WordPress รุ่นปีนเกลียว

นานๆครั้งได้เขียนถึง WordPress ตามคอนเซ็ปท์ของไอเดย์บล็อกที กะจะเอาให้มันรู้ดำรู้แดงกันไปเลย โดยจั่วหัวไตเติ้ลซะทำคนคิดลึก WordPress รุ่นปีนเกลียว เอิ๊กๆ มาๆมาดูกัน… ปกติแล้ว เวลาชาย-หญิง หนุ่มสาวคบกัน โดยส่วนมากแล้ว ผู้ชายจะอายมากกว่าผู้หญิง (แก่กว่าว่างั้นเหอะ) ทั้งนี้เพื่ออะไร ไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด หรืออาจจะเป็นเพราะผู้ชายหนุ่มๆ ที่จะก้าวเข้ามาเป็นผู้นำครอบครัวในอนาคต ที่เรียกว่าควายเท้าหน้า เฮ้ย!!! ช้างเท้าหน้านั้น ต้องมีความเป็นผู้ใหญ่พอที่จะดูแลครอบครัว มีลูกสืบสถุน อ้าว… มีลูกสืบสกุล ต่อไปในอนาคต หรือไม่ก็หญิงสาวส่วนมาก ชอบผู้ชายที่มีอายุมากกว่านั่นเอง แต่… หญิงสาวบางคนก็รักเด็กนะครับ ชอบคว้าเด็กหนุ่มรุ่นหลาน เฮ้ย…รุ่นน้องมาควงบ่อยๆ และมีให้เห็นโดยทั่วไปเสียด้วย พวกนี้เขาไม่เกี่ยง เรื่องอายุกัน ว่ากันว่า อายุมันเป็นเพียงตัวเลข ขึ้นหลักเจ็ดก็ตัวเลขเหมือนกัน เหอๆ

การที่ชายคบหญิงอายุมากกว่านี้แหละ คือการปีนเกลียวหรือข้ามรุ่นขอรับกระผม และด้วยเหตุล่ะฉะนี้ ผมจึงให้นิยาม WordPress รุ่นถัดไปที่จะพัฒนาออกมาให้ได้ดูได้ชมกัน คือ WordPress 2.5 ที่จะออกมาในปลายเดือนมีนาคม 2551 นั้นว่า WordPress รุ่นปีนเกลียวนั่นเอง จะเพราะอะไรนั้น ก็สืบเนื่องมาจาก ทางทีมพัฒนามีการข้ามรุ่น 2.4 กระโดดไปพัฒนารุ่น 2.5 แทนยังไงล่ะครับ ประเด็นก็คือว่า ถ้าพัฒนารุ่น 2.5 ออกมา แล้วย้อนหลังไปพัฒนารุ่น 2.4 จะมีคนใช้รุ่น 2.4 รึเปล่า แน่ล่ะผมว่าไม่น่าจะมีแน่ๆ ดังนั้นรุ่น 2.4 ต้องยกเลิกออกไปแน่นอน ฟันธง!!!

โยงเรื่องมาเข้ากันจนได้นะนายเดย์ ทำเอาเกือบตาย… แต่สุดท้ายมั่วเรื่องเอามันส์จนได้ ต่อไปพักนี้ วงการบล็อก และบล็อกเกอร์เราคงเงียบๆไปพักใหญ่ (หรือเงียบมานานแล้ว) เพราะมัวแต่หลงระเริง ซุ่มทำเงินกันหรือเปล่าก็ไม่รู้ เหลือแต่ผมคนเดียวที่กระโตกกระตากไปวันๆ เหอๆ รอให้ WordPress 2.5 ออกมาซะก่อน ท่าทางจะมีอะไรเจ๋งๆให้เราได้ทดสอบกันแน่ๆครับ อย่างหนึ่งล่ะ ที่แอบเห็น มีการปรับเปลี่ยนหน้าตาในระบบแอดมิน ให้ดูดีมีฟอร์มขึ้นเยอะ รองรับมัลติมีเดียมากขึ้น ประยุกต์ใช้งานได้หลากหลายขึ้น และผมเองที่หลังๆแอบนอกใจ ไปคบหากับ Drupal คงได้กลับมาพักใจ ที่ตัวจริงอย่าง WordPress กันอีกหนหนึ่ง แล้วพี่น้องล่ะ แอบคบใครอยู่ นายเดย์รู้นะ…. วันนี้ผมขอตัวก่อนล่ะ ไร้สาระมาครึ่งวันแล้ว ขอบคุณที่แวะมาอ่านอยู่เป็นประจำนะครับ

