Archive for September, 2007

socialmarker ดันเรื่องที่รู้ให้จุใจ

socialmarker เป็นหนึ่งตัวช่วยสำคัญ ที่ถูกสร้างขึ้นมา เพื่อเป็นเครื่องมือในการผลักดันเรื่องราวที่เขียนไปให้กับ Social Bookmarking ต่างๆ กว่า 31 แห่ง น่าใช้ที่เดียวครับ ที่สำคัญๆก็เช่น Technorati, Netscape, Digg เป็นต้น ทั้งนี้แล้วไม่ได้เป็นแบบอัตโนมัติเสียทั้งหมด กล่าวคือมันจะคล้ายๆกับส่งเรื่องด้วยมือ ที่ต้องมีการเข้าระบบเสียก่อน จากนั้นก็ส่งเรื่องไปทีไปให้ที่ล่ะเว็บ ต่อๆกันตามลำดับเรื่อยๆจนครบ 31 แห่ง ผมว่านะเครื่องมือตัวนี้ก็เหมาะเหม๋งที่เดียวแหละครับ แม้จะไม่ใช่ระบบออโต้ก็ตาม ทั้งนี้การใช้งานโปรแกรมจำพวกช่วย Bookmark โดยอัตโนมัตินี้ มันไม่ส่งผลดีเลย เพราะระบบของทางเว็บไซต์เหล่านี้ จะมีวิธีการตรวจจับการผิดปกติเหล่านี้อยู่ เผลอๆใช้ไปแล้ว อาจโดนมองว่าเป็น Spam โดนเตะออกจากระบบไปโดยพลันก็ได้ ดังนั้นแล้วการใช้ socialmarker มาเป็นตัวช่วย ก็น่าจะเป็นวิธีการที่ใสสะอาดอย่างหนึ่งครับ ไปลองดูกันเลย

Socialmarker

Resurrection Theme By Vikiworks

คราวก่อนแนะนำผลงานดีๆของ Vikiworks ไปหนึ่งชิ้น นั่นคือ Dreamweaver Extension สำหรับใช้ในงานออกแบบ WordPress Theme โดยเฉพาะ และในโพสต์นั่นเองมีคนกล่าวถึงเรื่องการออกแบบ Theme ของที่ใช้ใน Vikiworks ว่าทำออกมาได้สวยงามมาก ซึ่งผมเองก็ว่าสวยแปลกตาดีครับ ใช้โทนสีมืดๆ แต่เมื่ออ่านข้อความต่างๆแล้ว กลับดูสบายตา มันตัดกันอย่างเห็นได้ชัดเลย โดยปกติแล้วถ้าใช้โทนสีแนวนี้ เป็นต้องทำให้อ่านยากทุกที ผมว่ามันคงเป็นที่การลงตัวขององค์ประกอบต่างๆ การใช้สีตัวอักษร การวางเลย์เอาท์ การเน้นจุดสนใจเฉพาะด้วยกระมัง

Vikiworks resurrection Theme

เอาล่ะครับ อาจเป็นที่ว่าผู้ใช้หลายๆคนเรียกร้องให้ทาง Vikiworks ปล่อย Theme ที่ใช้อยู่นี้ออกมาก็ได้ ทาง Vikiworks เลยปล่อย Theme ออกมาโดยใช้นามซะเท่ห์ว่า “Resurrection” ซึ่งแปลตามตัวได้ว่า “ปลุกมันขึ้นมาฆ่า” เหอๆ ใครแปลได้อย่างอื่นก็บอกมานะครับ ผมแค่แซวเล่นๆ สำหรับถ้าใครจะใช้ Theme ตัวนี้ ต้องเข้าใจก่อนว่า

  • ต้องแก้ไขไฟล์ sidebar.php เพื่อเปลี่ยน Pub-id ของ Google AdSense เสียใหม่
  • ต้องติดตั้งปลั๊กอิน UTW tag, Page Navi และ Twitter-tool ซึ่งติดมากับ Theme นี้อยู่แล้ว
  • รูปพื้นหลัง 3 รูปสวยเด่นไม่ซ้ำใคร จะแสดงวนเวียนแบบสุ่ม
  • แสดงความมีน้ำใจอย่าลบเครดิตหรือลิงค์กลับออก

