บ่นๆเรื่องเว็บดักคีย์เวิร์ดมาเรื่องหลายตอน ขอบ่นอีกรอบจะเป็นไรมั๊ย เหอๆ วันนี้กว่าจะหาเวลาที่เหมาะสม มาเขียนบล็อกของตัวเองก็ปาเข้าไป 5 ทุ่มกว่า เบ็ดเสร็จแล้วถ้าเขียนเรื่องนี้จบ คงเริ่มต้นวันใหม่ของอีกวันคือวันพรุ่งนี้เลยมั้ง ถ้างั้นก็ขออรุณสวัสดิ์ พ่อแม่พี่น้อง ที่นอนเช้าตื่นสายทุกท่าน เฮ้ย!!! ไม่ต้องหอบผ้าหอบผ่อนมาอ่านบล็อกผมให้ยุ่งนะ เลือก “อ่านให้น้อยๆ และทำเองให้มากขึ้น” ดังที่ผมพูดไว้เมื่อเรื่องที่ผ่านมาจะดีกว่า อะไรที่ผมเขียนไร้สาระ ก็ช่างหัวผมแล้วกัน ว่าไปโน่น…
หลายคนคงพอรู้เรื่องการสแปมมาพอๆกับผมนะครับ เมื่อครั้งที่เรายังคงอยู่ในยุค Web 1.0 ที่มีเพียงเนื้อหาด้านๆ มีการโต้ตอบผู้ใช้น้อยๆ รวมไปถึงมัลติมีเดียไร้สีสัน และอินเตอร์เน็ตบรอดแบรนด์ ความเร็วต่ำ (เรียกซะสวยหรู) เป็นยุคเฟื่องฟูของมือบอลสแปมเมอร์ทั้งหลาย ได้ทำการส่งโฆษณาไร้สาระ ถึงผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตกันอยู่เนืองๆ ไม่ว่าจะเป็นการสแปมบอร์ด (ใส่เนื้อหาที่ก่อให้เกิดความรำคาญต่อผู้ใช้งาน) การส่งเมล์ทีละมากๆหรือ Spam Mail ทีีเรียกกันว่า Email Marketing นั่นแหละ เอิ๊กๆ ทำดีก็รอดตัวไป ไม่ถือว่าตั้งใจเสริมส่ง แต่ถ้าทำแบบหุนหันพันแล่น ก็เล่นเอาบวมอุราเช่นกัน ซึ่งแต่ก่อนนั้นพบบ่อยมาก (แต่ไม่ถึงกับบ่อยเท่าปัจจุบัน) อีเมล์ขยะส่งหาผม มาเป็นตับๆ (ถ้าเป็นเงินล่ะก็ว่าไปอย่าง) สืบต่อมาจนถึงปัจจุบันนี้ เรื่องการสแปมเมล์ที่ว่านี้ ก็ลดๆลงไปบ้างแล้วล่ะครับ คงเป็นที่ พรบ. คอมฯ ประกาศใช้อย่างเป็นทางการนั่นล่ะมั้ง จึงทำให้ผู้คนขยาดที่จะทำกัน แต่ถึงอย่างไรก็ตาม มันก็ใช่ว่าจะหมดไปจากโลกออนไลน์ของเรา เพราะชนกลุ่มน้อยที่หน้าด้านยังคงอยู่ จะหมดไปได้อย่างไรเสีย ว่ามั๊ย???
