สวัสดีปีใหม่ครับพี่น้อง หายหัวไปหลายวัน พอดีผมกลับบ้านนอกมาครับ แวะเดินสายตามบ้านญาติตลอดเลย (อ่านเรื่องนี้ ผมคงกลายเป็น “เดย์ญาติเยอะ” กระมัง) ไม่มีได้พัก ตั้งแต่บ่ายวันที่ 31 ธันวาคม ของปี 2550 ยันบ่ายวันที่ 2 มกราคม 2551 (วันนี้แหละ) เรียกได้ว่ากินกันข้ามปีทีเดียว แต่บ้านนอกเราอบอุ่นมากๆครับ ไปไหนมาไหนอุ่นใจ แวะบ้านโน้นที บ้านนี้ที เดินสายไปเช่นนี้ล่ะครับ บวกกับดนตรีคลอ ลุ่งทุ่งหมอลำม่วนกันทั้งหมู่บ้าน ครึกครื้นเฮฮา สนุกกว่าเข้าเที่ยวตามผับ ดิสโก้เทค และคาราโอเกะ รวมทั้งสถานบันเทิงทั้งหลายเสียอีก ประเด็นสำคัญคือนายเดย์ไอ้หนุ่มชุมชนกลับบ้านทั้งที หมาไม่วิ่งไล่เห่า ก็ให้มันรู้ไปสิครับ เอิ๊กๆ

พอดีไม่มีเรื่องจะเล่ามากมายหรอกครับ เหนื่อยๆ เพราะพึ่งถึงเมื่อตะกี๊ จัดแจงอาบน้ำก่อนเลย ดึกๆไปไม่ไหว อากาศหนาวๆ ไม่มีอ้อมกอดอุ่นๆ ขืนไปอาบเอาตอนดึกๆ คงได้นอนกันหลังขดหลังแข็งแน่เชียว ผ้าห่มกี่ผืนคงให้ไออุ่นไม่มากเท่าไหร่ ซักพักคงขอตัวไปนอนแล้วล่ะครับ (เขียนเรื่องนี้จบล่ะมั้ง) เพราะพรุ่งนี้ยังมีอะไรให้ทำ อยู่มากมาย

ส่วนเรื่อง “ของขวัญปีใหม่จากใจ มอบให้แฟนไอเดย์” บางคนนั้น ตอนนี้ปิดรับคอมเม็นต์แล้วนะครับ อีกทั้งได้ผู้ชนะไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ ผมตัดสินให้ดูกันแล้ว ไปอ่านคอมเม็นต์ท้ายๆของผมเลยนะครับ แต่มีคนได้รับไปเพียง 3 คนเท่านั้น เอิ๊กๆ สงสัยจะเดากันไม่ถูกแน่ๆ แต่ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ฮ็อตกันข้ามปี เรียกคอมเม็นต์กลับมาครึกครื้นกันอีกครั้ง หลังจากไอเดย์บล็อก เริ่มเงียบๆลงไปในพักหลัง พลังเงียบหลายๆท่านเริ่มแสดงตัว อวยพรปีใหม่กันเข้ามา ก็น้อมรับทุกคำอวยพรนะครับ นายเดย์เองก็จะพยายามพัฒนาเนื้อหาให้ดียิ่งขึ้นไป ผนวกกับความเป็นกันเองระหว่างผม กับผู้อ่านจะมากขึ้นตามไปด้วย เพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่เข้ามาอ่านไอเดย์ จะรู้สึกเหมือนนายเดย์กำลังโม้ ให้ฟังแบบสดๆ (โม้เสียจริ๊ง)

มาๆพูดถึงเรื่องปีใหม่กันอีกสักยก พอดีผมแอบไปถ่ายรูปพรีเซ็นเตอร์หนังสือคนใหม่มาอีกคนแล้ว คงจะได้ปลดคนปัจจุบันออกในเร็ววันนี้ เจ้าตัวจะว่าเราเปล่าน้อ สงสัยจะต้องติดต่อเป็นการส่วนตัว เพื่อขออนุญาตแล้วล่ะครับ (ทำยังกับไม่ได้เป็นเจ้าของบล็อกซะงั้น) เหอๆ และพรีเซ็นเตอร์คนนั้น จะเป็นคนอื่นคนไกลไปมิได้ ถ้าไม่ใช่เขาคนนี้ ดูท่า “ยืดอก พกถุง” น่าเตะซะมัด เอิ๊กๆ

