Posts Tagged ‘ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตต์’
เข้ากรุงครานี้ เสียจริตไปนิด แต่ได้ความรู้สึกดีๆมาหน่อย ถือว่าเท่าทุน
สวัสดีอย่างเป็นทางการอีกครั้งนะครับ พี่น้องที่น่ารักทุกท่าน ต้องขออภัยเป็นอย่างสูงที่นายเดย์ ชายน้อยผู้บอบบางและอ่อนต่อโลก กลับมาอัพเดตสถานการณ์เรื่องราวการผจญกรุงช้าไปหน่อย เรื่องของเรื่องคือตอนนี้กำลังปรับสภาพตัวเอง ให้กลับมาเป็นเด็กต่างจังหวัดและหนุ่มบ้านนอกตามเดิม อีกทั้งช่วงนี้กำลังปรับสภาพทางจิต ที่วิตกจริตของตัวเองให้กลับมาเหมือนเดิม “เหงา เบื่อ คิดถึง รอ” คือคำตอบของผมในตอนนี้ ไม่ต้องถามว่าเรื่องอะไร เพราะยังไงผมก็ไม่บอกคุณ เอิ๊กๆ
เอล่ะครับมาฟังเรื่องที่ผมจะเล่ากันสักหน่อย เห็นว่าหลายๆคนก็รอให้ผมเล่าเรื่องราวเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน อันนี้ผมทักท้วงเอาเองนะครับ ไม่หน้าด้าน แต่หน้าอายเสียมากกว่า เรื่องมันอาจจะไม่สู้ดีนัก เริ่มต้นตั้งแต่วันเดินทางแล้วล่ะครับ ฉุกละหุกมากมาย เพราะต้องเตรียมตัวหลายๆอย่าง กระป๋งกระเป๋า เสื้อผ้งเสื้อผา และมาม่าสักซอง ติดกระเป๋าไว้ประทังชีวิต ตี๋ตัวรถปรับอากาศ (พูดง่ายๆคือรถทัวร์นั่นแหละครับ อย่าต้องให้นั่งเครื่องบินไปเลย เก็บตังค์ไว้กินข้าวจะดีกว่า) ดิ่งลงปราจีนบุรี ในวันที่ 1 เมษายน 2551
ผมต้องขึ้นรถในเวลา 2 ทุ่มตรงครับพี่น้อง (20.00 น.) ไปซื้อตั๋วอะไรมาเรียบร้อย พอใกล้ถึงเวลา ก็ต้องให้น้องพาไปส่งขึ้นรถ แต่เจ้ากรรมนายเวรครับ กุญแจรถมอ’ไซต์หาย ตายล่ะหว่า ทำไงกันทีนี้ จากที่ที่อยู่ตอนนั้น ก็ไกลพอเดินเมื่อยอยู่เหมือนกัน เราก็พากันหากุญแจล่ะครับทีนี้ 20 นาทีผ่านไป (19.50 น.) ไวเหมือนโกหก ยังหาไม่เจออีก เฮ้อ… สุดท้ายถอดใจ ถ้าไปไม่ทันก็ตีตั๋วใหม่ก็ได้ แต่สุดท้าย ก็เอารถอีกคันไป เหอๆ ลืมไปว่ามีรถอีกคันอยู่ เอ๋อเหรอครับ ณ วินาทีนั้น สุดท้ายก็ขึ้นรถทันพอดี เฉียดฉิว และขึ้นรถผิด เด็กรถไล่ไปขึ้นรถคันอื่นอีก อ้าว เอ็งชักเสียสติไปใหญ่แล้วไอ้เดย์เอ๋ย
วกกลับมาครับ…. หลายท่านคงงงกันไปใหญ่ ว่าผมไปปราจีนบุรีทำไม พอดีว่าผมกลัวหลงทางครับ ต้องหาตัวประกันไปด้วย นั่นคือพี่สาวของผมเอง ผมไปพักที่ปราจีน 1 วัน (ก็คือวันที่เดินทางไปถึงนั่นแหละครับ ไปถึงเวลาตี 4 ของวันที่ 2 เมษา (04.00 น.) ไปถึงก็นอนไม่หลับอีกล่ะ เหนื่อยกับการนั่งรถ สรุปว่าไม่นอนเลย ฮ่าๆ) ทั้งที่การพักผ่อน ณ ตรงนั้น ก็ไม่เชิงว่าจะเป็นการพักผ่อนที่ดีนัก ตกเย็นมา พี่สาวพาไปเลี้ยง เนื่องในโอกาสที่น้องชายไปเหยียบถิ่น ฉลองเบียร์กันแต่หัววัน นั่งไปนั่งมาถึงตีสอง ไม่ได้แล้วล่ะ ต้องนอนสักหน่อยแล้วมั้ง ประเดี๋ยวจะเอาใบหน้าโทรมๆไปประจานตัวเอง ให้อับอาย