Spam 1.0 เริ่มเลือนๆลงไป แต่ยุคของสแปมเมอร์ยุคใหม่ก็เข้ามาแทนที่ ผมขอรวมพวกเว็บดักคีย์เวิร์ดทั้งหลาย เข้ามาไว้ใน Spam 2.0 นี้ด้วยแล้วกันนะครับ เพราะพึ่งมีกันได้ไม่นาน พอดีคนเราเห็นคนหนึ่งทำ อีกคนก็อยากทำตามว่างั้นเหอะ ที่จริง ถ้าผมจะทำก็ย่อมทำได้นะครับ หลักการเหล่านี้ไม่ได้ยากอะไรมากมาย แค่สรรหาคำที่คิดว่าคนเราจะค้น มาสร้างเป็นคีย์เวิร์ด มันก็เท่านั้น ส่วนจะหาได้จากที่ไหนนั้น หุหุ ขอไม่บอกก็แล้วกันนะครับ ประเดี๋ยวจะเป็นการตีแผ่ความรู้ด้านมืด แล้วพาลมาด่าผมล่ะยุ่งเชียว
Spam 2.0 ตัวต่อมาคือ การ Ping นั่นเองครับ ผมขอท้าวความไปถึง Ping สักหน่อยแล้วกัน ว่าความหมายมันคืออะไร เพราะยังมีบางท่านที่ยังงๆกับ คำๆนี้ “Ping คือการส่งสัญญาณ หรือส่งซิกส์ไปยัง Ping Server ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นของ Blog Search Engine ชื่อดังอย่าง Technorati.com หรือแม้แต่ Google Blog Search ก็ตาม ทั้งนี้เพื่อให้ Ping Server เหล่านี้ ส่งบอทมาเก็บข้อมูล ในบล็อกเรา และี้เพื่อเป็นการแจ้งให้ทราบด้วยว่า บล็อกเราอัพเดตเนื้อหาแล้วนะ ส่งบอทมาเก็บข้อมูลเร็วๆ” อะไรประมาณนี้ล่ะครับ แต่ปัจจุบันนี้ การ Ping ที่ว่าไปนั้น กลายเป็นเครื่องมือชั้นดี ให้เหล่าสแปมเมอร์ได้เลือกใช้ไปแล้ว พวกนี้วันๆไม่ต้องทำไรหรอกครับ นั่ง Ping Blog ทั้งวัน (มันไม่ได้ยากขนาดนั้นหรอกครับ มีโปรแกรมเมอร์พัฒนาโปรแกรมขึ้นมา ให้สุ่ม Ping ตามระยะเวลาที่กำหนด และทั้งนี้ก็สุ่มก็เยอะซะเหลือเกิน)
Spam 2.0 ตัวถัดมาก็การ Tag ไปยัง Technorati.com อ้าว..กรรม เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ไม่ได้บิดพริ้วข้อมูลแต่อย่างใด การ Tag ไปยัง Technorati นั้น คือการส่งคำใดคำหนึ่ง หรือป้ายคำ เพื่อชี้แจงรายละเอียดในบล็อกเราว่า เนื้อหานี้มันเกี่ยวข้องกับเรื่องราวพวกนี้นะ อะไรเช่นนี้ แต่คนเราเล่นพิเรนณ์ครับ ใช้คำสองคำไม่พอ เล่นเอาทั้งยวง อะไรพอที่จะจัดเป็น Tag ได้ ยัดใส่ให้หมด (ใส่แม่งเลย เอิ๊กๆ)ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเนื้อหา แต่ดันหน้าด้านใส่ไปก็มี ผมก็คงได้แค่คิด เหมือนดังพิธีกรท่านหนึ่งล่ะครับ ว่า… แหม ทำไปได้
