา เพราะฉะนั้นที่ผมนั่งเขียนมานี้ ก็อย่าได้เชื่อ ฮ่วย…. (วกมาเรื่องความเชื่อทางศาสนาได้ไง)
บางทีตอนนี้ผมก็ยังไม่ถึงเวลาที่จะจูบปากคืนดีกับ AdSense เพราะอะไรๆในชีวิตที่ยังไม่ลงตัว หรือผมอาจหลงประเด็น ปลิ้นลิ้นกินน้ำลายตัวเอง ที่เคยพูดไว้ ว่าอย่าทำอะไรที่หวังได้ตัวเงินตัวทองมากเกินไป ส่วนตัวสนับสนุนให้พัฒนาด้านตัวเนื้อหา เสียมากกว่าที่จะมุ่งเน้นเป็นเงินๆทองๆ
เพราะฉะนั้นจบเป็นสั้นๆนะครับ การเริ่มต้นหาเงินออนไลน์ ใช่ว่าจะตามคนอื่นเสมอไป การทดสอบเรียนรู้ด้วยวิธีของตัวเอง จะพบกับ Roadmap ทำเงินของตัวเองครับ สู้ต่อไป ไอ้มดแดง… (ขอยืมสโลแกนใครไม่รู้ มาใช้หน่อยล่ะกัน)
จีบ Amazon เพราะงอนให้ Google AdSense
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตัวเองกำลังหลงทาง ติดอยู่ในภวังค์ที่ยังหาหนทางออกไม่ได้ กำลังใจที่เคยมี หดหายไปมาก บางครั้งการหาทางออกด้วยการเปลี่ยนเรื่องพูด เป็นกลอุบายหนึ่ง ที่ทำให้เรารู้สึกถึงความหน้าแตกน้อยลง
ส่วนตัวผมจับทางอเมซอน (Amazon) ก่อนที่จะมาจีบแอดเซ็นต์ (AdSense) เสียด้วยซ้ำ จะด้วยเหตุผลอะไร ผมยังคิดคำอธิบายไม่ออก เรื่องของเรื่องคือ ผมเริ่มทำความรู้จักกับอเมซอนแบบลับๆ คอยส่งข้าวส่งน้ำ ป้อนเนื้อป้อนไข่ ให้ตลอด ยอมรับว่าช่วงนั้น การปั้นบล็อก เพื่อหยอกเล่นกับอเมซอน ยังไม่ค่อยมีคนทำมากนัก รายได้ก็เข้ามาตลอด ถึงไม่เยอะ ยอดขายไม่ถึงกับตูมตาม แต่ก็พอหล่อเลี้ยงให้ผมพอมีทุนทรัพย์ จับจ่ายใช้สอยได้แต่พอมี
เมื่อเสิร์ชเอนจิ้นรู้ทาง จับไต๋เราได้ ความระยำก็บังเกิด ไล่บี้บล็อกเรา โจมตีด้วยการส่งบอทเข้าสารบบเพื่อเก็บเข้าดัชนีการสืบค้น ทำเอาโฮสติ้งที่เช่าไว้ล่ม แล้วถอดบัญชีผู้ใช้ผมทิ้งไปอย่างไร้เยื่อไม่เหลือใย ถึงแม้ผมจะพยายามง้อ ขอเข้าไปเอาข้อมูลออกมาก่อน แต่ด้วยกลใดไม่อาจรู้ได้ มันไม่ยอม
ผมย้ายโดเมนกว่าครึ่งร้อย แปะไว้กับเว็บโฮสติ้ง 2-3 ราย แต่ยังไม่วายไล่บี้ผม จนตกคูตกคลอง งบเริ่มบานปลายไปเรื่อยๆ ผมเองก็เริ่มจับต้นชนปลายไม่ถูก ด้วยความระแวงกลัวโดนโฮสติ้งถอดบ้าง กลัวจะโดนแบนจากเสิร์ชเอนจิ้นบ้าง เพราะใช้เทคนิคแบบขาวอมเทา เลยเป็นที่มาแห่งการล่มสลายอำนาจในตอนนั้น
ก็อย่างว่าแหละครับ ผมอยากรื้อสมองอันคร่ำครึ ขึ้นมาปัดฝุ่นเสียใหม่ ด้วยด้วยความที่ขี้เลื่อยยังฝังตัว ก็เลยยากหน่อยที่จะขจัดมันไปให้มันสิ้น
การดิ้นรนหาทางออกไม่หมดสิ้นจากใจผู้ชายคนนี้ ผมเริ่มหันมาเอาดีทาง AdSense ก็พอได้ในระดับที่พอรับได้ ถึงแม้ตอนนี้ นานๆทีจะได้เช็คสักใบก็ตาม
ผมอยู่ในจุดนี้ พอเห็นหลายๆคนเริ่มหันมาจับอีกหน ทั้งคุณลุงชรินทร์ หมออนามัย (ที่ต่างก็แซงหน้าผมไปแล้ว) ผมเองก็อยากกลับมารุกฆาตอีกทีเหมือนกัน แต่ด้วยภวังค์ที่ล้อมกรอบอยู่ ผมจึงยังไม่มีโอกาสได้ลุกสู้กับมันสักที ส่วนยอดขายอเมซอนข้างบนนี้ เป็นของเดือนก่อน ที่ทำแบบเล่นไปทำไป