เดย์เที่ยว

สำหรับคนนี้ ก็เป็นแฟนคลับไอเดย์อีกคน ออกจะตัวโย่งๆผอมๆนะครับ เมื่อดูจากรูป เค้าว่าไปถ่ายทำมาจากวัดอาฮง (วัดอาฮงศิลาวาส) ตอนปีใหม่ที่ผ่านมาเมื่อกี๊ และที่เห็นอยู่เบื้องหลังนั้น คือสะดือแม่น้ำโขง จุดที่ลึกที่สุดของแม่น้ำโขงครับ อีกฝั่งคือดินแดนของประเทศเพื่อนบ้าน อย่างประเทศลาว และภูเขาที่เพื่อนๆเห็นนั้น คือภูงูครับ ภายใต้แม่น้ำโขง หรือแม่โขงหรือสะดือแม่น้ำโขงนี้ ว่ากันว่าจะมีช่องลับ (ถ้ำ) ที่ทะลุไปอีกฝั่งจรดภูงูกันเลยทีเดียว ผมว่านะหนังดังอย่าง National Treasure หรือภาคต่อๆไป ของหนังเรื่องนี้ น่าจะพาดพิงมาถึงไทยในสักวัน แต่สถานที่สำคัญๆ ต่างๆมักไปปรากฏอยู่ในหนังฝรั่งหลายต่อหลายเรื่องแล้ว ไม่แน่ว่าสักวัน แก่งอาฮงแห่งนี้ จะถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำเข้าสักวัน

ถ้าพูดถึงวัดอาฮงแล้ว ขอเอ่ยถึงแก่งอาฮงหน่อยแล้วกัน (ด้านหลังของรูปภาพด้านบน) ผมเคยไปที่นี้สองครั้ง แต่ไปไม่ถูกเวลาสักที เพราะถ้าจะไปดูแก่งอาฮงให้เห็นชัดๆต้องไปช่วงฤดูร้อน มีนาคม - พฤษภาคม เพราะเป็นช่วงที่น้ำโขงลดลงสุดๆ เป็นช่วงที่จะได้เห็นโขดหินต่างๆเยอะสุดๆ และชื่อโขดหินต่างๆก็เรียกกันไปตามลักษณะของมัน ผมเองก็จำไม่ได้แฮะ ไม่พูดดีกว่า เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าผมไม่แน่นพอ อิอิ

ว่ากันว่าถ้าใครมีจิตแข็งพอ ก็ให้เข้าไปนั่งอธิษฐานจิต ในวัดอาฮงนี้ ตอนกลางคืนดึกๆดื่นๆ แล้วจะได้ยินเสียงแปลกๆคล้ายๆ กับการทำพิธีกรรมอะไรสักอย่าง อันนี้ผมเองก็เชื่อครึ่งหนึ่ง ไม่เชื่อครึ่งหนึ่ง ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ครับ ผมคิดเช่นนั้น เพราะว่าหลักฐานหรือคำบอกเล่าจากผู้เฒ่าผู้แก่ ท่านว่าไว้ กล่าวคือแต่ก่อนนั้น การเดินทางทางถนนจะทำได้ยาก เพราะเป็นถนนรุกรัง จึงได้อาศัยการเดินเรือเอาแทน และด้วยเหตุที่บริเวณแก่งอาฮงนี้ มีโขดหินแฝงตัวอยู่ด้านล่างของน้ำ (แต่ก่อนเป็นน้ำวน) นักเดินเรือต่างๆไม่ทันระวังเรือ จึงชนกับโขดหินเข้า ทำให้เรือได้รับความเสียหาย และจมลงในที่สุด (ยังกับไททานิกยังไงยังงั้น) อีกทั้งการเดินเรือสมัยก่อนนั้น ชาวบ้านเองก็ล้มตายกันบ่อยๆ แล้วน้ำโขงก็พัดพาให้มาติดอยู่บริเวณแก่งอาฮงนี้ จึงเป็นเหตุให้มีอาถรรย์ต่างๆเกิดขึ้นมากมาย ลักษณะเช่นนี้พบได้ทั่วไปครับ ตามแม่น้ำโขง เรื่อยมาจากโพนพิสัย - รัตนวาปี - ปางคาด - บึงกาฬ - บุ่งคล้า ยันบ้านแพง นครพนม ก่อนจะถึงมุกดาหารต่อไป