เมื่อเป็นประการล่ะฉะนี้ การ Tag ไปยัง Technorati เริ่มมีผลน้อยลงหรือแทบไม่มีความหมายเลย ก็อย่างว่าล่ะครับ เราไม่ได้ Tag ไปเพียงคนเดียว มีผู้คนนับล้านๆส่งคำกันเข้าไป แล้วคำเหล่านี้ ก็มีกันมากเหลือเกินครับ เป็นล้านๆคำ ลองให้เบน เกทส์ นักล่าสมบัติชื่อก้องโรงหนัง มาแกะคำเหล่านี้ออกมาสิ อาจมีปริศนาอักษรคู่ อยู่ในนั้นก็เป็นได้ เอิ๊กๆ และด้วยเหตุนี้ล่ะครับ ผมถึงบอกว่าถ้าเลิกได้ก็เลิกเสีย ทำไปก็งั้นๆ กลายเป็นทำลิงค์ออกให้บล็อกตัวเอง เฉยๆ และตอนนี้ผมเองก็เลิกแล้ว หันมาสร้าง Tag ที่ติดมากับระบบของ WordPress แทนจะดีกว่า อะไรต่างๆจะเปลี่ยนไปเยอะครับ ไม่เชื่อก็ลองเช็คอินเด็กซ์ของ iDayBlog.com ดูสิ เทียบกับบล็อกอื่นๆดูเองแล้วกัน แล้วท่านจะเห็นความต่างอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะผมกลับไปแก้ไขเรื่องราวทั้งหมด ที่เขียนมาเป็นปีๆ ด้วยมือทั้งหมด (สามร้อยกว่าเรื่อง) ทั้งนี้ก็ใช้เวลาไปหลายวันเหมือนกัน ถือโอกาสแก้ไขจุดพลาดของเนื้อหาไปด้วยในตัวครับ
ตอนนี้ผมชักง่วงแล้วล่ะครับ สมองชักตันๆ เพราะอีก 5 นาทีจะหกทุ่มแล้ว ผมคงจะเขียนได้ไม่จบ ขอยกยอดไปเขียนเป็น Series อีกเช่นเคย เพราะยังมี Spam 2.0 ที่เหลืออีกจำนวนหนึ่ง หนึ่งในนั้นก็มี Social Bookmarking ด้วยนะครับ อยากรู้ต้องรอติดตาม เอิ๊กๆ หลอกให้อยากแล้วจากไป อีกตามเคย ไปล่ะครับ
Ping, Spam 2.0, Tag, Technorati, ดักคีย์เวิร์ด
มาต่อเนื่องกันเลยนะครับ สำหรับ Series รายได้ปลายเมาส์ของเรา ก็ลุยมาได้ตั้งสองตอนแล้วแหนะ จะเขียนอะไรกันนักกันหนาวะ ตอนนี้ก็เข้าตอนที่ 3 กันแล้ว ถ้าไม่จบ คงต้องยกยอดไปเขียนเพิ่มอีกตอน จะเบื่อกันหรือเปล่าน้อ… หลายคนอาจจะเบื่อ เพราะผมมัวแต่เขียนเรื่องเดิมๆ ซ้ำซาก แต่เอาน่า ทนๆอ่านไปก่อน เดี๋ยวก็รวยเองแหละ ใจเย็นๆค่อยๆทำ เน้นแบบใสๆเข้าไว้ (เฮ้ย!!! จะทำโฟมล้างหน้า ขายหรือนี่)
มาๆมาเข้าเรื่องกัน เมื่อวานนี้ผมโม้ไปถึงไหน ไม่รู้ แต่ช่างมันเหอะ วันนี้ผมคงจะมั่วและโม้ ได้อีกวันอย่างสบายๆ การหารายได้จากปลายเมาส์คลิก ของผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตในปัจจุบันนี้ กำลังเป็นที่สนใจและลงมือทำกันอย่างมากมาย จะด้วยเหตุผลที่ว่า มีการเขียนหนังสือตำรับตำราต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้ ออกมาวางขายกันหลายต่อหลายเล่ม และผู้คนที่ซื้อหนังสือมาอ่าน ก็อยากลองความรู้ของตน มันก็ของตายอยู่แล้วล่ะครับ ว่ามั๊ย ซื้อมาแล้วอ่าน แต่ไม่ได้ลงมือทำ มันก็ไม่เิกิดอะไรขึ้นมาเลย ผมเองก็ยังเปลี่ยน วิธีคิดใหม่เลย “อ่านให้น้อยลง ทำให้มากขึ้น” ซึ่งแต่ก่อน ผมมักจะชอบอ่านไปเรื่อยๆ สนใจก็เก็บไว้ ประดับบารมีเฉยๆ ใครถามตอบได้หมด เพราะอ่านมา แต่ตัวเองดันทำตามนั้นไม่ได้ เอิ๊กๆ เวรกรรมๆ