ผมเขียนเรื่องนี้ เพื่อเตือนสติตัวเองครับ สาระน้อยนิด บ่นไปเขียนไป
พลังแห่งกระทิงแดง พลังแห่ง Social Media
อากาศภายนอกเริ่มหนาว ตอนเช้าตรู่ที่อุดรหมอกลงหนามากมาย อาจเป็นช่วงของฤดูกาลที่กำลังเปลี่ยนแปลง เพื่อนๆเองก็ดูแลรักษาสุขภาพกันด้วยล่ะกันครับ เป็นหวัดเป็นไข้มาจะยุ่งยาก ส่วนตัวผมเองก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ ตัวเริ่มร้อน เริ่มมีน้ำมูก สงสัยต้องกินยาแก้ไขไว้ป้องกันซะแล้ว งานในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ก็นักหนาหฤโหดเสียจริง (อีกอย่าง…ผมก็เตรียมตัวโดดงานอีกแล้ว) ก็อย่างที่รู้ๆกัน ว่างานเกี่ยวกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ งานก่อสร้าง แต่งเติมอะไรเทือกนี้ จะมาถึงขีดสุดจริงๆเอาช่วงปลายปี เพราะเหตุผลด้านฝนฟ้า ภูมิอากาศที่เอื้อต่อการลงไม้ลงมือ
พลังแห่ง Social Media และบล็อก ถูกเขียนขึ้น เพื่อเก็บตกเรื่องราวเกี่ยวกับ Social Media ที่ผลิตภัณฑ์ดังๆ ของค่ายต่างๆ กำลังเล็งเห็นถึงความน่าสนใจ และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อบริษัท หรือตัวผลิตภัณฑ์ของบริษัทเอง อย่างไรก็ดี Social Media Marketing ในวันนี้ ยังถูกเมินอยู่ เนื่องด้วยเหตุผลด้านกลุ่มผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ ที่อาจยังเข้าไปไม่ทั่วถึง รวมไปถึงกลุ่มก้อนทางการตลาด ยังแคบ จนบางทีนักการตลาดหัวกระทิ ก็โวยวายว่าสิ้นเปลืองค่าโฆษณาโดยใช่เหตุ
การปล่อยผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ๆ ยังใช้วิธีการประชาสัมพันธ์เดิมๆ คือสื่อเบื้องต้นอย่างโทรทัศน์ ที่กินงบโฆษณาอื้อซ่า และกลุ่มเป้าหมายกระจัดกระจาย อาจจะพูดง่ายๆได้ว่า ทำยังก็ได้ ให้คนทั่วไปได้เห็นผลิตภัณฑ์ตัวใหม่เสียก่อน ผลตอบรับค่อยย้อนมาดูกันใหม่ ภายหลัง? ถ้าโฆษณาโดนใจ สินค้าก็อาจไปได้ดี ถึงแม้บางทีตัวสินค้าอาจไม่ได้เรื่องก็ได้ คนไทยหัวคิดสร้างสรรค์เรื่องโฆษณาครับ แต่ล่ะมุข ฮาตะไท
ส่วนตัวผมไม่ค่อยดูทีวีหรอกครับ (เพราะที่บ้านพักไม่มี แหะๆ) ละคงละครอย่าหวังว่าจะได้ดูกับเขา ข่าวสารบ้านเมืองก็ติดตามเอา ตามเว็บข่าวหนังสือพิมพ์ ก็ชีวิตมันรันทด…
มาเข้าเรื่องกันต่อ พอดีเมื่อคืนจิบเบียร์นั่งคุยกับพี่ชายท่านหนึ่ง ที่ทำงานในบริษัท DERBELL บริษัทลูกข่าย ในเครือ REDBULL (แค่สลับตำแหน่งอักษร ก็ทำเอางงแตกเหมือนกัน ว่าบริษัทนั้นๆ เค้าทำธุรกรรมเกี่ยวกับอะไร) อย่าพึ่งทำหน้างงสิครับ ผมจะขยายความให้ยาวยืดให้อ่านกันอยู่ แหม๋!!!
