Archive for February, 2008

WordPress 2.5 กับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ (หลวง)

หลังปีใหม่หมาดๆ ผมเขียนเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับ WordPress ออกมาประเดิม นั่นคือ การข้ามขั้นการพัฒนาจาก WordPress 2.4 ที่จะออกมาในปลายเดือนมกราคม ไปเป็นการพัฒนา WordPress 2.5 แทน ซึ่งดูจากแผนการจริงๆ คือวันที่ 10 มีนาคม 2551 ที่จะถึงนี้ (แหล่งข่าวบางแห่ง แจ้งว่าอาจจะเลื่อนไปในเดือนเมษายน) ออกมาคราวนี้ผมคงไม่ปล่อยไก่ ว่าเป็นรุ่น TBD อีกครั้งล่ะมั้งครับ เอิ๊กๆ (คนภาษาอังกฤษไม่เอาอ่าวก็งี้แหละครับ)

ผมว่า WordPress ออกมาคราวนี้ ถือว่าเป็นการยกเครื่องครั้งใหญ่กันเลยทีเดียว เพราะมุมมองหลายๆส่วน ความสามารถหลากหลายถูกเพิ่มเติมเข้าไป จากการนำเสนอไอเดีย ของนักพัฒนาต่างๆ เข้ามาทุกมุมโลก และก็ถือว่ารีเฟรชตัวเองครั้งใหญ่ ของทีมพัฒนา WordPress และบล็อกเกอร์ส่วนใหญ่ก็คงตื่นตาตื่นใจ ไปกับการละเล่นฟังก์ชันใหม่ที่ถูกเพิ่มเติมเข้ามาเช่นกัน สำหรับผมแล้ว ผมคงจะสนุกกับการเล่น WordPress มากขึ้นเช่นกัน

จะพยายามกี่ครั้งก็ตามแต่ ที่ผมพยายามสอดแทรกความสามารถของ WordPress ออกสู่ผู้ใช้ชาวไทย ก็ยังมีผู้ใช้บางกลุ่มยังไม่เข้าใจในตัว WordPress กันมากนัก เพราะส่วนใหญ่แล้ว ยังติดภาพที่ว่า WordPress ยังเป็นแค่ Blogging Software ตัวเล็กๆ ที่เป็นของเล่นเด็กอยู่วันยังค่ำ บางทีก็อยากจะลบภาพเดิมๆออกไปเหมือนกันครับ จะได้เข้าถึง เข้าใจ และประยุกต์ใช้ได้อย่างถูกจุดมากกว่า อีกทั้งการพัฒนา WordPress 2.5 ออกมาในครั้งนี้ ก็คงเป็นตัวบ่งชี้ชิ้นงานชั้นดี ว่า WordPress ไม่ใช่ของเล็กเด็กฝึกหัด และลบภาพเดิมๆซ้ำๆทิ้งไปได้อย่างหมดจด

เอาล่ะครับหอมปากคอแล้ว ก็มาดูหน้าตาที่ทางทีมพัฒนาแอบเฉลยมาให้ได้ดู ได้ชมกัน พื้นที่จัดการระบบ ของแอดมินเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เรียบง่าย สวยงาม และมีพื้นฐานอยู่บนความเป็นมิตรกับผู้ใช้งาน

WordPress 2.5 Dashboard

มีการโยกย้ายตำแหน่ง วางองค์ประกอบ เปลี่ยนมุมเสียใหม่เลยครับพี่น้อง เห็นบอกว่าน่าจะมีความสามารถด้านการปรับแต่ง Dashboard ตามแต่ใจแอดมิน ว่าอยากให้อะไรอยู่ตรงไหน ยังไงและเพื่ออะไร ซึ่งดูไปดูมาแล้วคล้ายๆกับ iGoogle ยังไงพิกล

Read the rest of this entry »

