Google Co-op: อยากมีเว็บไซต์สืบค้นบ้างไหม
Posted by iDay on
March 26, 2007
ถ้ามีคนมาถามคำถามแบบนี้ คุณจะตอบรับหรือไม่ตอบรับล่ะครับ ถ้าคุณตอบรับ Google Co-op คงเป็นคำตอบที่ผมจะให้คุณ Google Co-op เป็น Custom Search Engine หรือบริการที่ให้เราสามารถสร้าง Search Engine ได้เอง ทีนี้ล่ะครับ ท่านใดคิดอยากสร้าง Search Engine แบบไม่เขียนโปรแกรมเอง คงตาลุกวาวแน่ๆ แค่ได้ยินคำว่า Custom Search Engine เท่านั้น แต่บางคนที่ทำ AdSense อาจจะรู้หรือไม่รู้ก็ได้ ว่ามีบริการเช่นนี้อยู่ ส่วนตัวผมเองก็เพิ่งรู้วันนี้ล่ะครับ และเจอด้วยความบังเอิญเสียด้วย คือพอดีกำลังค้นหาข้อมูลเพื่อมาลงบล็อกอยู่ดีๆ เลยแวะไปดูใน Google Product เสียหน่อย

บริการตัวนี้ มีเว็บไซต์ดังๆ เข้ามาใช้บริการเยอะพอสมควร อาทิเช่น www.fao.org , www.jumpup.com เป็นต้น และเป็นบริการที่ใช้ร่วมกับ AdSense ได้ด้วย คือจะอยู่ในส่วนของ AdSense for Search น่ะครับ แต่ถ้าใครไม่มี Account ของ Google AdSense ก็สามารถใช้งานได้เช่นเดียวกัน รวมทั้งสามารถกำหนดไม่ใช้ Ads แสดงผลในหน้า Search Result ได้ด้วย ถ้ารู้สึกว่ามันรกหูรกตา
Custom Search Engine คงเป็นอีกหนึ่งหนทาง ที่ Google พยายามขยายฐานลูกค้าให้มากที่สุด เพื่อกินส่วนแบ่งทางการตลาดให้สูงที่สุด สำหรับไอเดียบรรเจิดชิ้นนี้ ผมต้องหาเวลาว่างไปนั่งเล่น สร้าง Search Engine เอง ก็น่าสนุกดีเหมือนกันนะครับ
Backrub Project
Posted by iDay on
January 26, 2007
Backrub Project เป็นโครงการแรกเริ่ม ที่สองผู้ก่อตั้ง Google คือ Sergey Brin และ Larry Page ได้ช่วยกันคิดค้น พัฒนา จนกลายมาเป็น Search Engine ชื่อดังในนาม Google บางท่าน บางคนคิดว่าคำว่า Google นี้ไม่มีความหมาย แต่แท้จริงแล้วคำว่า Google เพี้ยนมาจากคำว่า googol ซึ่งหมายถึงเลขจำนวนมากๆ คือเลข 1 ตามด้วย 0 สิบตัว ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของสัญลักษณ์ Gooooooooooooogle นั่นเองล่ะครับ
Social Bookmarking Algorithms
Posted by iDay on
December 24, 2006
ผมกล่าวถึง Social Bookmark มาไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบแล้ว อย่าพึ่งเบื่อนะครับ มันมีเรื่องให้ค้นคว้า และน่าศึกษากว่าระบบของ Search Engine เสียอีก ไม่งั้นจะถูกผสมรวมลงเป็นหนึ่งในหลักการของ Web 2.0 หรือครับ ทั้งที่ระบบของ Search Engine ยังคงอยู่ในหลักการของ Web 1.0 อยู่เลย ถ้าไม่พัฒนาไปอีก และไปอีก ซึ่งก็แน่นอนว่าทุกก้าวย่างของการพัฒนา ระบบ Algorithm ของ Search Engine ก็ย่อมที่จะเปลี่ยนแปลงไปเสมอ ยกตัวอย่างให้ดูง่ายๆ คือ ปรากฏการณ์ Google Sandbox Effect และ Google Update Florida ไงครับ ซึ่งเป็นของยักษ์ใหญ่แห่งวงการค้นหาอย่าง Google รายเดียวเท่านั้น แล้วถ้ารวม 3 รายเข้าไปล่ะ ลองคิดดูแล้วกันว่ามันจะเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน และไอ้ Sandbox Effect นี่ละครับ ผมไม่ชอบเอาเสียเลย ที่เป็นตัวกรองตัวหนึ่งที่อาจทำให้เว็บไซต์หรือ Blog ใหม่ๆ ติดอันดับในผลงานค้นหาได้ยาก ทั้งนี้แล้ว บางส่วนก็ต้องชมและยกนิ้วให้ สำหรับการป้องกัน Spam ได้ แต่ก็ทำให้ Blog ใหม่ๆแต่ดีๆ ตกไปเหมือนกัน