พูดไปพูดมาจะเข้าเรื่องบั้งไฟพญานาค เพราะที่วัดอาฮงนี้ก็เป็นอีกหนึ่งจุดชมบั้งไฟพญานาคครับ เดี๋ยวผมเอาไว้เล่าต่อวันพรุ่งนี้แล้วกัน เพราะเรื่องมันยาวมากๆ ประกอบกับผมฝอยยาวมากๆเช่นกัน

ปล. เป็นความเชื่อ และการเขียนจากคำบอกเล่าส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารญาณในการอ่าน และไตรตรองอย่างถี่ถ้วน ก่อนจะนำไปเล่าต่อ ในกาลสมัยต่อไป

ประกาศ“เมื่อเปิดเข้ามาดูแล้ว กรุณาอ่านให้จบ ไม่งั้นจะพลาดท่อนสำคัญไป แล้วจะเสียใจภายหลัง ไม่รู้ด้วยนะครับ”

พึ่งได้พรีเซ็นเตอร์สาวสวยคนหนึ่ง มาช่วยโปรโมทหนังสือให้ แต่แทนที่จะขายหนังสือได้ กลับเป็นเรื่องฮาๆ และเป็นจุดสนใจไปเลย และที่สำคัญ ดูเด่นเสียกว่าพรีเซ็นเตอร์คนแรกอีก ผมเลยจำใจต้องปลดคนแรกออก แล้วเอาคนที่สองไปเสียบแทน เอิ๊กๆ เด่นซะเกินหน้าเกินตา เราอีกเสียด้วยซ้ำ และสำหรับใครที่อยากดูพรีเซ็นเตอร์คนแรกนั้น ผมนำมาให้ดูแล้วนะครับ ทำไว้นานแหระ เคยเอาออกแสดงอยู่ครั้งหนึ่ง แต่โดนปลดกลางอากาศ เพราะว่าคนที่สอง มาแรงกว่านั่นเอง ไปดูกันเลย (ทีแรกทำรูปไว้ซะขนาดใหญ่เชียว แต่พอลดขนาดภาพลงมา แล้วดันลืมบันทึกไว้ซะัั้งั้น เรื่องของเรื่องคือไม่ได้บันทึกไฟล์ต้นฉบับไว้ เลยเหลือตัวแค่นี้)

WordPress Book Presenter

ภาพนี้เห็นหน้านายเดย์ไปชัดๆ ดีนะที่ใช้ Photoshop ช่วย ไม่งั้นล่ะ คงเห็นกากและเกลื้อนผมแล้วมั้ง ตั้งใจจะเอาให้เห็นแค่ใบหน้าข้างเดียว เพื่อแสดงให้รู้ว่านายเดย์ รักและชอบในตัวผู้อ่านบล็อกไอเดย์แค่ข้างเดียว (หือๆใครๆก็ไม่รักผม ขนาดพัดลมยังส่ายหน้าเลย)

เอาล่ะครับ โม้มาพอแล้วมั้ง เข้าเรื่องของเรากันก่อนดีกว่าครับ ตอนนี้ก็ถือว่าเข้าช่วงปีใหม่ กันแล้วนะครับ คนแถวบ้านผมแต่งงานกันไปหลายคู่เชียว สงสัยอากาศจะหนาว เลยอยากหาอ้อมกอดอุ่นๆให้ซุกหัวนอนหรือไร และผมเองก็ไม่แน่ว่า จะได้เดินสายไปงานแต่งซะหัวบาน พอดีว่าญาติพี่น้องมีเยอะครับ บ้านนอกเราอบอุ่นกว่าเมืองกรุงเสียอีก มีไรก็แบ่งกันกินกันใช้ มีแฟนก็แบ่งกันใช้เหมือนกัน เฮ้ย!!! ปลาทูสองตัวยังแบ่งหัวให้เราได้เลย เฮ้ย!!!