เมื่อได้ดังนั้นก็ไปดาวน์โหลด WordPress Theme Resurrection กันได้แล้วครับ

404 ภาษาไอทีของวัยรุ่นที่น้อยคนจะรู้จริง

คำศัพท์ใหม่ๆที่ใช้กันในหมู่วัยรุ่นสมัยนี้ บางทีเราก็ตามไม่ทันเหมือนกันนะครับ คำบางคำเนี่ยเล่นเอาผมมึนเหมือนกัน (ขนาดผมยังไม่แก่นะเนี่ย ยังเป็นวัยรุ่นอยู่) เลยลองนึกย้อนไปว่าคำเหล่านี้มันมาจากไหน มันเริ่มขึ้นได้ยังไง อืม… ที่ผมพอจะนึกได้ตอนนี้ก็มีไอ้คำว่า “เซ็งเป็ด” ที่บ่งบอกถึงอาการเซ็งแบบสุดขั้วนั่นเองครับ ผมว่าหลายคนอาจยังไม่รู้ว่ามันมาได้ยังไงใช่ไหม แล้วถ้าจะบอกว่ามันเพี้ยนมาจากภาษาท้องถิ่นอีสาน หลายคนจะเชื่อไหม เพราะรากศัพท์มันฟ้องว่าเป็นแบบนั้น อันนี้ไม่ได้อ้างอิงจากไหนนะครับ ความคิดเห็นส่วนตัว ผมว่าคำนี้มันมาจาก “เซ็งเปร๊ด” อ่านโดยใช้สำเนียงเสียงอีสานเข้าไปนะครับ ทั้งนี้คำนี้จะพูดจะใช้ในกรณีที่เกิดอาการเบื่อหน่ายแบบสุดๆ เท่านั้น ซึ่งมันก็เข้าข่ายทำนองเดียวกันนั่นแหละครับ ภาษาดนตรีเขาว่าบันไดเสียงหรือทางเดินของคอร์ด (เกี่ยวกันเปล่าเนี่ย) เอาล่ะครับจะยังไงก็แล้วแต่ ใช้ไม่ใช้ยังไงก็เป็นเรื่องของเด็กๆเค้า (พูดยังกะตัวเองอายุมากซะงั้น) ไม่ขอออกความเห็นเพิ่มเติมแล้วกันครับว่า ควรใช้ภาษาแบบนี้หรือไม่ ทั้งนี้เพราะมีการรณรงค์ ให้เลิกใช้ภาษาลักษณะนี้ เพราะกลัวว่าภาษาไทยจะวิบัติ แต่ช่าแต่… เอาสักนิด ภาษาไทยไม่วิบัติหรอกครับ แต่จะกลับกลายเป็นการเพิ่มคำใหม่ไปเรื่อยๆ เท่านั้น เหมือนกับคำว่า “Blog” ของฝรั่งเค้าไงครับ ไม่เห็นจะวิบัติไปไหนเลย กลับได้รับความนิยมกันพูดจนติดปากไปแล้ว ไทยเราเองก็เอามาพูดทับศัพท์ไปว่า บล็อก บล๊อก บล้อก แล้วแต่จะเรียก

404 File Not Found

ไม่ได้นอกเรื่องแต่ก็ยังไม่เข้าเรื่องครับ งั้นไปกันเลย “404 คืออะไร” - “อะไรคือ 404″ ถ้าพูดกันในหมู่ผองเพื่อน ที่เรียนเกี่ยวกับไอทีหรือคอมพิวเตอร์อะไรเทือกนั้น ก็คงจะพอทราบความหมาย แต่ถ้าไปพูดกับพวกที่ไม่รู้เรื่องทางเทคนิคของคอมพิวเตอร์เลย จำพวกที่เรียนบริหารการตลาด ก็คงเป็นอึ้งกิมกี่ หน้างอคอพับไปตามๆกัน อีกทั้งตีหน้าซื่อออกมา แล้วย้อนถามเราเบาๆแบบไม่แน่ใจว่า “อะไรนะ” เหอๆไม่เชื่อก็ลองไปถามดูสิครับ แต่อืมลักษณะแบบนี้ อาจยังไม่เห็นภาพ มาลองดูผมจำลองสถานการณ์สักหน่อย เป็น 2 บริบทที่สนทนากับกิ๊กสองคน