วาเลนไทน์เดย์กับความรักของนายเดย์

สวัสดีครับเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ วันนี้ผมขอเปลี่ยนประเด็น มาเขียนในเรื่องของความรักกันหน่อย หลังจากหลายๆวันที่ผ่านๆมา เจอแต่เนื้อหาที่ปวดกระโหลก กวนประสาท และอัดแน่นไปด้วยความไร้สาระของผม ทั้งที่จริงผมเป็นคนที่ค่อนข้างจะนิ่ง ไม่ค่อยจะพูด วันๆหนึ่งถ้าได้ยินผมพูดมากกว่า 10 คำ นั่นแหละ จะเป็นวันที่ฟ้าใส ไม่ก็ฝนจะตก เอิ๊กๆ เมื่อครั้นที่ยังทำงานอยู่ที่บริษัทเก่า หน้าที่คือสารพัดช่างครับ ต้องทำทุกสิ่งได้และต้องทำเป็นด้วย วันๆหนึ่งผมนับสิ่งที่ตนเองทำไม่ได้ครับ อีกทั้งไม่รู้ว่าทำอะไรไปบ้างด้วย เวลาเจ้านายถามว่าทำอะไร ผมก็ได้แต่อือๆออๆ ติดอ่าง พูดไม่ออก เพราะไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรไปบ้างในวันๆ

แต่เมื่อถึงวันสุดท้าย (ขอข้ามมาเลย เพราะเรื่องมันยาว) ชนวนเหตุที่ทำให้ผมต้องลาออกมันก็มาถึง เราทะเลาะกันอย่างรุนแรง ระหว่างผมกับเจ้านาย เพราะผมเองก็ถึงขีดสุด ที่จะอั้นอารมณ์ไว้กั๊กเหมือนกัน วันนั้นผมไม่ได้อยู่ที่บริษัทหรอกครับ ผมอยู่ที่หน้างาน จ.นครพนม แต่กลับด่ากันผ่านมือถืออย่างสุดขีด หลังจากวางสายปุ๊บ ผมก็คุยกับน้องๆและพี่ที่ทำงานอีกคนหนึ่ง (ไปด้วยกัน) ว่าจะทิ้งงานแล้วดิ่งตรงกลับบ้านดีไหม! แต่เนื่องด้วยจรรยาบรรณในอาชีพที่ผมทำอยู่ ก็เลยต้องเคลียร์งานให้เสร็จก่อนแล้วค่อยกลับ และแล้วเราก็ผ่านจุดนั้นมาได้ พอกลับมาถึงบริษัท ผมกับเจ้านายแทบมองหน้ากันไม่ติด แล้ววันถัดมา “พวกเราก็ลาออกกันยกทีม 6 คน” ตัวหลักๆทั้งนั้น และอยากจะบอกว่า “สะใจนายเดย์จริงๆ” ได้ยินเช่นนี้แล้ว อย่านำพฤติกรรมนี้ไปเลียนแบบนะครับ เดี๋ยวชื่อจะเสีย แล้วไปสมัครงานที่ไหนไม่ได้ แต่สำหรับผม… ผมมันออกดิบเถื่อนครับ เรื่องแค่นี้ไม่แคร์หรอก ผมสนใจแค่ว่า วันข้างหน้า ผมจะใช้ชีวิตต่อไปยังไง

ผมตอบแทนอย่างสาสม ด้วยการแกล้งบริษัทนี้อย่างเต็มใจ จนพี่ๆที่ทำงานออกมาเตือนผม ว่าอย่าทำเลย มันผิด ถ้าเค้าใช้กฏหมายเข้ามา เราจะเป็นฝ่ายเสีย ผมก็เลยหยุดและเลิกไป หลังจากเรื่องนี้ซาๆลง ประมาณ 2-3 เดือน ผมกับเจ้านายคนนี้ก็เคลียร์ และปรับความเข้าใจกันได้ ก็แน่ล่ะครับความผิดนั้นๆ มันไม่ใช่อยู่ที่บริษัทนั้นๆแค่แห่งเดียว แต่มันคือตัวผมเองด้วย แต่สุดท้าย ณ จนถึงตอนนี้ บริษัทที่ว่านี้ ก็ยังง้อให้ผมกลับเข้าไปทำงานให้เหมือนเดิม แต่ผมคงไม่กลับเข้าไปหรอกครับ “ไปขี้ทิ้งไว้ แล้วจะกลับเข้าไปล้างก็กะไรอยู่” ว่ามั๊ย