ตกลงว่าวันนั้นได้นอนเพียง 2 ชั่วโมงครับ เพราะต้องขึ้นรถตอนตี 5 (05.00 น.) เข้า กทม. ผมให้พี่สาวไปอาบน้ำก่อนครับ ไล่ให้รีบผ้าให้ด้วย เอ้า ใช้เข้าไป เราก็ไปทันขึ้นรถตี 5 ของวันที่ 3 เมษา ซึ่งเป็นวันงานพอดี นั่งรถไม่นานก็ถึงกรุงเทพฯแล้วครับ ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมงเอง ไปถึง กทม. หนึ่งโมงเช้าพอดี (07.00 น.) คราวแรกก็ไปปล่อยไก่ที่แถวๆอนุเสาวรีย์ชัยฯอ่ะครับ รอรถเมล์ว่าจะไปสายไหนดี จะนั่งแท็กซี่ก็ไม่ดีกว่า สุดท้ายเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าไปดีกว่า แต่ก็นะ ฮ่าๆไปไม่เป็นครับพี่น้อง เด๋อๆด๋าๆ มั่วๆไป อ้าวเฮ้ย สุดท้ายตูก็ไปได้นี่หว่า อาศัยเดินตามตูดพี่สาวครับ ถ้าผมไปคนเดียวก็คงนั่งร้องไห้อยู่ตรงนั้นแหละ เอิ๊กๆ นั่งรถไฟฟ้าก็ไม่ผ่านศูนย์ประชุมสิริกิติ์อีกล่ะ ทำไงดี ก็ถามประชาสัมพันธ์สิครับ สุดท้ายก็ไปต่อรถไฟใต้ดินไปลงหน้าศูนย์ประชุมพอดีฯ ใช้เวลา 30 นาที นับตั้งแต่วางเท้าลงเหยียบกรุงครั้งแรก สรุปครับ.. ผมไปถึงสถานที่จัดงานในเวลาหนึ่งโมงครึ่งพอดี (07.30 น.)
3 และ 5 เมษา เจอกันที่งานสัปดาห์หนังสือฯ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์นะครับ
มัวแต่ผัดวันประกันพรุ่ง ไม่ได้แจ้งข่าวเกี่ยวกับงานสัปดาห์หนังสือฯ ให้พี่น้องได้ทราบสักที วันนี้ถือเป็นโอกาสเหมาะแล้วครับ ที่ต้องบอกแจ้งแถลงไขออกไป ไม่งั้นคงไม่มีโอกาสได้เขียนบล็อกอีกเป็นอาทิตย์เลย เรื่องของเรื่องมันเป็นเรื่อง ที่ฟังดูแล้วไม่เป็นเรื่องเท่าไหร่หรอกครับ (ถ้ารู้จักวงร็อคไม่เจ็ดแต่ก่อน ก็จะรู้ว่ามันเป็นเรื่องขี้หมาครับ) ก็แค่เรื่องของหนุ่มไอทีบ้านนอกคนหนึ่ง จะเดินทางเข้ากรุงไปหลงกันให้รู้แล้วรู้รอดสักทีหนึ่ง พูดตามจริงครับ เรื่องจริงไม่ต้องอาย แหะๆ ผมเคยไปที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์นี้ แค่ 2-3 ครั้งเอง แต่ล่ะครั้งที่ไป ก็ไปดูงานแทบทั้งหมด ตั้งแต่ตอนเรียนอยู่มหาลัยโน่น หลังจบมาแล้ว 2 ปี ไม่เคยเข้าเหยียบกรุงให้วุ่นวายหัวใจเลย ฮ่าๆๆ
อืม… มีคนบอกว่าคนกรุงแล้วน้ำใจครับ อันนี้ไม่รู้นะ แบบว่าได้ยินมา สงสัยต้องไปสัมผัสให้เห็นกับตากันสักคราแล้วล่ะ และไปคราวนี้ก็คงจะอยู่หลายวัน คงไปหาที่ซุกหัวนอนแถวๆสะพานลอย ไม่งั้นก็สถานีรถโดยสารประจำทาง บขส. ล่ะมั้ง เอิ๊กๆ พูดมาน่ารันทดเสียจริง พี่ต๊ะ (เจ้าของผลงานเที่ยวไปรวยไป และเปิดกระโหลกสร้างเงินล้านออนไลน์) ก็มีแอบๆชวนๆ ไปพักด้วยที่พัทยาซิตี๊โน่น พอถึงวันก็ดิ่งรถเข้า กทม. เลย ต้องขอบคุณในน้ำใจที่ เอื้อเฟื้อนักเขียนรุ่นน้องคนนี้ด้วยใจจริงครับ ส่วนนายเอฟ (AdSense Optimization และอีกเล่มกำลังจะเปิดตัวในงาน ยังไม่รู้ชื่อหนังสือแต่เห็นเป็นเกี่ยวกับ Blogger+Blogspot ตามแนวถนัด) ก็ถามไถ่เรื่องที่พัก ที่อยู่ที่กินมาเหมือนกัน นายคนนี้แนะนำได้โดนใจมากครับ 7-11 ฮ่าๆ