Read the rest of this entry »

WordPress MU 1.2.5

WordPress MU ซุ่มออกรุ่นใหม่มาแบบเงียบๆ ปัจจุบันพัฒนากันมาจนถึงรุ่น 1.2.5 แล้ว นี่คงเป็นผลงานคุณภาพอีกหนึ่ง ที่ทีมพัฒนาสร้างสรรค์กันมาอย่างเต็มที่ และดูเหมือนว่าบล็อกฟรีที่ WordPress.com กำลังได้รับความนิยม มากขึ้นเรื่อยๆด้วย ที่ผ่านหาไม่หมาดๆเท่าไหร่ มีการประกาศจำนวนตัวเลขของบล็อกออกมาว่า มีจำนวนมากถึง 1 ล้านบล็อกไปแล้ว ล่วงเลยมาถึงวันนี้ก็ปาเข้าไปล้านกว่าๆแล้ว ถือเป็นความสำเร็จที่น่าภูมิใจอย่างยิ่งครับ

WordPress MU

การพัฒนา WordPress MU ออกมารุ่นต่อรุ่น ดูจะใช้เวลามากกว่า WordPress ธรรมดามากนัก สืบเนื่องจากเป็นระบบที่รองรับผู้ใช้งานหลายคน อีกหนึ่งคือมีผู้ใช้อยู่ในวงจำกัด ใครจะไปเปิดบริการฟรีบล็อกแบบ WordPress.com ก็คงจะไปสู้อะไรไม่ได้ จะประยุกต์ให้ต่างออกไปก็ทำได้ยากอีก และในไทยเราเองก็เห็นจะมีแต่ Blogrevo.com เท่านั้น ที่นำ WordPress Mu มาใช้ แต่ถึงกระนั้นแล้ว ผู้ใช้คนไทยยังไปใช้บริการที่ WordPress.com อยู่ดี

Pligg Beta 9.8 คลอดแล้ว

หลังจากมีข่าวว่า Open Source Digg Clone อย่าง Pligg จะขายทอดตลาด คนที่ทำเว็บไซต์แบบ Social Bookmarking ในไทยก็ใจหายเข่าอ่อนไปตามๆกัน แน่นอนล่ะครับว่าถ้า Pligg พัฒนาต่อไป อาจมีการเก็บค่า License ในการใช้งานด้วย คงจะคล้ายๆกับกรณีที่ Movable Type แปรทัพกลับศึกเมื่อครั้งก่อนเก่า เรื่องของเรื่องคือเคยเปิดให้ใช้กันฟรีๆ แล้วหันมาเก็บเงินผู้ใช้ไปซะนี่ แต่ทว่าตอนนั้น ต้องโดนเคราะซ้ำกรรมซัดไป เพราะ WordPress กำลังเข้ามา ผู้ใช้เลยหันมาใช้ WordPress ซะเลยเป็นการแก้เผ็ด จนมีคนนิยมใช้กันมากขึ้นเรื่อยๆ และในปัจจุบันนี้จำนวนผู้ดาวน์โหลดไปใช้ก็แซงหน้าไปหลายหลุมแล้ว ถึงแม้ทาง Movable Type จะแปรขบวนทัพอีกรอบ หันมาเปิดเป็น Open Source อีกหนก็ตาม ส่วน Pligg นั้นข่าวแว่วๆออกมาว่า ทางผู้พัฒนาจะดึงเอาโมเดลทางธุรกิจของกลุ่ม Automattic ที่ใช้ได้ผลกับ WordPress.com มาใช้กับ Pligg ดูบ้าง เพราะตอนนี้ยังขาย Pligg ออกไม่ได้ อีกทั้งสนนราคาไว้สูงถึง $150K ทีเดียว

Pligg Beta 9.8

จะยังไงก็แล้วแต่ Pligg ก็ได้คลอดเวอร์ชันใหม่ออกมาแล้ว คือ Pligg Beta 9.8 แก้ไขจุดบอดจุดเสียไปมากมาย รวมไปถึงแก้ไขระบบ CSS ให้รองรับ CSS2.1 ด้วย ผมว่านะสงคราม Digg Clone คงเกิดขึ้นอีกระลอกแน่ๆ