รายได้ปลายเมาส์

เขียนเล่นๆมาหลายต่อหลายเรื่องแล้ว วันนี้ก็ขอเขียนเล่นๆอีกต่อหนึ่งแล้วกันครับ ไหนๆก็พาเพื่อนๆลงเหวกันแล้วทั้งที เราก็มาดูก้นเหวกันนะครับ ว่ามีลักษณะเช่นไร นายเดย์จะพาทัวร์ก้นเหว เหอๆ สำหรับบริษัทรับจัดทัวร์ ท่องเที่ยวทั่วราชอาณาจักร สนใจทัวร์ก้นเหว ก็มาลงชื่อกันแล้วนะครับ นายเดย์จะเป็นไกด์ให้เอง ชอบนักแล เรื่องมั่วๆต้องยกให้ผม

เอาล่ะๆเข้าเรื่องๆ ว่ากันว่าตอนที่ Google AdSense เข้ามาใหม่ๆ ได้ปฏิวัติรูปแบบการโฆษณาแบบเดิมๆ ออกไปโดยสิ้น เสียงลือเสียงเล่าอ้างกันต่างๆนานา ว่าเป็นวิธีการโฆษณาที่เข้าถึงผู้ใช้ ได้ตรงใจผู้ใช้ที่สุด เพราะโฆษณานั้นๆจะเปลี่ยนไปตาม เนื้อหาที่ปรากฏบนหน้าบล็อกต่างๆ ซึ่งต้องมีผู้ลงโฆษณาบน Google AdWords เสียก่อน ถ้าไม่มีผู้ลงโฆษณาก็ย่อมไม่มีผู้แสดงโฆษณา เว้นแต่ Google Inc จะเหมาลงโฆษณาทั้งหมดด้วยตัวเองทั้งหมดทั้งสิ้น แน่ล่ะถ้า Google ทำเช่นนั้น มีผลสองอย่างคือ รับกำไรอื้อซ่ามหาศาล กับล้มเหลวไม่เป็นท่าจนล้มละลาย

การที่ Google เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถสมัครสมาชิก เข้ามาเป็นผู้ลงโฆษณาใน AdWords ได้ ก็เพื่อเป็นตัวประกัน ประกันรายได้ให้ตัวเอง คิดง่ายๆ Google เองไม่ต้องลงโฆษณา เพื่อแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในตรงนี้ แต่ประเด็นกลับกลายเป็นว่า ผู้ลงโฆษณาเป็นผู้แบกรับความเสี่ยงไว้ ด้วยตัวเองทั้งหมด ความคิดของผมอาจจะผิดแผกแตกต่างไปจากคนทั่วไปนะครับ ดังนั้นถ้าผิดเถียงได้ แต่อย่าด่าทอแล้วกัน เอิ๊กๆ

ผลกำไรของ Google ที่ได้จากผู้ลงโฆษณาใน AdWords ถูกเจียดส่วนแบ่งมาให้ผู้ร่วมธุรกิจหรือ Partner ที่ลงมือทำ AdSense ซึ่งส่วนต่างตรงนี้ ไม่เป็นที่ทราบกันแน่ชัด แต่ผมเชื่อว่าคงไม่ถึงครึ่ง กับราคาที่ผู้ลง AdWords จ่ายให้ Google ต่อหนึ่งคลิก เพราะผมเคยได้รับรายได้ต่อคลิกที่ต่ำติดดิน เพียง 0.01 - 0.02 ดอลลาร์ก็มี ส่วนราคาบิดขั้นต่ำที่ Google AdWords ให้บิดได้ขั้นต่ำเท่าไหร่ ผู้ลงโฆษณาใน AdWords จะรู้ดี

บางทีการเทียวไปยกยอปอปั้นว่า Google AdSense ดีอย่างนั้น Google AdWords ดีเยี่ยงนี้ และ Google Search Engine ดีกว่าใครๆทั้งหลาย ก็เหมือนกับการไปให้ท้าย Google นั่นแหละครับ แต่รู้ไว้ใช่ว่าตอนนี้ Google เป็น Search Engine เป้าหมาย ที่เหล่าสแปมเมอร์หมายตาและ จ้องเล่นงานมากที่สุด เนื่องจากความเร็วของบอท ที่มาเก็บข้อมูลได้อย่างไวไว และอินเด็กซ์ข้อมูลได้ไวไว ถึงแม้สุดท้ายจะสามารถลบข้อมูลที่ไม่ดี หรือขยะสังคมได้อย่างไวไวก็ตาม แต่ถึงกระนั้นพวกเว็บดักคีย์เวิร์ดทั้งหลาย ก็ได้ผุดได้เกิดมามากนักแล ค้นหาแต่ละที ติดอันดับในหน้าแรกของผลการค้นหาแทบทั้งหมด แต่ไอ้ที่แสดงผลการค้นหาออกมานั้น แทบไม่มีชิ้นดีของข้อมูลที่ต้องการเลย

