Posts Tagged ‘บล็อกเกอร์’
เรื่องราวออกมาดี….ออกมาไม่ดีมันติดที่ตรงไหน
ปัญหาหน้าแตก… เฮ้ยปัญหาโลกแตกของบล็อกเกอร์ (อย่างผม) คือไม่รู้จะเขียนเรื่องอะไรดีเมื่อทุกคราหมดมุข เจ้ากรรมนายเวร ดันมาถามหาเอาซะนี่ จนเป็นเหตุให้หนีหนี้บ้าง งามรุมบ้าง แวะไปเที่ยวบ้าง เดินเล่นดูสาวๆบ้าง หาทางออกกันไป แต่ผมกับมองว่าหลายๆเหตุผลที่กล่าวมานี้ มันเป็นข้ออ้างซะมากกว่า เพราะบางครั้งผมเองก็เป็นเช่นนั้น (ไม่ได้โจมตีบล็อกเกอร์ท่านอื่นแต่อย่างใด แบบว่าเข้าตัว) บางทีไม่มีอะไรหรอก การงานก็ปกติ เงินก็พอมีพอใช้ไปวันๆ ลำบากหน่อยก็พึ่งพาอาหารแบบมีเส้นไป ใช้ชีวิตแบบนักศึกษามหาลัย ไม่เห็นจะวุ่นวายตรงไหน แต่หลายต่อหลายครั้งลดก็เพพัดเอาปัญหาด้านอื่นๆ เข้ามาเหมือนกัน จะเป็นที่สุขภาพจิตไม่ดีบ้าง ป่วยบ้าง ไม่รู้จะเขียนอะไรบ้างทำนองนี้ ผมจึงจะไม่เขียนบล็อก เพราะกลัวว่าจะเขียนมันออกมาไม่ได้ และเรื่องที่เขียนออกมา มันก็ไม่ได้อย่างที่คิดไว้จริงๆ เอาล่ะตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมเจอปัญหาและอุปสรรคมากมาย พอที่จะรู้บ้างว่าอะไรมันเป็นสาเหตุ ใหเรา้เขียนเรื่องราวออกมาดี และไม่ดี เพราะฉนั้นมาดูกันดีกว่าว่าทำไม?
เพราะอะไรจึงเขียนเรื่องราวแล้วออกมาดี
- อารมณ์ดี มีคนรักคอยเอาใจ จิตใจโปร่งใส
- รักที่จะเขียน ชอบในสิ่งที่ทำ
- รู้ลึกและรู้จริงในเนื้อหาที่เราจะเขียน
- แหล่งข้อมูลที่จะนำมาเขียนมีมาก และแต่ละแห่งมีความน่าเชื่อถือพอ
- เขียนเรื่องราวออกไปแล้ว มีการตอบรับดี จึงมีกำลังใจจะเขียนเรื่องอื่นๆต่อไป
- มีเวลาว่างมากพอที่จะเขียนเรื่องราวสักเรื่องหนึ่ง
- ใจกว้าง ยอมรับฟังความเห็นด้านลบ
- ไอเดียบรรเจิด มีความคิดสร้างสรรค์ ประกอบกับพรสวรรค์ผนวกและพรแสวงส่วนบุคคล
เหตุใดเล่าจึงเขียนเรื่องราวแล้วออกมาไม่ดี
- ผลัดวันประกันพรุ่ง ไม่ลงมือเขียนในเวลาที่ว่างจริงๆ โดยคิดในใจว่า “อีกเดี๋ยวค่อยเขียนก็ได้”
- ไม่มั่นใจในแหล่งข้อมูลที่ค้นมา สุดท้ายเลยกลัวว่าเขียนออกมาแล้วจะกลายเป็นไอ้งั่ง
- ไม่รู้จริงในเรื่องราวที่จะเขียน จับต้นชนปลายมาประกอบกัน จนเป็นเหตุให้เรื่องราวยืดเยื้อ ไร้ใจความ ไร้จุดหมาย
- ทะเลาะกับแฟน น่าเบื่องอนอยู่ได้
- ไม่สบาย สมองตื้อไม่โลดแล่น คิดอะไรไม่ออก ไปนอนดีกว่า
- อารมณ์เสีย ทะเลาะกับเพื่อนร่วมงาน โวยวายในกระทู้ที่ตนเองเขียนไว้บนอินเตอร์เน็ต
- จัดตารางเวลาไม่ได้ ควรกำหนดเวลาไว้ก่อนเลยว่า เวลาไหนต้องมาเขียนบล็อก
- ไม่มีกำลังใจ เขียนเรื่องราวออกไป ไม่เห็นมีใครแสดงความคิดเห็นเข้ามาเลย
- ไม่พอใจกับความเห็นที่มีเข้ามาในด้านลบ
- งานยุ่ง เจ้านายจะเอานี่ ลูกค้าจะเอาโน่น ใช้อยู่ได้
- คิดอะไรก็ไม่ออก
เอาล่ะครับ แค่นี้ก็คงพอนึกภาพออกกันแล้ว จะลดหรือขจัดปัญหาส่วนใดออกไปก็ตามแต่ ยังไงก็ขอให้คงไว้ซึ่งความรัก คือรักที่จะเขียน ภูมิใจในตัวเองที่ได้เป็นบล็อกเกอร์ก็แล้วกัน วันนี้ไปล่ะครับ โชคดีมีความสุขเด้อ พี่น้อง!!!