ปีใหม่นี้หลายๆคนคงได้ของขวัญจากญาติพี่น้องที่กลับมาเยี่ยมบ้าน หลายๆคนคงได้รับของขวัญเพื่อน และหลายๆคนคงได้รับของขวัญจากแฟน ส่วนใครที่ไม่ได้ของขวัญจากคนอื่นเลยนั้น ผมขออาสาสมัครส่งของขวัญให้ ด้วยใจจริงครับ จะเอารถยนต์สักคัน หรือเครื่องบินส่วนตัวสักลำ ผมเต็มใจจะส่งให้ได้หมด ขอเพียงเตรียมลิ้นชักว่างๆ ไว้เก็บมันไว้ก็พอ เอิ๊กๆ

ก็ว่ากันไปนะครับ ผมคงไม่มีอะไร พอจะให้เพื่อนๆที่อ่านไอเดย์บล็อกได้ครบทุกคน และของขวัญต่างๆ ผมก็คงจะไม่มีอะไรเป็นตัวตายตัวแทนได้ดีเท่ากับ หนังสือ “WordPress กระแทกใจบล็อกเกอร์วัยจ๊าบ” ผลงานชิ้นแรกของผมนั่นเอง แต่ถ้าจะให้กันทุกคน ก็คงจะไม่พออีกล่ะ แฟนคลับเป็นร้อยๆ มันก็ต้องมีอะไรให้ช่วงชิงกันบ้างล่ะครับ

WordPress Book - หนังสือเวิร์ดเพรส

ผมมีหนังสือที่ยังคงเหลือในมือ 5 เล่ม ดังนั้นจะให้ได้แค่ 5 คน (เว้นแต่จะไปฉีกแบ่งหน้ากันเอาเอง) เพราะฉะนั้นต้องมีกติกาการร่วมสนุกกันหน่อยครับ ผู้ชนะ 5 คนแรก จะได้รับหนังสือเล่มนี้ไปครอง (สาเหตุที่ว่า 5 คนแรกก็เพราะว่า ผมจะดูวันเวลาที่เข้ามาคอมเม็นต์ในเรื่องนี้ครับ) พร้อมลายเซ็นต์ของผม ที่ยังแทบไม่มีใครได้รับไปสักคน (โห… เอาเข้าไป) และอาจมีอะไรติดไปกับหนังสือเล่มนี้เล็กน้อย (ไม่บอกว่าเป็นอะไร)

กติกาการร่วมสนุกคือ แสดงความเห็นในเรื่องนี้ จะคอมเม็นต์อะไรยังไงก็ได้ (เปิดให้สแปมกันได้เต็มที่) ให้สามารถดึงตัวแสดงอารมณ์หรือ ตัว Emotions แบบนี้ Emotions ออกมาแสดงให้มากที่สุด ระบบคล้ายๆกับ MSN นั่นแหละครับ ผมฝังตัวแสดงอารมณ์ไว้กว่า 150 ตัว ซ่อนไว้ในคำพูดมากกว่า 150 คำ แต่การคอมเม็นต์ครั้งหนึ่ง สามารถดึงตัว Emotions ออกมาแสดงได้เพียง 99 ตัว ซึ่งผมว่ามันคงเพียงพอแล้วล่ะครับ หลังจากผมเขียนเรื่องนี้เสร็จ ผมก็จะปิดระบบ Emotions นี้ลงไปก่อน จากนั้นเราค่อยมาดูผลพร้อมกันหลังปีใหม่ คือวันที่ 2 หรือ 3 มกราคม 2551 กล่าวคือผมจะเปิดระบบ Emotions อีกครั้ง ทีนี้เราก็จะเห็นกันชัดๆ พร้อมกันเลยยังไงล่ะครับ ว่าใครสามารถคอมเม็นต์ แล้วดึงตัวแสดงอารมณ์ออกมาได้มากกว่ากัน