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ AdSense และ AdWords ล่ะครับ… อย่าพึ่งสงสัย ผมจะค่อยๆคลายปมไปเรื่อยๆ ประเด็นมันเริ่มต้นที่ จะทำยังไงให้มีคนเข้าเว็บไซต์หรือบล็อกที่ติด AdSense ไว้ ให้ได้มากๆ ยิ่งคนเข้าเยอะโอกาสในการคลิก AdSense และแปรเปลี่ยนเป็นรายได้ก็ยิ่งเยอะตามตูดกันไป เหล่าสแปมเมอร์เหล่านี้ต่างคนต่างมีวิธีการที่แยบยลแตกต่างกันออกไป และหนึ่งในวิธีการที่ใช้ คือการดักคีย์เวิร์ด ดังที่กล่าวมาด้านบนเมื่อครู่นี้

ผลเสียมันไม่ใช่อยู่ที่แค่ว่าผู้ใช้งานรำคาญ (ผิดกับหลักการที่ Google ตั้งไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม ว่าสร้างเสริมประสบการณ์ที่ดีต่อผู้ท่องเว็บฯ) แต่แบรนด์ของ Google จะถูกลดค่าลง เพราะขจัดสิ่งที่โม้ไว้ตั้งแต่แรกไม่ได้ (คอมเม็นต์ด้านลบมากเกินไป จะโดนคดีหมิ่นประมาทไหมเรา) อีกทั้งผู้คนจะมองว่าเว็บไซต์ที่ติด AdSense เป็นเพียงเว็บขยะเว็บหนึ่ง ที่ทำโลกออนไลน์ต่ำลง หรือถ้าให้พูดว่าเป็นคนก็อยู่แล้วหนักแผ่นดินอะไรเทือกนั้นแหละครับ และคนที่มองนี้ ไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหน นายเดย์นี่เองแหละครับ เอิ๊กๆ

หลักการทำเงินกับ AdSense มากๆ วิธีการที่ทำแล้วได้อย่างรวดเร็วคือทำ Black Hat (หมวกดำ) มาเร็ว เคลมเร็ว AdSense จะมีภัยประมาณนั้น แต่คนที่ทำแล้วรายได้ยั่งยืน โดยทำแบบใสสะอาดก็มีนะครับ หรือเขาว่า White Hat (หมวกขาว) แต่ผมก็ว่าอีกล่ะ อาจมีสัดส่วนระหว่างคนเหล่านี้ แตกต่างไม่มากนัก รายได้ก็ไม่แตกต่างกันมากนักเช่นกัน แต่ช้าแต่… สุภาษิตไทยว่าไว้ว่า “ปลาเน่าตัวเดียว เหม็นหมดทั้งข้อง” และปลาตัวนั้นก็เจอกันได้ง่ายๆ ก็คือคนทำผิดกฏเน้น Black Hat นั้นแหละครับ คนเหล่านี้คือปลาหมอ เหอๆ เกี่ยวกันไงวะเนี่ย

สรุปๆ ขอขบเสียทีนะครับ เขียนมายาวแล้ว สรุปสั้นๆเลยแล้วกัน “Pay Per Click = รายได้ปลายเมาส์” จบแบบกระดากๆเยี่ยงนี้แล

ปีใหม่เหงาๆ ปีเก่าเงียบเชียบ

มาต่อจากตอนที่แล้วกันหน่อย กะจะมาเขียนต่อตั้งแต่เมื่อวาน แต่ดันเมื่อยุ่งกับเพื่อนอยู่อ่ะ พามันไปซื้อตั๋วตอนบ่าย 2 จะขึ้นคิวกี่โมงๆก็เต็มหมด สุดท้ายไปได้อยู่คิวหนึ่ง ก็ปาเข้าไป 4 ทุ่มกว่าๆ ทีนี้เวลาที่เหลือจะทำอะไรล่ะ เหอๆมันก็ต้องมีดื่มกันบ้างล่ะนะ แต่ดื่มเบียร์ตอนอากาศหนาวๆเย็นๆ เยี่ยงนี้ มันไม่ค่อยโสภาเท่าไหร่ แต่จำใจต้องจิบเบียร์ไปเป็นเพื่อนมัน เออ… เอาก็เอาวะ นานทีปีหน เจอกันหนหนึ่ง จะปลีกตัวหนีไปก็ใยจะทำตัวน่าเกลียดไปหน่อย เอิ๊กๆ