พี่น้องคิดกันเช่นไร กับพฤติกรรมเพี้ยนๆบ้าบอคอแตกเยี่ยงนี้ ใครคนไหนมันอยากจะเอาไปทำพันธุ์ ให้เสียพันธุ์กันเล่า ให้มันสูญพันธุ์ไปจากโลกนี้ไม่ดีกว่ารึ เอิ๊กๆ ก็อย่างว่าล่ะนะ ออกแนวดิบเถื่อน แต่เด็กช่างมันก็รักจริงของมันนะครับ

วาเลนไทน์กับนายเดย์

…และก็ต้องขอบคุณฟ้า ที่ส่งหญิงสาวคนหนึ่งเข้ามาในชีวิต เธออยู่เคียงข้างผมเสมอมา ไม่ว่าจะสุข เศร้า เหงา ซ้ำ เราก็ยังมีกันเสมอ ผมพูดถึงน้องคนนี้บ่อยมากครับ ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ใด ผมก็มักพูดถึงเธอ ในไอเดย์บล็อกแห่งนี้ ผมก็พูดถึงเหมือนกัน ประเด็นมันอยู่ที่ว่าพี่น้องไม่สังเกตุ และค้นหากันเอง จากนั้นก็มีมือดี พยายามปั่นข่าวฉาวของผมออกมาลับๆ ในกลุ่มผู้ใช้งาน MSN ด้วยกัน ตอนนี้ผมรู้แล้วล่ะว่าเป็นใคร แต่ก็ช่างมันเหอะ เราไม่ใช่ดารา ไม่จำเป็นต้องออกมาแก้ข่าว ให้มันตูมตามแต่อย่างใด

Read the rest of this entry »

ความเป็นมาของ Twitter บริการเล็กๆครองใจคนใหญ่ทั่วโลก

ได้ฤกษ์จะเขียนเรื่องนี้สักที แต่ไม่รู้จะเขียนจบในตอนเดียวหรือเปล่า ถ้าไงถ้าไม่จบจริงๆ ผมก็อาจจะเขียนเพิ่มอีกเป็นตอนๆ เขียนเป็นซีรีส์อย่างที่ผมเคยเขียนนั่นแหละ แนะนำว่าเรื่องนี้นั้น ทุกคนห้ามพลาดเด็ดขาด!!! เพราะมันจะเกี่ยวเนื่องกับหลายๆส่วน หลายๆประเด็นผมจะพยายามเขียน แล้วโยงเรื่องให้สัมพันธ์กันมากที่สุด เพื่อความง่ายและทำความเข้าใจได้ไวขึ้น อีกทั้งผมลงแรงเก็บข้อมูลตั้งหลายวัน (ตามที่บ่นๆออกไป) สรรหามาเขียนตั้งเยอะตั้งแยะ อ่านๆและคอมเม็นต์เข้ามาบ้างก็ดี จะได้มีแรงฮึดเขียนบทความต่อๆไปครับ

Twitter Flickr

ธรรมชาติของนายเดย์มักโม้ก่อนเข้าเรื่องเสมอ ถ้าผมเขียนไปอย่างอื่น มันก็ผิดธรรมชาติของผมสิครับ ในที่นี่ และหลายๆคนคงรู้จัก “Twitter” มาบ้างแล้วนะครับ ถ้ายังไม่รู้จักก็หาอ่านเอาในหนังสือเล่ม 2 (อ้าว ขายของอีกแล้ว) หรือไม่ก็ย้อนกลับไปอ่านในเรื่องเก่าๆ เกี่ยวกับ Microblogging ที่ผมเขียนถึงเมื่อปลายปีที่แล้วดูนะครับ น่าศึกษามากมาย ขอบอก!

Read the rest of this entry »

ทราฟฟิกเฉลี่ย 99 คน เห็นสวรรค์รำไร

ก่อนเข้าเรื่องก็ต้องขอขอบคุณพี่น้องทุกท่านที่ได้อุดหนุนหนังสือ “WordPress กระแทกใจบล็อกเกอร์วัยจ๊าบ” และตามติดด้วยผลงานหมายเลขสองอย่าง “รวยฮิตติดเว็บบล็อก WordPress Optimization” ของผมไปบ้างแล้วนะครับ ซึ่งอาจจะมีบางส่วนขาดตกบกพร่องไป ก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ ทางผมเองจะพยายามให้ดีที่สุด เพื่อให้จุดเสียนั้นหมดไป หรือพยายามจะให้มีน้อยลงที่สุดครับ ส่วนคนไหนยังไม่มีไว้ในครอบครอง ก็รีบหาซื้อได้แล้วนะครับ ไปเปิดอ่านในร้านหนังสือ ไม่ดีนะ ขอบอก เอิ๊กๆ