ความอัปยศ อดสูของบล็อกเกอร์
นับตั้งแต่ผมโพสต์เรื่อง “YouTube จากไปแต่ You…ยังลอยนวล“ (ขออนุญาตแก้ไข โดยตัดคำออกไป) มีกระแสการตอบรับที่ดีมาก ดูจากคะแนนโหวตใน Zickr ก็ปาเข้าไป 20 กว่า ประกอบกับเป็นเรื่องที่ได้รับการคอมเม็นต์ เข้ามาอีกมากด้วย ในเรื่องนี้ตัวผมเองก็เพียงต้องการ ที่จะสื่อถึงปัญหาในการปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์ต่างๆ โดยเฉพาะเว็บไซต์ ที่มีเนื้อหาเป็นคลิปวิดีโออย่าง YouTube (ขอแก้ตัวหน่อย) แต่ดันไปใช้ตัวอย่างเปรียบเทียบที่แรงไปหน่อย จึงกลับกลายเป็นว่า เป็นการ ชี้โพรงให้กระรอก ไปโดยปริยาย และตอนนี้ผมได้ปรับปรุง แก้ไขเนื้อหาในเรื่องนั้นแล้ว ซึ่งถ้ากลับไปอ่านเรื่องที่ว่า ในตอนนี้ ก็คงอ่านไม่รู้เรื่องหรอกมั้งครับ ส่วนใครที่อ่านไปแล้ว ก็ถือเสียว่าคุณไม่ได้อ่าน และผมไม่ได้เขียนก็แล้วกันนะ ถือว่าเจ๊าๆกันไป
อีกหนึ่ง… ขอขอบคุณพี่ไท้เป็นอย่างสูง ที่กรุณามาตักเตือนผมด้วยความหวังดี และในที่นี้ ผมขออนุญาต ยกคอมเม็นต์ของพี่ไท้มาให้ดูกันว่า ที่ผิดนั้น มันผิดเพราะอะไร ไปดูกัน
เอ้อ …. อือม …. เอาไงดี …. เกรงใจจัง … แต่ว่า …. เตือนดีกว่า …. ผมเตือนนะ …. คุณเดย์กำลังเข้าข่ายทำผิด ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ อยู่อ่ะครับตามมาตรา …
มาตรา ๑๔ ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
(๔) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้
(๕) เผยแพร่หรือส่งต่อ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔)สิ่งที่คุณเดย์กำลังทำอยู่ ถึงไม่ได้เป็นการ “นำเข้าสู่” เพราะคุณเดย์ไม่ได้ทำ hyper link เอาไว้ แต่คุณเดย์ก็ได้ “เผยแพร่” โดยรู้ว่าเป็นข้อมูลตามข้อ (๔) อ่ะครับ
ก็อย่างที่รู้ๆกันนะครับว่า พรบ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ได้ถูกประกาศใช้ไปแล้ว เราก็ต้องเคารพในกฏกติกา มารยาทสักหน่อย ถึงแม้จะหลงๆลืมๆในบางข้อ จนทำให้เราไม่ระมัดระวังในบางจุด จนอาจต้องพลาดในที่สุดครับ ก็เหมือนกับสุภาษิตที่ว่า “สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง” ดังนั้นแล้วสิ่งหนึ่งที่ทำได้ ก็คือระมัดระวังตัวให้มากขึ้น การใช้คำ การยกตัวอย่างก็ให้มันอยู่ในเหตุอันควร และในกรณีเช่นนี้ ผมจะไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก (เครียดไปเปล่าเนี่ย)