เอาล่ะๆ ว่าเรื่องปีใหม่ที่ผ่านมากันต่อ ในความรู้สึกผม ผมเองว่ามันดูเหงาๆนิดๆ เนื่องจากคนบ้านผมไม่ค่อยกลับบ้านกัน ก็เนื่องมาจากการเลือกตั้ง ที่ผ่านมานั่นแหละครับ คนเค้ากลับมาเลือกตั้ง จนเดินทางกลับไปทำงานกันหมดแล้ว ครั้นจะอยู่รอหลังปีใหม่ ค่อยกลับไปครั้งเดียว ก็นานโขอยู่เหมือนกัน อีกทั้งเดินทางจาก หนองคายยันกรุงเทพมหานคร ระยะทางก็ยาวไกล หลายร้อยกิโลนัก ไม่เหมือนผมที่ไปๆมาๆระหว่าง อุดร-หนองคาย นั่งรถประจำทาง 2 ชั่วโมงกว่าๆก็ถึงแล้ว นี่แหละครับ เหตุผลหนึ่ง ที่ผมไม่อยากไปทำงานที่อื่นที่ไกล อยู่แถวๆนี้ ไป-กลับ บ้านนอกได้สบาย จะไปอยู่ใยเมืองกรุง ผู้คนเร่งรีบ งานการเร่งรัด อากาศเร่าร้อน อารมณ์ร้อนรุ่ม ไม่อะลุ่มอล่วย เหมือนถิ่นเหมือนนี้ และอีกอย่างบ้านผมถึงจะบ้านนอกไปหน่อย แต่ก็ถือเป็นหนึ่งในหมู่บ้าน ของเมืองน่าอยู่ของโลกอันดับเจ็ด (Worlds 7th Pleasant Town) รองจาก เมืองคอสตาเดลโซล ประเทศสเปน เมืองแซงค์เทียร์ ประเทศอิตาลี เมืองโพรวองซ์ ประเทศฝรั่งเศส เมืองบูแกต ประเทศปานามา เมืองวิเซนต์ เกรนาดีน เมืองเคาร์ตี้แคร์ ประเทศไอร์แลนด์ เฮ้ย!! ร่ายยาวไปหน่อย แต่สุดท้ายอยู่เหนือเมืองครีท ประเทศกรีซ เมืองแอมแบร์กริส เคร์ ประเทศเบลิตซ์ เมืองตูนิส ประเทศตูนีเซีย รู้เรื่องกันหรือเปล่าเนี่ย แต่ได้เขียนมาแล้ว ก็เอาเถอะครับ (อันดับทั้งหมดจากนิตยสาร Moderm Maturity ซึ่งจัดพิมพ์โดยสมาคมชาวอเมริกันผู้เกษียณอายุ)

หนองคายมีที่เที่ยวเยอะมากๆครับ ขนาดตัวผมเองเป็นคนในท้องที่ ผมยังไปเที่ยวยังไม่ทุกที่เลย สถานที่ที่เคยไป ก็อย่างเช่น วัดโพธิ์ชัย สะพานไทย-ลาว วัดหินหมากเป้ง ศาลาแก้วกู่ ตลาดอินโดจีน (ท่าสะเด็ด) ไปดูบั้งไฟพญานาคมา 2-3ครั้ง อนุสาวรีย์ปราบฮ่อ และอีกหลายๆที่ ที่ไม่ค่อยมีชื่อเท่าไหร่ ส่วนที่อยากไป ก็อย่างเช่นภูทอก ภูวัว เคยไปถึงแค่ภูสิงห์ที่ติดกับภูัวัว และติดกับภูทอก มองเห็นภูทอกแทบสุดสายตา ยิ่งตอนกลางคืน ยิงปืนในป่าติดภู เสียงปืนดังสนั่นภู สะท้อนกลับและวิ่งไปตามภูอย่างกึกก้อง (ผมไม่ได้ไปลักลอบยิงสัตว์ป่าสงวนนะครับ แต่แถวนั้นจะเป็นสวนยางเสียส่วนใหญ่ ติดปืนไว้เพื่อป้องกันตัว เหมือนปักษ์ใต้นั่นแหละ) เหอๆเอาไปเอามา มาเข้าชีวิตตัวเองอีกหน เงียบดีกว่าครับ ชีวิตผมมันน้ำเน่านัก รู้มากไม่ดี อิอิ ไปต่อเรื่องวัดอาฮงกันดีกว่า

อีกหนึ่งทิวทัศน์ที่น่าชมของวัดอาฮงศิลาวาศ คือมีก้อนหินขนาดใหญ่ กระจัดกระจายกันอยู่ภายในบริเวณวัดนั่นแหละครับ สวยๆทั้งนั้น พูดแล้วไม่เห็นภาพ แน่นอนล่ะะครับ ผมเก็บรูปนายแบบมาให้ดูให้ชมกันอีกหน เห็นบอกว่าวิวสวย ก็ให้มองที่วิวนะครับ อย่ามองคน