เอาล่ะครับก็ถึงเวลาต้องเข้าเรื่อง พอดีเมื่อวานผมคุยเรื่อง “ทราฟฟิก 9 คน จะเอาไปทำแมวอะไร” นั้น ผลปรากฏว่าได้รับความสนใจกันอย่างล้นหลาม มีคอมเม็นต์เข้ามามากมาย ซึ่งมากถึง 5 คน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ (ประชดๆ) ที่จริงแค่ 9 คนนั้น มันก็น้อยไปจริงๆล่ะครับ เอาไปทำแมวอะไรได้ แต่ผมเขียนขึ้นมาเพื่อให้มองเห็นภาพกันเสียหน่อยว่า อย่าไปสนใจทราฟฟิกอะไรมากมายเลยครับ ให้เพ่งความสนใจไปที่ Traffics Source ไม่ดีกว่ารึ ดูแหล่งที่มาของทราฟฟิกนั้นๆ  ว่ามาจากไหนกันบ้าง พอจะเปลี่ยนผู้เยี่ยมชมเป็นลูกค้าเราได้หรือเปล่า หรือว่าผู้เยี่ยมชมที่เข้าไปชมนั้น เป็นแค่กลุ่มผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ต ที่ไม่มีอันจะกิน (ล่อซะเห็นภาพ) และความเห็นนี้จะแตกต่างไปมากมาย กับคนที่เห็นว่า ผู้เยี่ยมชมยิ่งมากเท่าไหร่ ก็น่าจะได้ผลตอบแทนกลับคืนมามากเท่านั้น (เห็นไหมล่ะครับว่า น่าจะ…) เพราะผมมองในมุมกลับ ขืนเห็นด้วยไปหมด ก็ไม่ใช่ผมแล้วสิครับ เสียเชิงหมด เอิ๊กๆ

แน่ล่ะครับ ครั้นจะพูดปากเปล่าก็เห็นจะว่าผมยกตัวเลย 99 มาอวดให้ดูสวยหรู ผมก็เอาสถิติของบล็อกหนึ่งมาให้ดูกันอีกตามเคย เกี่ยวกับสถิติผู้เยี่ยมชม ซึ่งสถิติตัวนี้พึ่งเก็บมาได้ไม่กี่วัน แต่ก็พอจะนำมาอ้างอิง เชื่อมโยงกับเรื่องที่จะโม้ต่อไปนี้ได้

99 Traffics

สถิติก็แค่อาทิตย์กว่าๆเองแหละครับ แต่เท่าที่ดูมา แนวโน้มมันก็อยู่เรื่อยๆระดับนี้แหละ มีสูงขึ้นไปนิดหน่อย แต่ร้อยนิดๆ แน่ล่ะครับ ยังไม่เห็นภาพ แล้วจะเห็นสวรรค์รำไรได้เยี่ยงใด จุดสนใจตรงนี้ ผมเน้นลงไปที่คำค้นหาหรือคีย์เวิร์ด (Keywords) ที่พาผู้เยี่ยมชมนั้นๆ เข้ามายังหน้าบล็อก รวมไปถึงอันดับที่คีย์เวิร์ดนั้นทำได้ ในผลการค้นหาในหน้า Search Result ของ Search Engine ต่างๆ โดยเฉพาะ Google

Read the rest of this entry »

ทราฟฟิกสูงสุด 9 คน จะเอาไปทำแมวอะไร

คนทำเว็บไซต์หรือคนทำบล็อกขึ้นมาสักแห่งหนหนึ่ง แน่นอนล่ะครับอยากให้มี ผู้คนเข้าไปเยี่ยมชมอย่างล้นหลาม ไม่ว่าจะทำเว็บไซต์ขึ้นมาด้วยจุดประสงค์ใด หรือสร้างบล็อกขึ้นมาด้วยจุดหมายใด ถ้าไม่มีคนดู ถ้าไม่มีคนอ่าน มันก็ย่อมร้างไปตามสภาพการณ์ของมัน จริงหรือเปล่าครับ