การทำรายได้ด้วยปลายเมาส์คลิกของคนอื่นนั้น ว่ากันว่าถ้าต้องการผลสำเร็จต้องมีความขยันเข้าไว้ หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องมือที่ส่อไปในทางไม่ดี จำพวกเครื่องมือเกี่ยวกับ Black Hat ทั้งหลาย ลดการ Ping ให้น้อยลง พวกที่ Ping เช้า Ping เย็น เลิกเสียเถอะครับ และอีกหนึ่ง คือเรื่องการ Tag ไปยัง Technorati.com นั้น พอเพลาๆได้ก็เพลาๆลงนะครับ ประเดี๋ยวจะเป็นการ สร้างลิงค์ออกโดยไม่จำเป็น สร้าง Tags เฉพาะไว้ภายใน WordPress ก็พอ เพราะติด Index ใน Google ได้ดีนักแล อีกหนึ่งความฮึดที่ควรมีไว้ประดับตน คือหมั่นไปเพิ่มชื่อใน Blog Directory ทั้งหลาย ส่วนการส่งบทความเข้า Social Bookmarking นั้น ก็เป็นอีกหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันครับ
ส่วนตัวผมเองนั้น ไม่ค่อยจะจริงจังกับ รายได้ปลายเมาส์เหล่านี้มากนัก เพราะผมยังเชื่อว่าความแน่นอน คือความไม่แน่นอน ของสิ่งเหล่านี้ มันยากยิ่งจะคาดการณ์ได้ล่วงหน้านัก (ถ้าจะอ้างว่าเส้นขี้เกียจ มันคั่นตัวผมกับมันก็ย่อมได้) ฉะนั้นจึงหันหัวเรือแจวลำเล็กๆลงเล่น Affiliate เสียดีกว่า ถึงแม้จะยากยิ่งกว่า แต่มันก็มาพร้อมด้วยความมั่นคงกว่านั่นเอง แต่ไม่ใช่ว่าการสร้างรายได้ปลายเมาส์จาก AdSense หรือ PPC รายอื่นๆนั้น ไม่ดีนะครับ หลายๆคนทำเงินจากมัน มานักต่อนักแล้ว ระดับแสนหรือล้านก็ว่ากันไป แต่วิธีการนั้นมันก็เน้น มาเร็ว ตายเร็ว ฉันนั้น วันนี้ก็จบแบบดื้อๆ อีกวัน เดย์หนอเดย์… หุหุ
AdSense, Adwords, Google AdSense, Google AdWords, จ่ายเมื่อคลิก, รายได้ปลายเมาส์
นายเดย์มาด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อยถึงปานกลางนะครับ วันนี้กะจะเขียนบล็อกเปิดประเด็นนี้ตั้งแต่เช้า เจ้ากรรมดันเน็ตมีปัญหาอีกหนแล้ว เข้าใช้บริการของ Google ทุกบริการไม่ได้เลยครับพี่น้อง ใครส่งเมล์หาผมวันนี้ คงไม่ได้ตอบกลับนะครับ อย่าหาว่างั้นว่างี้เลยนะ ไว้วันหลังอินเตอร์เน็ตผม เข้าที่เข้าทางเหมือนเดิม จะเคลียร์ให้ทุกข้อสงสัยเหมือนเคย… แถลงไขให้ทราบแล้วนะ… เอาล่ะๆ บ่นเล็กน้อย แล้วไปเข้าเรื่องกันเถอะครับ
ปกติแล้วผมจะติดตากับภาพเดิมๆ ของ Google Zeitgeist ว่าเป็นแหล่งรวมคำค้นที่มีผู้นิยมค้นหา (กระโดดมาแบบนี้เลย) มากที่สุดในแต่ล่ะเดือน และมักเอาคำว่า Zeitgeist มาคิดอยู่เรื่อยๆว่า บริการใดก็ตามที่เอาคำว่า Zeitgeist มาเกี่ยวข้อง ต้องเป็นผลรายงานเกี่ยวกับอะไรสักอย่างแหงมๆ และโดยปกติแล้ว ผมเองก็มักไม่ใส่จนผลรายงานจำพวกนี้มากนัก อย่างว่าล่ะนะไม่ได้เรียนสถิติมา ครั้นจะเน้นเรื่องสถิติ ที่ไม่ค่อยจะรู้เรื่องนี้ มันก็อาจจะทำให้ปวดหัว จนวันๆไม่ต้องทำอะไรไปเลยก็ได้ หรือคิดเช่นไรกันเอ่ย?