มาถึงตรงนี้ก็ขออวยพรปีใหม่สักนิดนะครับ ขอให้ทุกๆท่าน ทุกๆคนที่ผ่านมาเจอไอเดย์บล็อก แฟนคลับที่ตามอ่านกันประจำ มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง คิดและทำในสิ่งที่ดีๆ อยู่อย่างมีเกียรติ หวังอยากพบเนื้อคู่ก็ให้สมหวัง หวังอยากรวยๆก็ขอให้รวยๆ หวังอยากจะจนก็มากินแกลบกับเดย์แล้วกันครับ ขอให้โชคดี มีความสุข ปีหน้าฟ้าใหม่ ค่อยเจอกันครับ ไปล่ะครับ

ปล. ผมเขียนเรื่องนี้จบ คงปล่อยทิ้งบล็อกไว้เลย หลังๆปีใหม่ จึงจะกลับมาจัดการอีกครั้ง กลับบ้านนอกไปหยอกกับแม่ดีกว่า เอิ๊กๆ

นับว่าเป็นข่าวฮาท้าลมหนาว และเป็นข่าวฉาวต้อนรับปีใหม่กันเลยนะครับ สำหรับผม ที่เหล่าผองเพื่อน รวมไปถึงแฟนคลับที่ติดตามกันมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก ร้อนใจสงสัย จนถึงขั้นต้องให้ผมออกโรงมาแก้ข่าวนี้ กันไปเลยทีเดียว (ทำยังกะจะมีคนมาสนใจ เอิ๊กๆ) คงไม่ถึงขั้นต้องมานั่งแถลงข่าวหรอกนะครับ แถลงขานผ่านบล็อกนี่แหละ เป็นทางการแล้วมั้ง รู้สึกว่าข่าวนี้จะทำให้ี้นายเดย์ใกล้จะกลายเป็น (จัน) ดาราเข้าไปทุกขณะแล้วครับท่าน เรื่องของเรื่องคือ รูปของคุณผู้หญิง ที่กลายเป็นพรีเซ็นเตอร์หนังสือ “WordPress กระแทกใจบล็อกเกอร์วัยจ๊าบ” ไปโดยปริยายในตอนนี้

พรีเซ็นเตอร์นิรนาม

เห็นสงสัยกันจัง (ลือกันสนั่นหอแล้วมั้งตอนนี้) พร้อมเดาสุ่มกันไปต่างๆนานา หลายเสียงทายเข้ามาว่าเป็นแฟนผมเองเสียด้วยซ้ำ เอิ๊กๆ ก็ว่ากันไป แต่ช้าแต่… อยากจะบอกว่าคนๆนี้คือแฟน…ผมจริงๆครับ

เธอเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันให้ผมมีกำลังใจที่จะเขียน อีกหนึ่งคนที่ค้ำจุนเวลาที่ผมท้อแท้

อีกหนึ่งเสียงเคียงข้างยามอ่อนแอ ทำให้คำว่ายอมแพ้ไม่มีในไอเดย์

เจ้ารักนักกลอนจริงเชียวนายเดย์เอ๋ย มิน่าล่ะ ถึงคว้าแชมป์ 3 สมัย ตอนแต่งโคลงกลอน ประกวดในงานวันสุนทรภู่ เหอๆ (เรื่องจริงนะเนี่ย แต่ก่อนเป็นเด็กกิจกรรม) เอาล่ะๆพอแล้ว เดี๋ยวจะหลงเชื่อคำของผมไปแล้ว แต่ว่าถ้าใครยังอ่านไม่ถึงจุดนี้ แล้วปิดไปก่อน คงจับไปกระเดือกแน่เชียว ผู้หญิงในรูปที่ว่าเป็นแฟนนั้น คือ“แฟนคลับ“คนหนึ่งครับ เธอทำให้เป็นของขวัญวันคริสมาสต์ที่ผ่านมา พร้อมกำชับนักหนา ว่าอย่าเปิดตัวตนที่แท้จริงของเธอ อิอิ ผมเห็นว่าทำได้บ้าบอดี บวกกับความน่ารักสดใสนิดๆ เลยจับมาเป็นพรีเซ็นเตอร์หนังสือเสียเลย ทั้งนี้ทั้งนั้น ขออนุญาตเธอแล้วนะครับ เอิ๊กๆ