Google มีอิทธิพลต่อวงการอินเตอร์เน็ตพอสมควร บริการหลายๆ อย่างของ Google สร้างความประทับให้กับผู้ใช้อินเตอร์เน็ต จนกระทบกระทั่งไปถึงเจ้าพ่อซอร์ฟแวร์อย่าง Microsoft ถึงขนาดอดรนทนไม่ไหว ขอ Takeover Google ไปหลายครั้ง แต่จนแล้วจนรอด Google ก็ยังทานอำนาจ ยืนหยัดไหว ไม่ยอมสละบัลลังค์ให้ง่ายๆ เร่งพัฒนาระบบของตนต่อไป เปิดบริการใหม่ๆมาอย่างต่อเนื่อง ฝ่าย Microsoft และ Yahoo ก็ใช่ย่อย ยกทัพตามมาติดๆ เหมือนกัน สมรภูมิรบแห่งนี้ นับวันยิ่งทวีความดุเดือดขึ้นทุกวันๆ ถ้าดาบไม่หัก ปืนใหญ่ไม่ระเบิด มันต้องตายไปข้างใดข้างหนึ่งแน่ๆ ชาตินี้ครับ
หากจะว่าไปแล้วนั้น Search Engine ใช้สมการทางคณิตศาสตร์อันสลับซับซ้อน สร้าง Robots มาเก็บข้อมูลบนหน้าเอกสารเว็บไซต์ โดยไต่ไปตามเครือข่ายไยแมงมุม (WWW) มี Algorithm มาประมวลผลร่วม เพื่อให้แสดงผลการค้นหาอย่างครอบคลุมที่สุด และเรื่อง Algorithm นี่แหละครับ เป็นเรื่องยากต่อการทำความเข้าใจ ไม่มีใครรู้ คนรู้ก็เพียงแนวคิดความน่าจะเป็นเท่านั้น
โดยหลักการของการปรับแต่งเว็บไซต์หรือ Blog ให้ติดอันดับ ความสำคัญสูงสุดคือลิงค์ รองลงมาคือ จำนวน Keyword ที่ปรากฏบนเนื้อหา จากนั้นคือจำนวน Traffic UIP และ Domain Profile ทั้งนี้ไม่รวม Domain Name เพราะส่วนตัวคิดว่า เป็นตราสินค้าหรือ Brand เท่านี้ ส่วน Meta Tag นี้ ตัดทิ้งไปเลย เพราะ Search Engine นำมาพิจารณาประกอบเพื่อตรวจสอบว่าเว็บไซต์หรือ Blog นั้น เป็น Spam หรือไม่เท่านั้น ถึงแม้จะนำมาใช้ประกอบในหน้าแสดงผลค้นหา (Search Result) ก็ช่างเหอะ เพียงเขียนย่อหน้าแรกดีๆ ถึงแม้จะไม่มี Mata Tag แต่ Search Engine ก็จะดึงข้อมูลเหล่านี้ไปแสดงแทน เรื่องตัวอักษร หนา เอียง ขีดเส้นใต้ หรือพาดหัว (H1,H2,H3) นี้ ถ้าเราใช้ Blog Software อย่าง WordPress ทำ ก็ควรเน้นลงไปด้วย ล่ะกัน ถึงแม้จะมีผลน้อยแต่ก็ดีกว่าไม่ทำเลย

ที่ผมเอาเรื่องของ Search Engine มาเขียนร่วมกับ Social Bookmark ก็เพราะว่า ไม่อยากให้ละทิ้งหลักการนี้ไป SEO (Search Engine Optimization) ยังใช้ได้อีกนานครับ ตราบใดที่การมาของ Web 2.0 ยังไม่ส่งผลกับผู้ใช้อินเตอร์เน็ตมากมาย ผู้พัฒนาระบบเว็บไซต์ (Webmaster) ยังให้ความสนใจกับความสวยงาม และกราฟฟิกเพื่อแต่งเติมเว็บไซต์ มัวแต่ประกวดผลงานการออกแบบ ดีไซด์ โดยไม่คำนึงถึง W3C เลย อาจจะรู้หรือไม่รู้ว่า Web Browser เกือบทั้งหมด กำลังปรับตัวให้เข้ากันได้กับมาตรฐานเว็บไซต์ (W3C) แปลภาษา HTML แล้วแสดงผลออกมาได้ถูกต้อง เหมือนกันหมด ไม่ว่าจะใช้ Web Browser ของค่ายไหนเชื่อมต่อเข้าอินเตอร์เน็ต