เดย์เที่ยว

ผมออกจะซนไปหน่อย จะถ่ายดีๆไม่ยอมครับ ต้องปีนขึ้นไปถ่ายบนก้อนหิน เหอๆ ทางวัดไม่ค่อยมีข้อห้ามอะไรมากมาย ขอให้อยู่ในกริยาสำรวมเป็นพอ อีกหนึ่งที่สำคัญที่สุดคือ ห้ามขีดเขียนอะไรลงไปบนก้อนหินใหญ่ๆนั้น เท่านั้นล่ะครับ ส่วนถ้าใครๆอยากจะยกก้อนหินเหล่านั้นเล่น ก็ไม่ผิดธรรมเนียมแต่อย่างใด เอิ๊กๆ อืม… ลืมบอกไปอีกอย่าง ภายในบริเวณวัดนี้ เขาจะเรียกว่า “อุทยานการศึกษา” นะครับ

ตอนนี้ผมคงขอจบเท่านี้นะครับ ไม่ได้ตั้งใจมาเป็นไกด์นำเที่ยวนะ แต่ปีใหม่ทั้งที ต้องหาอะไรมาเขียนเล่นๆ ผ่อนคลายไปก่อนสักพัก เอาไว้ให้ปีใหม่ซาๆลงก่อน เดี๋ยวค่อยอัดเนื้อหาเข้าไปอีกรอบ เอาให้กระอักเลือดกันไปเลย และเรื่องนี้ก็ยังไม่จบนะครับ คงมีโม้ต่ออีกตอน เป็นตอนปิดท้าย ในวันสองวันนี้แหละ  ตอนนี้ก็ขอตัวไปก่อนนะครับ

ปีใหม่เหงาๆ ปีเก่าเงียบๆ

สวัสดีปีใหม่ครับพี่น้อง หายหัวไปหลายวัน พอดีผมกลับบ้านนอกมาครับ แวะเดินสายตามบ้านญาติตลอดเลย (อ่านเรื่องนี้ ผมคงกลายเป็น “เดย์ญาติเยอะ” กระมัง) ไม่มีได้พัก ตั้งแต่บ่ายวันที่ 31 ธันวาคม ของปี 2550 ยันบ่ายวันที่ 2 มกราคม 2551 (วันนี้แหละ) เรียกได้ว่ากินกันข้ามปีทีเดียว แต่บ้านนอกเราอบอุ่นมากๆครับ ไปไหนมาไหนอุ่นใจ แวะบ้านโน้นที บ้านนี้ที เดินสายไปเช่นนี้ล่ะครับ บวกกับดนตรีคลอ ลุ่งทุ่งหมอลำม่วนกันทั้งหมู่บ้าน ครึกครื้นเฮฮา สนุกกว่าเข้าเที่ยวตามผับ ดิสโก้เทค และคาราโอเกะ รวมทั้งสถานบันเทิงทั้งหลายเสียอีก ประเด็นสำคัญคือนายเดย์ไอ้หนุ่มชุมชนกลับบ้านทั้งที หมาไม่วิ่งไล่เห่า ก็ให้มันรู้ไปสิครับ เอิ๊กๆ

พอดีไม่มีเรื่องจะเล่ามากมายหรอกครับ เหนื่อยๆ เพราะพึ่งถึงเมื่อตะกี๊ จัดแจงอาบน้ำก่อนเลย ดึกๆไปไม่ไหว อากาศหนาวๆ ไม่มีอ้อมกอดอุ่นๆ ขืนไปอาบเอาตอนดึกๆ คงได้นอนกันหลังขดหลังแข็งแน่เชียว ผ้าห่มกี่ผืนคงให้ไออุ่นไม่มากเท่าไหร่ ซักพักคงขอตัวไปนอนแล้วล่ะครับ (เขียนเรื่องนี้จบล่ะมั้ง) เพราะพรุ่งนี้ยังมีอะไรให้ทำ อยู่มากมาย

ส่วนเรื่อง “ของขวัญปีใหม่จากใจ มอบให้แฟนไอเดย์” บางคนนั้น ตอนนี้ปิดรับคอมเม็นต์แล้วนะครับ อีกทั้งได้ผู้ชนะไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ ผมตัดสินให้ดูกันแล้ว ไปอ่านคอมเม็นต์ท้ายๆของผมเลยนะครับ แต่มีคนได้รับไปเพียง 3 คนเท่านั้น เอิ๊กๆ สงสัยจะเดากันไม่ถูกแน่ๆ แต่ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ฮ็อตกันข้ามปี เรียกคอมเม็นต์กลับมาครึกครื้นกันอีกครั้ง หลังจากไอเดย์บล็อก เริ่มเงียบๆลงไปในพักหลัง พลังเงียบหลายๆท่านเริ่มแสดงตัว อวยพรปีใหม่กันเข้ามา ก็น้อมรับทุกคำอวยพรนะครับ นายเดย์เองก็จะพยายามพัฒนาเนื้อหาให้ดียิ่งขึ้นไป ผนวกกับความเป็นกันเองระหว่างผม กับผู้อ่านจะมากขึ้นตามไปด้วย เพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่เข้ามาอ่านไอเดย์ จะรู้สึกเหมือนนายเดย์กำลังโม้ ให้ฟังแบบสดๆ (โม้เสียจริ๊ง)