ส่วนถ้าใครยังมองว่าผมยังเล่นเป็นเด็กอยู่ล่ะก็ คนนั้นคิดถูกแล้วครับ เสน่ห์ของตัวบล็อกเกอร์ ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องราวที่เขียนได้ดีเด่นแต่อย่างใด แต่ทำอย่างไร ให้ผู้อ่านเดิมๆ เข้ามาอ่านประจำๆสม่ำเสมอไม่จากไปไหนจึงจะเป็นเรื่องที่ถูก ดังนั้นการเพิ่มคนอ่านเข้ามาอ่านเรื่อยๆ กับการดึงคนอ่านเดิมๆเข้ามาอ่านได้เรื่อยๆนั้น เราจะต้องเน้นผู้อ่านรายเก่ามาก่อน พร้อมกับเอาใจผู้อ่านรายใหม่ไปในตัว ที่ผมพูดอย่างนี้ ก็เพราะว่าผู้อ่านรายเก่าจะเข้าใจตัวเรามากกว่า ผู้อ่านรายใหม่นั่นเอง และด้วยเหตุผลนี้ เราอาจจะใช้คำพูดสั้นๆอธิบายเพื่อให้ผู้อ่านรายเก่าเข้าใจ แต่กลับใช้คำอธิบายยืดเยื้อ เพื่อผู้อ่านรายใหม่ที่ทีเข้ามาได้เข้าใจ (งงมั๊ย???)

เพราะฉะนั้นการทำตัวเด็ก แต่นายเดย์ไม่ได้้แอ๊บแบ๊วนะ หมายถึงทำเรื่องขำๆขึ้นมา เพื่อให้คนได้คิดตามนั้น นั่นล่ะคือกุศโลบายที่นายเดย์ใช้ได้ผลมานักต่อนักแล้ว และเมื่อคุณได้อ่านเรื่องนี้จบไป คุณนั่นแหละคือเหยื่อที่ตกหลุมรักผม เฮ้ย!!! ตกหลุมพรางผม กว่าจะรู้ว่าโดนหลอก ผมก็หลอกคุณจนเชื่อสนิทใจแล้ว เอิ๊กๆ แล้วผมจะหลอกหลอนคุณอีกครั้ง

ปล.พักนี้ยุ่งนิดหน่อย พอมีเวลามาเขียนบล็อกก็ออกจะดึกดื่น ดังนั้นก็ตามอ่านกันดึกๆนี่แหละ ผมจะหลอกคุณได้ง่ายๆหน่อย อ้าว!!!

น่ารันทดเสียจริงเดย์เอ๋ย ตั้งใจจะเขียนเรื่องไรวะเนี่ย หวังว่าคงไม่หดหู่ใจเหมือนเอนทรีก่อนๆนะ เหอๆ เรื่องของเรื่องคือ ตอนนี้กำลังจะผุดโปรเจคท์ (โปรเจคท์: เขียนแบบนี้น่าจะถูกนะ เพราะเป็นคำที่ผมมักเขียนผิดบ่อยๆี) ใหม่อีกล่ะ แต่ทุนสนับสนุนงานวิจัยมันร่อยรอ เลยได้แค่ทำไปตามมีตามเกิดเช่นนั้น เฮ้อ! ถ้ามีทุนรัฐบาลให้ขอ ป่านนี้ผมคงไปขอมาเพื่อค้นคว้าและวิจัยต่อไปแล้วครับ

คิดไปแล้ว ถ้ามีคนร่วมทางเดินสักคนก็คงจะดีเหมือนกันนะ (โดยเฉพาะสาวๆ ขี้หรีจริงเรา) บางทีมันได้เปิดหัวให้คนอื่นเอางานไปสานต่อบ้าง มันคงจะดีไปอีกแบบ ดีกว่าที่จะปล่อยให้แมงมุม มันมาทำรังใส่ (ถ้ามันเป็นพันธุ์ที่มากัดคนแล้วกลายเป็น Spider Man ก็ว่าไปอย่าง) สุดท้ายก็ทิ้งโปรเจคท์นั้นให้ค้างคาต่อไป อืม… แต่ปกติแล้ว ถ้ามีใครมาถามเรื่องไอเดียพวกนี้ ผมก็บอกให้ทำไปเหมือนกันนะ เพราะถ้าจะทำเองโปรแกรมมั่วอย่างผม คงไปไม่รอด เลยเปิดให้โปรแกรมเมอร์ เขานำไปพัฒนาต่อยอดก็แล้วกัน (ใจปล้ำเสียจริ๊ง)