แต่หลังๆ (ช่วงที่เขียนไอเดย์) มานี้ชักบ้าสถิติ มีไรเก็บหมด เราไม่ได้ใช้วันนี้ พรุ่งนี้เราก็ต้องได้ใช้เหมือนเดิมล่ะนะ ซึ่งผมเคยใช้ตัวเก็บสถิติอยู่หลายตัวเหมือนกัน งงกับตัวเองเหมือนกันครับ ว่าจะติดตั้งอะไรเยอะแยะ แต่ตอนนี้เอาออกหมดแล้วครับ ติดตั้งไว้ก็หน่วงบล็อก ให้โหลดช้าเปล่าๆ ตอนนี้เลยเหลือแค่ตัว Google Analytics อย่างเดียว ซึ่งผมมองว่า เกินพอแล้วมั้งครับ มีรายงานตั้งเยอะตั้งแยะ และบ่างส่วนไม่รู้ว่ามีไว้ทำไมเลยก็มี แต่ก็อย่างว่าล่ะ ติด Google Analytics ไว้ เหมือนติดตั้งไว้ล้วงตับตัวเอง เหอๆ
วันก่อนพูดเรื่อง “รายได้ปลายเมาส์” ไป สุดท้ายเขียนไปยังไงไม่รู้ดันไปจบเอาระหว่าง Black hat กับ White Hat หลายคนสงสัยว่าผมเขียนไรกัน ใส่หมวกเขียนด้วยรึ เอิ๊กๆ นี่ล่ะครับ ถ้าจะทำเว็บไซต์หรือบล็อก เพื่อสร้างรายได้จากปลายเมาส์คลิกนั้น ถ้าเล่น Pay Per Click รายอื่นๆที่นอกเหนือ จาก Google AdSense ก็ว่าไปอย่าง ถ้าจะติดตั้งควบคู่กับ Google Analytics อ่ะนะ เพราะถ้าคุณๆท่านๆนี้ โปรโมทไม่ดี มีโอกาสร่วงได้ง่ายกว่าไม่ติดอะไรเสียอีก เพราะข้อมูลเหล่านี้ ผมว่าทาง Google เองต้องมีการเชื่อมโยงกันแน่ๆ เพราะ Account เรายังถูกเชื่อใโยงกันหมดเลย ทั้งใน Gmail, AdWords, AdSense หรือแม้กระทั่ง Blogger.com และ FeedBurner.com เองก็ตาม
คงเดาทางได้ถูกนะ ที่ผมเขียนมานี้ อาจจะงงเล็กน้อยก็ให้อ่านทวนอีกรอบ ไม่เช่นนั้นก็ไปอ่านต่อกัน ความหมายของผมคือ การติดตั้งตัวเก็บสถิติก็ดี การใช้อีเมล์ก็ดี การติดตั้ง Google Toolbar ก็ดี ถ้าใช้บริการของ Google เองทั้งหมด ทาง Google นั้นจะรู้ทุกความเคลื่อนไหวของคุณ มีเมล์มาหาคุณครั้งใด ทางระบบของ Google เปิดอ่านก่อนทุกที เพราะระบบของ AdSense จะต้องประมวลผล เพื่อหาโฆษณาต่างๆมาแสดง ให้มีลักษณะหรือคล้ายคลึงไปกับจดหมาย หรือเมล์นั้นๆ
ระบบโฆษณาที่แปรเปลี่ยนไปตามเนื้อหา ไม่ใช่รูปแบบโฆษณาที่น่าอัศจรรย์เกินคำบรรยาย อย่างที่ใครๆหลายคนพยายามบอก แต่เป็นเรื่องของความใกล้กันของกลุ่มคำทั้งหมดทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับผู้ลงโฆษณา AdWords ด้วย ว่าใส่คีย์เวิร์ดหรือคำใดลงไปบ้าง แล้วนำมาประมวลผลร่วมกันกับเนื้อหาของบล็อกต่างๆ ซึ่งแม้แต่ปัจจุบันนี้ ที่มีการพัฒนาให้เป็น Video Ads ได้ ยังต้องพึ่งพิงระบบ Tags อยู่ดี และ Tags ที่ว่านั้นแหละ ต่างยกย่องกันนักกันหนาว่าเป็น รูปแบบการจัดเก็บข้อมูล และอ้างอิงข้อมูลรูปแบบใหม่ โยงใยไปถึงระบบของ Metadata โน่น โอย… พูดไปชักยาว