รายละเอียดของงานนี้ เห็นบอกว่าจัดกันใหญ่โต ไม่ใช่แค่ให้นักเขียนไว้นั่งยิ้มแฉ่ง อวดหล่ออวดสวย เหมือนทั่วไป ชื่องานก็ตั้งซะดูเด่น TARAD Million in the Air : Millionaire Online จัดกันที่ห้อง Meeting Room 1 และอย่าถามผมนะครับว่ามันอยู่ตรงไหน เพราะผมก็ไม่รู้คือกัน เดี๋ยวคงไปเดินหาเอาในงาน (ใครอยากไปร่วมงานก็ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้เลยนะครับ อาจไม่มีที่นั่ง แต่ก็มีที่ให้ยืน แต่ผมว่ามันคงไม่ถึงขนาดนั้นมั้ง) โดยใช้เวลาไปกว่าครึ่งวันของวันที่ 3 (งานเริ่ม 9 โมงถึงเที่ยงครับ) พอเข้าช่วงบ่าย เราก็จะไปประจำกันที่บู๊ทซีเอ็ดกันต่อ หวังว่าคงตามตัวผมไม่ยาก ถ้าอยากจะเจอกันจริงๆ (มองหาคนที่หล่อที่สุดครับ เิอิ๊กๆ) แต่น่าเสียดายมากครับ ที่วันนั้นไม่ตรงกับวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ เฮ้อ… หลายๆคนคงติดภาระกิจการงานไฟท์บังคับกระมัง
แต่ช้าก่อนครับ ช่วงวันที่ 3-5 เมษา ผมยังอยู่ใน กทม. ครับ (หาตัวได้แถวๆสะพานลอย) นัดเจอตัวได้ แต่จะนัดยังไงล่ะ ใครที่ติดเลี้ยงข้าว* เลี้ยงเหล้า*ผม ก็เตรียมเคลียร์บิลนะครับ ผมจะไปถลุงสักดอกสองดอก อืมวกกลับมา… ผมจะไปแจกลายเซ็นต์ที่บู๊ทซีเอ็ดกันอีกครั้ง (ไม่รู้จะมีใครอยากได้กันหรือเปล่า) ในวันที่ 5 เมษา เวลาประมาณ 5 โมงเช้าไป ไม่รู้จะกลับตอนไหน ถ้าไม่เห็นผมแสดงว่าผมกลับแล้วมั้ง อีกอย่าง… งานนี้ผมอาจได้ไปหัวเดียวกระเทียมลีบนะครับ ถ้าเห็นผมตกรถตกรา ก็กรุณาใช้เท้าของท่านถีบส่งสักที หลังจากนั้นก็เจอกันอีกที ที่ สน. พญาไท ฮ่าๆ
ไม่อยากโม้ให้มากความ เพราะโม้ไปกลัวน้ำลายฟูมปาก พรุ่งนี้เย็น (1 เมษา) ผมก็จะเดินทางแล้วครับ แต่ไม่ได้เข้า กทม. เลยนะ ส่วนจะไปไหนนั้น อันนี้ไม่บอกครับ กลัวโดนอุ้ม จะเข้าไปจริงๆก็วันที่ 3 เมษาตอนเช้าเลย ไม่รู้จะทันการณ์หรือเปล่า อันนี้ค่อยเช็คเวลาดีๆอีกทีหนึ่ง และผมจะกลับมาอุดรธานีอีกที ก็คงเป็นหลังวันที่ 5 เมษา อันนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด แล้วแต่สถานการณ์พาไป แต่ยังไงๆผมก็กลับมาอยู่ที่อุดรอยู่ดีแหละครับ เมืองไม่ใหญ่ไม่วุ่นวาย สบายใจ สบายตัว ไม่เปลืองตัวและหัวใจ (เกี่ยวกันไงหว่า)
หลังจากกลับมาจากโน่น ก็คงต้องมาถลุงโปรเจคที่คงค้างของตัวเองต่อไป และก็ต้องเตรียมทำใจไว้ล่วงหน้าว่า…. เฮ้อ…
พี่น้องครับ ผมจะเก็บภาพบรรยากาศมาต้อน หลังจากกลับมาถึงที่ประจำการ หลังจากพรุ่งนี้ไป ก็วานพี่น้อง ช่วยดูแลบล็อกแทนด้วยนะครับ เดี๋ยวเกรียนจะมาสแปม
ว่าแต่มีใครจะไปงานนี้ด้วยกันมั๊ยครับ!!!! พี่น้อง!!!!
ปล. เขียนเอนทรีนี้ด้วยความพะอืดพะอม เน็ตเน่าครับ เซ็งไก่ !@%46*I45