มาๆพูดถึงเรื่องปีใหม่กันอีกสักยก พอดีผมแอบไปถ่ายรูปพรีเซ็นเตอร์หนังสือคนใหม่มาอีกคนแล้ว คงจะได้ปลดคนปัจจุบันออกในเร็ววันนี้ เจ้าตัวจะว่าเราเปล่าน้อ สงสัยจะต้องติดต่อเป็นการส่วนตัว เพื่อขออนุญาตแล้วล่ะครับ (ทำยังกับไม่ได้เป็นเจ้าของบล็อกซะงั้น) เหอๆ และพรีเซ็นเตอร์คนนั้น จะเป็นคนอื่นคนไกลไปมิได้ ถ้าไม่ใช่เขาคนนี้ ดูท่า “ยืดอก พกถุง” น่าเตะซะมัด เอิ๊กๆ

เดย์เที่ยว

สำหรับคนนี้ ก็เป็นแฟนคลับไอเดย์อีกคน ออกจะตัวโย่งๆผอมๆนะครับ เมื่อดูจากรูป เค้าว่าไปถ่ายทำมาจากวัดอาฮง (วัดอาฮงศิลาวาส) ตอนปีใหม่ที่ผ่านมาเมื่อกี๊ และที่เห็นอยู่เบื้องหลังนั้น คือสะดือแม่น้ำโขง จุดที่ลึกที่สุดของแม่น้ำโขงครับ อีกฝั่งคือดินแดนของประเทศเพื่อนบ้าน อย่างประเทศลาว และภูเขาที่เพื่อนๆเห็นนั้น คือภูงูครับ ภายใต้แม่น้ำโขง หรือแม่โขงหรือสะดือแม่น้ำโขงนี้ ว่ากันว่าจะมีช่องลับ (ถ้ำ) ที่ทะลุไปอีกฝั่งจรดภูงูกันเลยทีเดียว ผมว่านะหนังดังอย่าง National Treasure หรือภาคต่อๆไป ของหนังเรื่องนี้ น่าจะพาดพิงมาถึงไทยในสักวัน แต่สถานที่สำคัญๆ ต่างๆมักไปปรากฏอยู่ในหนังฝรั่งหลายต่อหลายเรื่องแล้ว ไม่แน่ว่าสักวัน แก่งอาฮงแห่งนี้ จะถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำเข้าสักวัน

ถ้าพูดถึงวัดอาฮงแล้ว ขอเอ่ยถึงแก่งอาฮงหน่อยแล้วกัน (ด้านหลังของรูปภาพด้านบน) ผมเคยไปที่นี้สองครั้ง แต่ไปไม่ถูกเวลาสักที เพราะถ้าจะไปดูแก่งอาฮงให้เห็นชัดๆต้องไปช่วงฤดูร้อน มีนาคม - พฤษภาคม เพราะเป็นช่วงที่น้ำโขงลดลงสุดๆ เป็นช่วงที่จะได้เห็นโขดหินต่างๆเยอะสุดๆ และชื่อโขดหินต่างๆก็เรียกกันไปตามลักษณะของมัน ผมเองก็จำไม่ได้แฮะ ไม่พูดดีกว่า เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าผมไม่แน่นพอ อิอิ

ว่ากันว่าถ้าใครมีจิตแข็งพอ ก็ให้เข้าไปนั่งอธิษฐานจิต ในวัดอาฮงนี้ ตอนกลางคืนดึกๆดื่นๆ แล้วจะได้ยินเสียงแปลกๆคล้ายๆ กับการทำพิธีกรรมอะไรสักอย่าง อันนี้ผมเองก็เชื่อครึ่งหนึ่ง ไม่เชื่อครึ่งหนึ่ง ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ครับ ผมคิดเช่นนั้น เพราะว่าหลักฐานหรือคำบอกเล่าจากผู้เฒ่าผู้แก่ ท่านว่าไว้ กล่าวคือแต่ก่อนนั้น การเดินทางทางถนนจะทำได้ยาก เพราะเป็นถนนรุกรัง จึงได้อาศัยการเดินเรือเอาแทน และด้วยเหตุที่บริเวณแก่งอาฮงนี้ มีโขดหินแฝงตัวอยู่ด้านล่างของน้ำ (แต่ก่อนเป็นน้ำวน) นักเดินเรือต่างๆไม่ทันระวังเรือ จึงชนกับโขดหินเข้า ทำให้เรือได้รับความเสียหาย และจมลงในที่สุด (ยังกับไททานิกยังไงยังงั้น) อีกทั้งการเดินเรือสมัยก่อนนั้น ชาวบ้านเองก็ล้มตายกันบ่อยๆ แล้วน้ำโขงก็พัดพาให้มาติดอยู่บริเวณแก่งอาฮงนี้ จึงเป็นเหตุให้มีอาถรรย์ต่างๆเกิดขึ้นมากมาย ลักษณะเช่นนี้พบได้ทั่วไปครับ ตามแม่น้ำโขง เรื่อยมาจากโพนพิสัย - รัตนวาปี - ปางคาด - บึงกาฬ - บุ่งคล้า ยันบ้านแพง นครพนม ก่อนจะถึงมุกดาหารต่อไป