ข้อเสนอเกินห้ามใจ บล็อกเกอร์หน้าไหนจะกล้าปฏิเสธ
สมมุติว่าวันหนึ่ง คุณได้รับการเชื้อเชิญจากคนใหญ่คนโต ให้ไปร่วมงานกับบริษัทมีชื่อ ฐานะการงานมั่นคง มีโอกาศก้าวหน้าสูง มีอิสระในการทำงานอีกด้วย คุณจะตบปากรับคำว่าจะไปใช่ไหม! แน่นอนว่า เกินกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ (ผมเดาเอานะ) จะโน้มเอียงไปในข้อเสนอนั้นๆ ก็ใครล่ะจะกล้าปฏิเสธ ข้อเสนอสุดคุ้มแบบนั้นได้ แต่ถ้างานนั้นๆ มันต้องใช้ความคิด สติปัญญา ไหวพริบแบบสุดกู่ เป็นโครงการที่ไม่มีใคร สามารถทำได้มาก่อนล่ะ อืม… แบบนี้มันยิ่งน่าคิดนะ ถ้าเราทำได้สำเร็จ ชื่อเราก็จะดังก้อง แต่ถ้าไม่สำเร็จ เสียงนั้นก็คงดังกึกๆ อยู่ในหัวตลอดเวลา ว่าเออ เราทำไมโง่อย่างนี้หว้า งานแค่นี้ ยังทำไม่ได้ แล้วจะทำอะไรกิน
การจะก้าวมาเป็นบล็อกเกอร์ ในยุคที่สังคมไทยปิดกั้นสื่อ ภายได้การกำกับดูแล โลกไซเบอร์แบบเผด็จการของ “ฉันเห็นชา” การปิดหู ปิดตา การเซ็นเซอร์ มันเป็นปัญหา ที่ต้องช่วยกัน แก้ไขกันต่อไป แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องยาก ประการใด ที่จะแสดงออกทางความคิด แม้จะขาดเสรีภาพไปบ้าง แต่ถ้าชุมนุมบล็อกเกอร์แข็งขัน แม้จะมีน้อยเพียงหยิบมือเดียว ก็สามารถชนะศึกสิบทิศได้ (ยังอิน กะหนัง)
เขียนบล็อกอย่างไรให้โดน
ตั้งแต่สมัยผมเรียน อยู่ชั้น ม.ต้นนั้น ผมเคยเข้าร่วมแข่งขัน ประกวดการ “แต่งกลอนสด” (กลอนแปด) มาทุกๆปี ก็คือในวันสุนทรภู่ คือวันที่ 26 มิถุนายนของทุกปีนั่นแหละครับ และโดยปกติแล้ว ก็จะมีการจัดงาน จัดกิจกรรมร่วมสนุกต่างๆมากมาย อาทิเช่น ประกวดวาดภาพ ตอบปัญหา ประกวดร้องเพลง แสดงละคร คัดลายมือ และมีสิ่งหนึ่งที่ขาดไปเสียมิได้คือ ให้เหล่านักเรียนส่งผลงานเข้าประกวด ในที่นี้คือ “กลอนแปด” นั่นเองครับ
การให้นักเรียน ส่งบทกลอนเข้าร่วมประกวด ชิงชัยกันนั้น บางทีมันก็ดูกันยากเหนอะ ว่าเออ… ไอ้ที่ส่งเข้ามานี่ มันใช่ผลงานที่เขาสรรสร้าง ขึ้นเองหรือเปล่า บางคนอาจจะให้ใครต่อใคร แต่งให้ก็ได้ และเมื่อส่งเข้าประกวด แล้วได้รับรางวัลไปเฉยๆ แบบนี้มันก็ไม่ถูกใช่ไหมล่ะ ทีนี้ทางโรงเรียนก็เลยตัดปัญหาตรงนี้ไป คือให้เหล่านักเรียน มาแต่งกลอนสดแข่งๆกันไปเลยครับ ด้วยความที่ผมชื่นชอบ ชื่นชอบกวีเอกท่านนี้ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แม้จะไม่รู้รายละเอียดยิบก็ตาม ผมก็เลยเข้าร่วมประกวดกับเขาทุกปี แต่ก็แปลกมากนะครับ ที่ผมสามารถคว้ารางวัลที่ 1 มาครองได้ทุกปี นับตั้งแต่ ม. 1 – ม. 3 กวาดซะเรียบเลยครับ แต่พอหลังๆมา ในช่วงม.