บริษัทนี้ทำหน้าที่ส่งสารถึงผู้รับตามชนบท กล่าวคือการกระจายสินค้ากระทิงแดง (หรือสินค้าอื่นตามที่ตกลงกันว่าจะกระจายให้ แต่ไม่แตะไม่ยุ่งกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอร์) สู่ร้านค้าขายของชำตามบ้านนอกๆ เรานี่แหละ
ทริปเที่ยวเวียงจันทน์ ตอนที่ 1 (พระธาตุหลวง)
เมื่อวานเขียนวกไปเวียนมา กว่าจะออกจากประเทศไทยได้ เสียเวลาเขียนไป 1 วัน ซึ่งตามที่จริงการซื้อปี๊รถ จากนั้นขึ้นรถเมล์ข้ามสะพาน(มิตรภาพไทย-ลาว) ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที ตดยังไม่หายเหม็นเสียด้วยซ้ำ รางรถไฟ ที่เชื่อมสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทย-สปป.ลาว ก็ถูกใช้เป็นเส้นกั้นระหว่างเลนไปเลย เวลาขบวนรถไฟมา ก็ปิดถนนให้รถไฟผ่านไปก่อน จึงไม่ต้องห่วงว่า รถยนต์จะชนรถไฟ ถึงแม้คนขับจะวูบหลับไปก็ตาม ส่วนใครคิดจะเดินข้ามนั้น สามารถกระทำได้ครับ ไม่มีป้ายห้าม และมีทางเท้าให้ก้าวเดินไปได้ แต่จะเดินไปให้เมื่อยตุ้ม(ม่อง) ทำไมล่ะเออ…
หลังจากเราขึ้นรถเมล์ข้ามสะพาน ผ่านด่านตรวจตม.ลาว และไปจ่ายค่าธรรมเนียมเหยียบแผ่นดิน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ลำดับต่อไปก็คงเป็นหน้าที่ของไกด์คนลาวเขาล่ะครับ และไกด์ชาวลาวของเราในวันนี้ ทำ 2 หน้าที่ครับ คือเป็นทั้งคนขับทั้งไกด์แนะนำสถานที่ต่างๆ ไปในตัว คิดดูล่ะกันรถตู้คันใหญ่ๆ มีที่นั่งได้กว่า 12 ที่นั่ง แต่เราไปกันแค่ 3 คน ข้างหลังโล่งหมด ผมเองนั่งหน้ากับคนขับ ชวนอ้าย(พี่)แกคุยไปเรื่อยเปื่อย ทีแรกอ้ายเค้าพูดภาษาไทยครับ กว่าจะพูดออกมาได้แต่ละคำ ลุ้นตามแทบตาย เงอะๆงะๆ ยึกๆยักๆ เลยบอกอ้ายเค้าไปว่า พูดภาษาลาวก็ได้ครับ ผมฟังรู้เรื่อง เหอะๆ
ด้วยสำเนียงภาษาลาว กับชาวที่ราบสูงตะวันออกเฉียงเหนืออย่างเราๆ มีความคล้ายคลึงกัน พี่สาวขานเอื้อ พี่ชายขานอ้าย ผมและพี่ทั้งสอง จึงคุยกับอ้ายโชว์เฟอร์ขับรถคนนี้ได้สะดวกปาก ไม่ต้องกระแดะ พูดภาษาไทยให้เมื่อยกับการกระดกลิ้น ดิ้นขี้ฟัน
สถานที่แรกที่เราจะไปคือ พระธาตุหลวง พระมหาธาตุ ที่มีประวัติมาช้านาน ควบคู่มากับพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม ของประเทศไทย ซึ่งตามตำนานเล่าขานสืบทอดกันมาสู่ลูกหลาน ว่ากันว่า มีการสร้างมาคราวเดียวกับการสร้างนครเวียงจันทน์ และสร้างขึ้นหลังจากที่มีการสร้างพระธาตุพนมเสร็จสิ้นไปไม่นาน