การกว้านซื้อเทคโนโลยีของบริษัทอื่นๆ มาเป็นของตน เป็นวิธีการพัฒนา รูปแบบบริการของตนได้ดีนัก และผมเองก็มองว่าบริษัทต่างๆที่ Google ซื้อเข้ามา คือบันไดที่ทำให้ Google ยิ่งใหญ่ได้ปานนี้ อย่างว่าล่ะนะ มีเงินมันทำอะไรได้ทุกอย่าง และทำอะไร มันก็มีน้อยที่ทำให้ตัวเองดูน่าเกลียด รอติดตาม รายได้ปลายเมาส์#3 ในโอกาสถัดไป… จบมันดื้อๆ เช่นนี้แล…
AdSense, Adwords, Google AdSense, Google AdWords, จ่ายเมื่อคลิก, รายได้ปลายเมาส์
WordPress News01,6th,2008iDay
นานๆครั้งได้เขียนถึง WordPress ตามคอนเซ็ปท์ของไอเดย์บล็อกที กะจะเอาให้มันรู้ดำรู้แดงกันไปเลย โดยจั่วหัวไตเติ้ลซะทำคนคิดลึก WordPress รุ่นปีนเกลียว เอิ๊กๆ มาๆมาดูกัน… ปกติแล้ว เวลาชาย-หญิง หนุ่มสาวคบกัน โดยส่วนมากแล้ว ผู้ชายจะอายมากกว่าผู้หญิง (แก่กว่าว่างั้นเหอะ) ทั้งนี้เพื่ออะไร ไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด หรืออาจจะเป็นเพราะผู้ชายหนุ่มๆ ที่จะก้าวเข้ามาเป็นผู้นำครอบครัวในอนาคต ที่เรียกว่าควายเท้าหน้า เฮ้ย!!! ช้างเท้าหน้านั้น ต้องมีความเป็นผู้ใหญ่พอที่จะดูแลครอบครัว มีลูกสืบสถุน อ้าว… มีลูกสืบสกุล ต่อไปในอนาคต หรือไม่ก็หญิงสาวส่วนมาก ชอบผู้ชายที่มีอายุมากกว่านั่นเอง แต่… หญิงสาวบางคนก็รักเด็กนะครับ ชอบคว้าเด็กหนุ่มรุ่นหลาน เฮ้ย…รุ่นน้องมาควงบ่อยๆ และมีให้เห็นโดยทั่วไปเสียด้วย พวกนี้เขาไม่เกี่ยง เรื่องอายุกัน ว่ากันว่า อายุมันเป็นเพียงตัวเลข ขึ้นหลักเจ็ดก็ตัวเลขเหมือนกัน เหอๆ
การที่ชายคบหญิงอายุมากกว่านี้แหละ คือการปีนเกลียวหรือข้ามรุ่นขอรับกระผม และด้วยเหตุล่ะฉะนี้ ผมจึงให้นิยาม WordPress รุ่นถัดไปที่จะพัฒนาออกมาให้ได้ดูได้ชมกัน คือ WordPress 2.5 ที่จะออกมาในปลายเดือนมีนาคม 2551 นั้นว่า WordPress รุ่นปีนเกลียวนั่นเอง จะเพราะอะไรนั้น ก็สืบเนื่องมาจาก ทางทีมพัฒนามีการข้ามรุ่น 2.4 กระโดดไปพัฒนารุ่น 2.5 แทนยังไงล่ะครับ ประเด็นก็คือว่า ถ้าพัฒนารุ่น 2.5 ออกมา แล้วย้อนหลังไปพัฒนารุ่น 2.4 จะมีคนใช้รุ่น 2.4 รึเปล่า แน่ล่ะผมว่าไม่น่าจะมีแน่ๆ ดังนั้นรุ่น 2.4 ต้องยกเลิกออกไปแน่นอน ฟันธง!!!