แต่ช้าแต่… ตามมีตามเกิดในประเด็นของผม ไม่เหมือนต้นไม้กลางทะเลทรายนะครับ ไอ้นั่นมันก็เกินไป แต่มันก็ทนยืนหยัดอยู่ได้ ในสภาพแวดล้อมอันโหดร้ายนะ ถ้าเอาต้นไม้ที่เกิดในป่าดิบชื้นทั่วไป ไปปลูกกลางทะเลทราย ไม่พ้นวันสองวัน ได้ตายแหงแก๋แน่เชียวครับ แต่ถ้าเอาต้นไม้ที่เกิดในทะเลทราย มาปลูกในป่าดิบชื้น ไม่แน่อาจทนได้นานกว่า หรือไม่เช่นนั้นก็สามารถดำรงตนอยู่ได้เช่นนั้น

ประเด็นสับสนที่ผมนำมาโยงกัน อย่างไร้เยื่อใยแมงมุมเยี่ยงนี้ ถ้าใครงงก็ขอให้งงกันต่อไป (แสดงว่าสมองไม่ถึง เอิ๊กๆ) แต่ถ้าใครพอรู้ ก็รู้กันไปดิ (อ้าว แล้วมันต่างกันตรงไหน) ผมมีหลายๆสิ่งที่อยากจะทำ แต่ไม่ได้ทำ หลายๆสิ่งที่ไม่อยากทำ แต่เจ้ากรรม ดันทุรังลงมือทำจนเสร็จ และอีกหนึ่งโปรเจคท์ที่ค้างคาอยู่ในหัว คืออยากจะทำอะไรเพื่อผู้อ่านไอเดย์ประจำบ้าง ทั้งนี้เพราะผมเบื่อ จากการที่มีกลุ่มบุคคลต่างๆ หาประโยชน์กับความไม่รู้ของคนเรา (มันไม่ผิดนะครับ ถูกต้องเสมอ แต่ผมเบื่อ สั้นๆ) ในส่วนของเรื่องนี้ ศรัทธาในตรงนี้ผมมันก็เริ่มหายไป จากเพื่อนที่เคยถามไถ่ อธิบายความในกระทู้ จู่ๆก็กลายมาเป็นการหวังผลกำไร(ระยะสั้น)กันระหว่างมวลสมาชิก ต่อไปโมเดลธุรกิจเช่นนี้ คงเป็น Pay Per Reply (จ่ายเมื่อตอบกระทู้) เข้าไปสักวัน

ผมขอเก็บเรื่องนี้ไปคิดสักวันสองวันก่อนแล้วกัน ถ้าใจฮึดพอ บวกกับเพื่อนๆที่อ่านไอเดย์เอาด้วย ผมจะเปิดโปรเจคท์หนึ่งขึ้นมา จากนั้นเราก็จะโตไปพร้อมๆกัน ถ้าสักวันหนึ่งกอดคอกันตาย ก็อย่ามาโทษนายเดย์ล่ะ ว่าพาพวกตูมาทำอะไร ส่วนลักษณะโปรเจคท์ผมจะเป็นเช่นไรนั้น จะมาบอกไบ้ให้อีกที เอาเป็นว่าไปดูเดโมก่อนแล้วกันนะครับ (ดูดีๆ เพราะบางคนดูไม่ออก ว่ามันต่างจากปกติเช่นไร หรือไม่ก็ดูการถูก Index ใน Search Engine ต่างๆประกอบก็ได้) ตอนนี้ขอตัวไปดู National Treasure ก่อน แล้วเราค่อยมาต่อยกัน เฮ้ย! มาต่อกัน