พูดไปพูดมาจะเข้าเรื่องบั้งไฟพญานาค เพราะที่วัดอาฮงนี้ก็เป็นอีกหนึ่งจุดชมบั้งไฟพญานาคครับ เดี๋ยวผมเอาไว้เล่าต่อวันพรุ่งนี้แล้วกัน เพราะเรื่องมันยาวมากๆ ประกอบกับผมฝอยยาวมากๆเช่นกัน

ปล. เป็นความเชื่อ และการเขียนจากคำบอกเล่าส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารญาณในการอ่าน และไตรตรองอย่างถี่ถ้วน ก่อนจะนำไปเล่าต่อ ในกาลสมัยต่อไป

ของขวัญปีใหม่จากใจ มอบให้แฟนไอเดย์ (บางคน)

ประกาศ“เมื่อเปิดเข้ามาดูแล้ว กรุณาอ่านให้จบ ไม่งั้นจะพลาดท่อนสำคัญไป แล้วจะเสียใจภายหลัง ไม่รู้ด้วยนะครับ”

พึ่งได้พรีเซ็นเตอร์สาวสวยคนหนึ่ง มาช่วยโปรโมทหนังสือให้ แต่แทนที่จะขายหนังสือได้ กลับเป็นเรื่องฮาๆ และเป็นจุดสนใจไปเลย และที่สำคัญ ดูเด่นเสียกว่าพรีเซ็นเตอร์คนแรกอีก ผมเลยจำใจต้องปลดคนแรกออก แล้วเอาคนที่สองไปเสียบแทน เอิ๊กๆ เด่นซะเกินหน้าเกินตา เราอีกเสียด้วยซ้ำ และสำหรับใครที่อยากดูพรีเซ็นเตอร์คนแรกนั้น ผมนำมาให้ดูแล้วนะครับ ทำไว้นานแหระ เคยเอาออกแสดงอยู่ครั้งหนึ่ง แต่โดนปลดกลางอากาศ เพราะว่าคนที่สอง มาแรงกว่านั่นเอง ไปดูกันเลย (ทีแรกทำรูปไว้ซะขนาดใหญ่เชียว แต่พอลดขนาดภาพลงมา แล้วดันลืมบันทึกไว้ซะัั้งั้น เรื่องของเรื่องคือไม่ได้บันทึกไฟล์ต้นฉบับไว้ เลยเหลือตัวแค่นี้)

WordPress Book Presenter

ภาพนี้เห็นหน้านายเดย์ไปชัดๆ ดีนะที่ใช้ Photoshop ช่วย ไม่งั้นล่ะ คงเห็นกากและเกลื้อนผมแล้วมั้ง ตั้งใจจะเอาให้เห็นแค่ใบหน้าข้างเดียว เพื่อแสดงให้รู้ว่านายเดย์ รักและชอบในตัวผู้อ่านบล็อกไอเดย์แค่ข้างเดียว (หือๆใครๆก็ไม่รักผม ขนาดพัดลมยังส่ายหน้าเลย)

เอาล่ะครับ โม้มาพอแล้วมั้ง เข้าเรื่องของเรากันก่อนดีกว่าครับ ตอนนี้ก็ถือว่าเข้าช่วงปีใหม่ กันแล้วนะครับ คนแถวบ้านผมแต่งงานกันไปหลายคู่เชียว สงสัยอากาศจะหนาว เลยอยากหาอ้อมกอดอุ่นๆให้ซุกหัวนอนหรือไร และผมเองก็ไม่แน่ว่า จะได้เดินสายไปงานแต่งซะหัวบาน พอดีว่าญาติพี่น้องมีเยอะครับ บ้านนอกเราอบอุ่นกว่าเมืองกรุงเสียอีก มีไรก็แบ่งกันกินกันใช้ มีแฟนก็แบ่งกันใช้เหมือนกัน เฮ้ย!!! ปลาทูสองตัวยังแบ่งหัวให้เราได้เลย เฮ้ย!!!