โยงเรื่องมาเข้ากันจนได้นะนายเดย์ ทำเอาเกือบตาย… แต่สุดท้ายมั่วเรื่องเอามันส์จนได้ ต่อไปพักนี้ วงการบล็อก และบล็อกเกอร์เราคงเงียบๆไปพักใหญ่ (หรือเงียบมานานแล้ว) เพราะมัวแต่หลงระเริง ซุ่มทำเงินกันหรือเปล่าก็ไม่รู้ เหลือแต่ผมคนเดียวที่กระโตกกระตากไปวันๆ เหอๆ รอให้ WordPress 2.5 ออกมาซะก่อน ท่าทางจะมีอะไรเจ๋งๆให้เราได้ทดสอบกันแน่ๆครับ อย่างหนึ่งล่ะ ที่แอบเห็น มีการปรับเปลี่ยนหน้าตาในระบบแอดมิน ให้ดูดีมีฟอร์มขึ้นเยอะ รองรับมัลติมีเดียมากขึ้น ประยุกต์ใช้งานได้หลากหลายขึ้น และผมเองที่หลังๆแอบนอกใจ ไปคบหากับ Drupal คงได้กลับมาพักใจ ที่ตัวจริงอย่าง WordPress กันอีกหนหนึ่ง แล้วพี่น้องล่ะ แอบคบใครอยู่ นายเดย์รู้นะ…. วันนี้ผมขอตัวก่อนล่ะ ไร้สาระมาครึ่งวันแล้ว ขอบคุณที่แวะมาอ่านอยู่เป็นประจำนะครับ
WordPress, WordPress 2.4, WordPress 2.5, WordPress รุ่นปีนเกลียว
เขียนเล่นๆมาหลายต่อหลายเรื่องแล้ว วันนี้ก็ขอเขียนเล่นๆอีกต่อหนึ่งแล้วกันครับ ไหนๆก็พาเพื่อนๆลงเหวกันแล้วทั้งที เราก็มาดูก้นเหวกันนะครับ ว่ามีลักษณะเช่นไร นายเดย์จะพาทัวร์ก้นเหว เหอๆ สำหรับบริษัทรับจัดทัวร์ ท่องเที่ยวทั่วราชอาณาจักร สนใจทัวร์ก้นเหว ก็มาลงชื่อกันแล้วนะครับ นายเดย์จะเป็นไกด์ให้เอง ชอบนักแล เรื่องมั่วๆต้องยกให้ผม
เอาล่ะๆเข้าเรื่องๆ ว่ากันว่าตอนที่ Google AdSense เข้ามาใหม่ๆ ได้ปฏิวัติรูปแบบการโฆษณาแบบเดิมๆ ออกไปโดยสิ้น เสียงลือเสียงเล่าอ้างกันต่างๆนานา ว่าเป็นวิธีการโฆษณาที่เข้าถึงผู้ใช้ ได้ตรงใจผู้ใช้ที่สุด เพราะโฆษณานั้นๆจะเปลี่ยนไปตาม เนื้อหาที่ปรากฏบนหน้าบล็อกต่างๆ ซึ่งต้องมีผู้ลงโฆษณาบน Google AdWords เสียก่อน ถ้าไม่มีผู้ลงโฆษณาก็ย่อมไม่มีผู้แสดงโฆษณา เว้นแต่ Google Inc จะเหมาลงโฆษณาทั้งหมดด้วยตัวเองทั้งหมดทั้งสิ้น แน่ล่ะถ้า Google ทำเช่นนั้น มีผลสองอย่างคือ รับกำไรอื้อซ่ามหาศาล กับล้มเหลวไม่เป็นท่าจนล้มละลาย
การที่ Google เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถสมัครสมาชิก เข้ามาเป็นผู้ลงโฆษณาใน AdWords ได้ ก็เพื่อเป็นตัวประกัน ประกันรายได้ให้ตัวเอง คิดง่ายๆ Google เองไม่ต้องลงโฆษณา เพื่อแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในตรงนี้ แต่ประเด็นกลับกลายเป็นว่า ผู้ลงโฆษณาเป็นผู้แบกรับความเสี่ยงไว้ ด้วยตัวเองทั้งหมด ความคิดของผมอาจจะผิดแผกแตกต่างไปจากคนทั่วไปนะครับ ดังนั้นถ้าผิดเถียงได้ แต่อย่าด่าทอแล้วกัน เอิ๊กๆ
ผลกำไรของ Google ที่ได้จากผู้ลงโฆษณาใน AdWords ถูกเจียดส่วนแบ่งมาให้ผู้ร่วมธุรกิจหรือ Partner ที่ลงมือทำ AdSense ซึ่งส่วนต่างตรงนี้ ไม่เป็นที่ทราบกันแน่ชัด แต่ผมเชื่อว่าคงไม่ถึงครึ่ง กับราคาที่ผู้ลง AdWords จ่ายให้ Google ต่อหนึ่งคลิก เพราะผมเคยได้รับรายได้ต่อคลิกที่ต่ำติดดิน เพียง 0.01 - 0.02 ดอลลาร์ก็มี ส่วนราคาบิดขั้นต่ำที่ Google AdWords ให้บิดได้ขั้นต่ำเท่าไหร่ ผู้ลงโฆษณาใน AdWords จะรู้ดี