ปล. ผมคงจะกลายเป็นเจ้าพ่อโปรเจคท์อย่างที่ว่ากันนั่นแหละครับ

ปกติแล้วผมเป็นคนรักเด็ก เฮ้ย!!! รักสัตว์ครับ อยู่บ้านนอกก็เลี้ยงสัตว์ไว้หลายชนิดเหมือนกัน ทั้งหมา ทั้งแมว (ไม่รู้มันอยู่ด้วยกันได้ยังไง) ทั้งนก หนู งูเห่าๆ วัวหรือแม้แต่ควายตัวโต้งเช่นผม เอิ๊กๆ ในจำนวนสัตว์เลี้ยงนานาชนิดนี้ ผมจะชอบหมาที่สุดเลยครับ (สุนัขครับ… สุภาพหน่อยเดย์) อยู่บ้าน ก็ไม่ใช่หมาพันธุ์อะไรหรอก หมาพันธุ์พื้นบ้าน หรือพันธุ์พื้นเมืองนี่แหละ มันเห่าหอนได้สะใจดี (จนถึงขั้นรำคาญ) ซึ่งแต่ก่อนนั้น จะเยอะมาก เลี้ยงไว้เฝ้าบ้าน 3-4 ตัว เห็นจะได้ (ตอนนี้เลี้ยงไว้ 2 ตัว แมวอีก 4 ตัว กินเยอะกว่าคนอีก) เวลาใครจะมาหานี่ลำบากหน่อยล่ะครับ เข้ามาหาตอนไหน ดันถามหาหมาก่อนเลย หมาอยู่บ่ครับ หมาอยู่บ่จ๊า (ภาษาอีสานบ้านผม) ไอ้เรายืนทำตัวโตๆรอรับ แต่ดันไปถามหาหมาก่อนซะนี่ ทำไปได้

เอาล่ะๆ เดี๋ยวจะว่าแต่เรื่องตัวเอง (ก็เห็นแต่โม้เรื่องตัวเองอยู่นิ) เมื่อวานแอบไปทำโปรเจ็คก์ตัวหนึ่งมา กะว่าจะทำเว็บไซต์วิดีโอคลิปเกี่ยวกับหมานี่แหละ แต่เจ้ากรรมดันมีปัญหาขัดข้องทางเทคนิค เลยโละ แล้วไปทำเป็นของที่ระลึกเกี่ยวกับหมาไปเลย ลองชมกันได้ที่ ToddleDog.com นะครับ หลังจากนั้นแค่วันเดียว เหอๆ โปรเจ็คก์หมาๆยังคาอยู่ในหัว ต้องหาทางทำมันให้ได้ ก่อนจะวุ่นวายหัวใจ จึงไปจดโดเมนใหม่มาทำอีกเสียเลย (ทำไรเยอะจังวะเนี่ย) ชื่อโดเมนก็พอฟังได้อยู่หรอกครับ TiTTerDog.com นิ่มๆนี่แหละ เข้าไปชมลองดูนะครับ ผมทำหน้าแรกให้โชว์หมาพันธุ์ Beagle ซึ่งผมชอบอีกล่ะ แต่ลองค้นหา ก็เจอหมาพันธุ์ Beowulf ได้นะ ลองดู (ใช่หมาอยู่เหรอ ไม่ใช่หนังหรือเนี่ย) ผมจับภาพมาให้ดูแล้วกัน เผื่อใครไม่อยากเข้าไปชมโดยตรง

TiTTerDog

สำหรับรูปแบบของ TiTTerDog.com นั้น ผมแกะมาจาก Theme ของทาง Underone ซึ่งเป็นเจ้าของ WordPress Theme ตัวที่ผมใช้อยู่นี่แหละครับ จะว่าเลียนแบบก็ใช่นะ แต่ผมติดเครดิตกลับไปให้อยู่นา ขอบอก และทาง underone ก็จะสร้าง Theme รูปแบบนี้ ออกมาให้ใช้กันในเร็ววันนี้อยู่แล้ว แต่ผมด่วนใจร้อนไปหน่อย เลยขอแงะแกะกล่องก่อนก็แล้วกันนะ เอิ๊กๆ ระบบยังไม่สมบูรณ์เท่าไหร่ ก็ค่อยๆแก้ไปครับ

เอาโปรเจ็คก์มาอวดกันแค่นี้ ไปก่อนล่ะครับ พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า ดิ่งรถกลับบ้าน ไปเลือกตั้งสักหน่อย แล้วเจอกันครับ อาจจะเป็นวันจันทร์ช่วงเย็นๆ หรือไม่ก็วันอังคารโน่นแหละ เหอๆ