ปลาย ก็เริ่มห่างหายจากวงการนี้ไป ไม่ได้ร่วมส่งอะไรไปประกวด ชิงชัยกับเขาอีกเลย เออ… ไม่ใช่สิ มีอยู่ครั้งหนึ่งมั้ง ที่ผมส่งบทกลอนนี้แหละเข้าประกวด ส่งนาทีสุดท้ายเลยด้วย อันนี้ก็ไม่ได้ตั้งใจ จะหวังเอารางวัลแต่อย่างใด อีกหนึ่งคือผมใช้เวลาแต่งไม่นาน ตอนแต่งกลอนบทนั้น ผมก็ยังอยู่ในชั่วโมงเรียน ภาษาอังกฤษอยู่เลย และรู้ไหมครับว่า ผมใช้นามปากกาว่าอะไร “คนธรรพ์อำมหิต” ครับ (อิอิ แค่ชื่อก็กินขาดแล้ว) ตอนประกาศผลออกมานี่ดิ เล่นเอาซะผมและคนอื่นๆ อึ้งกิมกี่กันไปตามๆกัน ไม่ใช่อะไรหรอกครับ ชื่อมันดูดุๆยังไงชอบกล
อืม… เอาไปเอามา ยังไม่ถึงไหน ก็กินหน้ากระดาษไปกว่าครึ่งค่อนหน้าแล้วครับ เอาเป็นว่า เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า สำหรับ “เขียนบล็อกอย่างไรให้โดน” มันมีที่มา ที่ไป ที่ต้องเขียนยังไงกัน โดยผมขอแยกย่อยออกเป็นข้อๆ เพื่อง่ายต่อการทำความเข้าใจ และนำไปปฏิบัติครับ
Offline Blogger: บล็อกเกอร์ออฟไลน์
เมื่อวานช่วงเย็นๆ ประมาณสักทุ่มสองทุ่ม รู้สึกเบื่อๆ เซ็งๆ ยังไงก็ไม่รู้ เลยถือโอกาสออกไป สูดอากาศนอกห้องบ้าง ไปเดินเล่นเปิดท้ายขายของ ซะคนเดียวเลย ตลาดเปิดท้าย ในอุดรนี่ก็แปลกนะครับ แบ่งอาณาเขตกัน เป็นหย่อมๆ แล้วขยันแต่งชื่อซะหลายชื่อ หนึ่งล่ะ ตลาดปรีชา สองก็ไนท์พลาซ่า และสามก็ Center Point ครับ เบ็ดเสร็จแล้ว เรียกรวมๆกันว่า “เปิดท้าย” ครับ ส่วนขนาดพื้นที่นี้ กว้างขวางเอาการเชียวนะ ถ้าเดินๆ เล่นๆ ก็เอาจนปวดขา โน่นล่ะถึงจะดูหมด
ตลาดเปิดท้ายนี้ เป็นแหล่งแฟชั่นของวัยรุ่นอีกที่หนึ่ง ที่มักมีวัยรุ่นหนุ่มๆ สาวๆ มาเลือกซื้อเลือกหา จับจ่ายใช้สอย บ้างก็มานั่งสวีทหวานฉ่ำกินส้มตำ กันอย่างเอร็ดอร่อย บ้างก็หาเสื้อผ้าใหม่ๆ มาแต่งองค์ทรงเครื่องกันอย่างจ้าล่ะหวั่น สาวๆบางคนนี้ แต่งกันซะผมไม่กล้ามองเลยครับ ยิ่งตอนเดินไปคนเดียวนี่ดิ ต้องหลบเลย (กลัวเขาแซว) แต่ยังคิดอยู่ในใจเหมือนกันว่า “ทำไมไม่ใส่ชุดวันเกิดมาเลยล่ะครับ คุณเธอ” เออ… คิดไปแล้ว มันก็คงไม่ต่างจากแหล่งชุมนุมวัยรุ่นเมือง หรอกมั้งเนอะ