ปีใหม่นี้หลายๆคนคงได้ของขวัญจากญาติพี่น้องที่กลับมาเยี่ยมบ้าน หลายๆคนคงได้รับของขวัญเพื่อน และหลายๆคนคงได้รับของขวัญจากแฟน ส่วนใครที่ไม่ได้ของขวัญจากคนอื่นเลยนั้น ผมขออาสาสมัครส่งของขวัญให้ ด้วยใจจริงครับ จะเอารถยนต์สักคัน หรือเครื่องบินส่วนตัวสักลำ ผมเต็มใจจะส่งให้ได้หมด ขอเพียงเตรียมลิ้นชักว่างๆ ไว้เก็บมันไว้ก็พอ เอิ๊กๆ

ก็ว่ากันไปนะครับ ผมคงไม่มีอะไร พอจะให้เพื่อนๆที่อ่านไอเดย์บล็อกได้ครบทุกคน และของขวัญต่างๆ ผมก็คงจะไม่มีอะไรเป็นตัวตายตัวแทนได้ดีเท่ากับ หนังสือ “WordPress กระแทกใจบล็อกเกอร์วัยจ๊าบ” ผลงานชิ้นแรกของผมนั่นเอง แต่ถ้าจะให้กันทุกคน ก็คงจะไม่พออีกล่ะ แฟนคลับเป็นร้อยๆ มันก็ต้องมีอะไรให้ช่วงชิงกันบ้างล่ะครับ

WordPress Book - หนังสือเวิร์ดเพรส

ผมมีหนังสือที่ยังคงเหลือในมือ 5 เล่ม ดังนั้นจะให้ได้แค่ 5 คน (เว้นแต่จะไปฉีกแบ่งหน้ากันเอาเอง) เพราะฉะนั้นต้องมีกติกาการร่วมสนุกกันหน่อยครับ ผู้ชนะ 5 คนแรก จะได้รับหนังสือเล่มนี้ไปครอง (สาเหตุที่ว่า 5 คนแรกก็เพราะว่า ผมจะดูวันเวลาที่เข้ามาคอมเม็นต์ในเรื่องนี้ครับ) พร้อมลายเซ็นต์ของผม ที่ยังแทบไม่มีใครได้รับไปสักคน (โห… เอาเข้าไป) และอาจมีอะไรติดไปกับหนังสือเล่มนี้เล็กน้อย (ไม่บอกว่าเป็นอะไร)

กติกาการร่วมสนุกคือ แสดงความเห็นในเรื่องนี้ จะคอมเม็นต์อะไรยังไงก็ได้ (เปิดให้สแปมกันได้เต็มที่) ให้สามารถดึงตัวแสดงอารมณ์หรือ ตัว Emotions แบบนี้ Emotions ออกมาแสดงให้มากที่สุด ระบบคล้ายๆกับ MSN นั่นแหละครับ ผมฝังตัวแสดงอารมณ์ไว้กว่า 150 ตัว ซ่อนไว้ในคำพูดมากกว่า 150 คำ แต่การคอมเม็นต์ครั้งหนึ่ง สามารถดึงตัว Emotions ออกมาแสดงได้เพียง 99 ตัว ซึ่งผมว่ามันคงเพียงพอแล้วล่ะครับ หลังจากผมเขียนเรื่องนี้เสร็จ ผมก็จะปิดระบบ Emotions นี้ลงไปก่อน จากนั้นเราค่อยมาดูผลพร้อมกันหลังปีใหม่ คือวันที่ 2 หรือ 3 มกราคม 2551 กล่าวคือผมจะเปิดระบบ Emotions อีกครั้ง ทีนี้เราก็จะเห็นกันชัดๆ พร้อมกันเลยยังไงล่ะครับ ว่าใครสามารถคอมเม็นต์ แล้วดึงตัวแสดงอารมณ์ออกมาได้มากกว่ากัน

มาถึงตรงนี้ก็ขออวยพรปีใหม่สักนิดนะครับ ขอให้ทุกๆท่าน ทุกๆคนที่ผ่านมาเจอไอเดย์บล็อก แฟนคลับที่ตามอ่านกันประจำ มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง คิดและทำในสิ่งที่ดีๆ อยู่อย่างมีเกียรติ หวังอยากพบเนื้อคู่ก็ให้สมหวัง หวังอยากรวยๆก็ขอให้รวยๆ หวังอยากจะจนก็มากินแกลบกับเดย์แล้วกันครับ ขอให้โชคดี มีความสุข ปีหน้าฟ้าใหม่ ค่อยเจอกันครับ ไปล่ะครับ

ปล. ผมเขียนเรื่องนี้จบ คงปล่อยทิ้งบล็อกไว้เลย หลังๆปีใหม่ จึงจะกลับมาจัดการอีกครั้ง กลับบ้านนอกไปหยอกกับแม่ดีกว่า เอิ๊กๆ