และด้วยเหตุผลล่ะฉะนี้ จึงมีกลวิธีแปลกใหม่เกิดขึ้น นั่นคือการหลอกใช้เสิร์ชเอนจิ้น (Search Engine) กับกระบวนการที่เรียกกันฉ่ำอุราว่า Search Engine Marketing (รวม SEO และ PPC) หรือชัดๆ แปลเป็นภาษาไทยแบบฉบับนายเดย์ ที่ใช้อ้างอิงที่ไหนไม่ได้ก็คือ “การทำการตลาดโดยใช้ Search Engine เป็นเครื่องมือ” และด้วยเหตุผลใด ทำไมผมถึงว่าหลอกใช้ Search Engine ล่ะครับท่าน ประเด็นนี้เอง ที่ผมพยายามสื่อในเรื่องที่โม้ไปคราวก่อน เรื่องของเรื่องคือ “อย่าปล่อยให้ Search Engine หลอกใช้คุณ” กลับไปอ่านแล้วตีความตามที่พี่น้องคิดก็แล้วกันนะครับ

การทำ SEO นั้นมีทั้งวิธีการที่ถูกและผิด แต่วิธีการที่ผิดมักแทรกแซงวิธีการที่ถูกได้เสมอ และง่ายกว่าวิธีการที่ถูกด้วยประการทั้งปวง เพราะพวกเค้ามีเครื่องมือ ที่เรียกกันว่า Black Hat Tools นั้นเป็นตัวช่วย จะสแปมสมุดเยี่ยมชม (Spam Guest book) สแปม Trackback หรือจะสแปมบอร์ด (Spam Webboard) ก็ยิงโป้งครั้งเดียว ได้นกมา 3 หัว 4 หัว พูดไปแล้วคล้ายศรีธนนชัย นิทานบ้านเรานะครับ “ฉลาดแกมโกง” แต่นี่แหละเค้าเรียกว่าวิถีคนฉลาด ที่อาศัยช่องโหว่ให้แทรกแซง จะกาลยุคสมัยใหม่ใด มันย่อมมีกลวิธีแปลกใหม่เสมอครับ

เอาล่ะครับ ไปต่อกันเถอะ… จะเรียกว่า Search Engine ต่างๆพยายามผูกเงื่อนซ่อนปม ไว้ในอัลกอริทึ่ม (Algorithm) แล้วผู้ใช้งานที่กะจะหลอกใช้งาน Search Engine อีกที ก็พยายามจะเข้ามาแก้เงื่อมที่ซ่อนไว้นะตรงนี้ ซึ่งทั้งหมดนั้นคือกิจกรรมที่เรียกกันว่า SEO นั้นแล จากนั้นจึงเกิดเป็นสงครามในมวลหมู่มนุษยชาติ (เว่อร์ไปเปล่าเนี่ย) แข่งขันกันเกิด สร้างเว็บไซต์และโปรโมทกันอย่างโจ่งครึ่ม (เห็นหนังสือพิมพ์รายวัยเค้าชอบใช้คำนี้กัน เลยขอหยิบมาลงหน่อยนะ) ทั้งซื้อ-ขายลิง เฮ้ย! ลิงค์ และสิ่งที่เลวร้ายที่สุดนั่นคือการดักคีย์เวิร์ด ถึงแม้ตัวแม่จะออกมากำหราบในไม่นานมานี้ ก็ใช่ว่าจะหมดไป เพราะว่าตัวแม่มันนั้น เป็นคนสร้างวัฒนธรรมนี้ขึ้นมาก่อน และนั่นคือ Pay Per Clicks อย่าง Google AdWords นั่นเอง (โยงไปโยงมา สุดท้ายก็หาที่ลงจนได้) สะใจไหมล่ะครับพี่น้อง ตรงนี้เลียนแบบอัลกอริทึ่มได้ตรงเผงเลย ชอบดักคำค้นหา แล้วแสดงออกมาเป็นป้ายโฆษณาดีนัก พ่อเลยจัดให้เสีย พูดไปแล้วสองไพเบี้ยจริงๆ เอิ๊กๆ

Read the rest of this entry »