ว่าจะเขียนเรื่องนี้เมื่อวันสองวันก่อน ลังเลในใจว่าจะเขียนหรือไม่เขียน ขืนเขียนออกไปดื้อๆด้านๆ น้ำตาอาจจะเช็ดหัวเข่า เพราะเจ้าที่แรง บวกกับคนที่อ่านไอเดย์เยอะพอสมควร ข่าวมันไปไว และคงจะแก้ข่าวไม่ทัน เพราะเป็นแค่ลูกสมุน ไม่ใช้เจ้านายใคร และไม่ใช่ผู้จัดการของใคร แต่สามัญสำนึกความเป็นบล็อกเกอร์มันเตือนใจมาตลอด ว่ากรณีศึกษาแบบนี้ น่าจะเขียนเป็นกรณีตัวอย่าง อีกทั้งบทบาทของบล็อกเกอร์ มันมีความน่าเชื่อถือมากกว่า บทบาทของสื่อ ที่จูงจมูกยังไงก็ได้เสียอีก
ผมเชื่อในดุลพินิจ และการคิดก่อนเขียนของบล็อกเกอร์หลายๆท่านดี ประกอบกับพอจะรู้จักบล็อกเกอร์หลายๆท่านมาบ้าง และเรื่องอย่างว่านี้ ก็ได้ติดตามมาตลอด เมื่อเช้าก็นั่งดูวิดีโอที่ถ่ายทอดผ่านทีวีออนไลน์อย่าง Duocore.tv มา นั่งฟังอย่างใจจดใจจ่อ เป็นชั่วโมงๆ สุดท้ายเสียเวลาเปล่า เผอิญว่าน้ำท่วม ซดน้ำออกหาชิ้นเนื้อไม่เจอ อีกทั้งมีความรู้สึกเฉยๆกับเรื่องนี้ และอีกประเด็นคือ รู้อยู่แล้วว่ามันจะต้องออกมาเป็นเช่นนี้ เหอๆ
ถ้าจะมองในมุมของจริยธรรม เรามันก็โตๆกันแล้ว แยกแยะว่าส่วนไหนดี ส่วนไหนควรเชื่อ ส่วนไหนเฉไฉ ส่วนไหนจอมปลอม และส่วนไหนควรดูหรือไม่ควรดู (น้องคนสวยในปิดเทอมใหญ่ หัวใจร้อนรุ่ม เราก็เคยดู) แต่ถ้ามองเหล่าเด็กๆที่ยังไร้เดียงสาอยู่ล่ะ เขาจะคิดยังไง คงไม่ต้องถามล่ะนะครับ ว่ามีบัตรประชาชนแล้วหรือยัง บรรลุนิติภาวะแล้วหรือยัง เลิกดูดนมแล้วหรือยัง เพราะเด็กทุกวันนี้ ไวไฟกว่าที่เราคิดไว้เยอะ
และอีกอย่างที่น่าจะสะทกสะท้านกันบ้าง ประกาศอยู่ปาวๆ กำจัดเว็บไซต์ขยะ ล่ารายชื่อถอดถอนเว็บไซต์ขยะกันจ๊าล่ะหวั่น ไอ้เราก็เออ [...]