บางทีการเทียวไปยกยอปอปั้นว่า Google AdSense ดีอย่างนั้น Google AdWords ดีเยี่ยงนี้ และ Google Search Engine ดีกว่าใครๆทั้งหลาย ก็เหมือนกับการไปให้ท้าย Google นั่นแหละครับ แต่รู้ไว้ใช่ว่าตอนนี้ Google เป็น Search Engine เป้าหมาย ที่เหล่าสแปมเมอร์หมายตาและ จ้องเล่นงานมากที่สุด เนื่องจากความเร็วของบอท ที่มาเก็บข้อมูลได้อย่างไวไว และอินเด็กซ์ข้อมูลได้ไวไว ถึงแม้สุดท้ายจะสามารถลบข้อมูลที่ไม่ดี หรือขยะสังคมได้อย่างไวไวก็ตาม แต่ถึงกระนั้นพวกเว็บดักคีย์เวิร์ดทั้งหลาย ก็ได้ผุดได้เกิดมามากนักแล ค้นหาแต่ละที ติดอันดับในหน้าแรกของผลการค้นหาแทบทั้งหมด แต่ไอ้ที่แสดงผลการค้นหาออกมานั้น แทบไม่มีชิ้นดีของข้อมูลที่ต้องการเลย
แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ AdSense และ AdWords ล่ะครับ… อย่าพึ่งสงสัย ผมจะค่อยๆคลายปมไปเรื่อยๆ ประเด็นมันเริ่มต้นที่ จะทำยังไงให้มีคนเข้าเว็บไซต์หรือบล็อกที่ติด AdSense ไว้ ให้ได้มากๆ ยิ่งคนเข้าเยอะโอกาสในการคลิก AdSense และแปรเปลี่ยนเป็นรายได้ก็ยิ่งเยอะตามตูดกันไป เหล่าสแปมเมอร์เหล่านี้ต่างคนต่างมีวิธีการที่แยบยลแตกต่างกันออกไป และหนึ่งในวิธีการที่ใช้ คือการดักคีย์เวิร์ด ดังที่กล่าวมาด้านบนเมื่อครู่นี้
ผลเสียมันไม่ใช่อยู่ที่แค่ว่าผู้ใช้งานรำคาญ (ผิดกับหลักการที่ Google ตั้งไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม ว่าสร้างเสริมประสบการณ์ที่ดีต่อผู้ท่องเว็บฯ) แต่แบรนด์ของ Google จะถูกลดค่าลง เพราะขจัดสิ่งที่โม้ไว้ตั้งแต่แรกไม่ได้ (คอมเม็นต์ด้านลบมากเกินไป จะโดนคดีหมิ่นประมาทไหมเรา) อีกทั้งผู้คนจะมองว่าเว็บไซต์ที่ติด AdSense เป็นเพียงเว็บขยะเว็บหนึ่ง ที่ทำโลกออนไลน์ต่ำลง หรือถ้าให้พูดว่าเป็นคนก็อยู่แล้วหนักแผ่นดินอะไรเทือกนั้นแหละครับ และคนที่มองนี้ ไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหน นายเดย์นี่เองแหละครับ เอิ๊กๆ
หลักการทำเงินกับ AdSense มากๆ วิธีการที่ทำแล้วได้อย่างรวดเร็วคือทำ Black Hat (หมวกดำ) มาเร็ว เคลมเร็ว AdSense จะมีภัยประมาณนั้น แต่คนที่ทำแล้วรายได้ยั่งยืน โดยทำแบบใสสะอาดก็มีนะครับ หรือเขาว่า White Hat (หมวกขาว) แต่ผมก็ว่าอีกล่ะ อาจมีสัดส่วนระหว่างคนเหล่านี้ แตกต่างไม่มากนัก รายได้ก็ไม่แตกต่างกันมากนักเช่นกัน แต่ช้าแต่… สุภาษิตไทยว่าไว้ว่า “ปลาเน่าตัวเดียว เหม็นหมดทั้งข้อง” และปลาตัวนั้นก็เจอกันได้ง่ายๆ ก็คือคนทำผิดกฏเน้น Black Hat นั้นแหละครับ คนเหล่านี้คือปลาหมอ เหอๆ เกี่ยวกันไงวะเนี่ย
สรุปๆ ขอขบเสียทีนะครับ เขียนมายาวแล้ว สรุปสั้นๆเลยแล้วกัน “Pay Per Click = รายได้ปลายเมาส์” จบแบบกระดากๆเยี่ยงนี้แล
AdSense, Adwords, Google AdSense, Google AdWords, จ่ายเมื่อคลิก, รายได้ปลายเมาส์