WordPress Optimization Book

ได้ฤกษ์จะเขียนเรื่องนี้สักที แต่ไม่รู้จะเขียนจบในตอนเดียวหรือเปล่า ถ้าไงถ้าไม่จบจริงๆ ผมก็อาจจะเขียนเพิ่มอีกเป็นตอนๆ เขียนเป็นซีรีส์อย่างที่ผมเคยเขียนนั่นแหละ แนะนำว่าเรื่องนี้นั้น ทุกคนห้ามพลาดเด็ดขาด!!! เพราะมันจะเกี่ยวเนื่องกับหลายๆส่วน หลายๆประเด็นผมจะพยายามเขียน แล้วโยงเรื่องให้สัมพันธ์กันมากที่สุด เพื่อความง่ายและทำความเข้าใจได้ไวขึ้น อีกทั้งผมลงแรงเก็บข้อมูลตั้งหลายวัน (ตามที่บ่นๆออกไป) สรรหามาเขียนตั้งเยอะตั้งแยะ อ่านๆและคอมเม็นต์เข้ามาบ้างก็ดี จะได้มีแรงฮึดเขียนบทความต่อๆไปครับ

Twitter Flickr

ธรรมชาติของนายเดย์มักโม้ก่อนเข้าเรื่องเสมอ ถ้าผมเขียนไปอย่างอื่น มันก็ผิดธรรมชาติของผมสิครับ ในที่นี่ และหลายๆคนคงรู้จัก “Twitter” มาบ้างแล้วนะครับ ถ้ายังไม่รู้จักก็หาอ่านเอาในหนังสือเล่ม 2 (อ้าว ขายของอีกแล้ว) หรือไม่ก็ย้อนกลับไปอ่านในเรื่องเก่าๆ เกี่ยวกับ Microblogging ที่ผมเขียนถึงเมื่อปลายปีที่แล้วดูนะครับ น่าศึกษามากมาย ขอบอก!

ติดตามอ่านเรื่องนี้แบบเต็มๆ »

, , , , , ,

ก่อนเข้าเรื่องก็ต้องขอขอบคุณพี่น้องทุกท่านที่ได้อุดหนุนหนังสือ “WordPress กระแทกใจบล็อกเกอร์วัยจ๊าบ” และตามติดด้วยผลงานหมายเลขสองอย่าง “รวยฮิตติดเว็บบล็อก WordPress Optimization” ของผมไปบ้างแล้วนะครับ ซึ่งอาจจะมีบางส่วนขาดตกบกพร่องไป ก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ ทางผมเองจะพยายามให้ดีที่สุด เพื่อให้จุดเสียนั้นหมดไป หรือพยายามจะให้มีน้อยลงที่สุดครับ ส่วนคนไหนยังไม่มีไว้ในครอบครอง ก็รีบหาซื้อได้แล้วนะครับ ไปเปิดอ่านในร้านหนังสือ ไม่ดีนะ ขอบอก เอิ๊กๆ

เอาล่ะครับก็ถึงเวลาต้องเข้าเรื่อง พอดีเมื่อวานผมคุยเรื่อง “ทราฟฟิก 9 คน จะเอาไปทำแมวอะไร” นั้น ผลปรากฏว่าได้รับความสนใจกันอย่างล้นหลาม มีคอมเม็นต์เข้ามามากมาย ซึ่งมากถึง 5 คน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ (ประชดๆ) ที่จริงแค่ 9 คนนั้น มันก็น้อยไปจริงๆล่ะครับ เอาไปทำแมวอะไรได้ แต่ผมเขียนขึ้นมาเพื่อให้มองเห็นภาพกันเสียหน่อยว่า อย่าไปสนใจทราฟฟิกอะไรมากมายเลยครับ ให้เพ่งความสนใจไปที่ Traffics Source ไม่ดีกว่ารึ ดูแหล่งที่มาของทราฟฟิกนั้นๆ  ว่ามาจากไหนกันบ้าง พอจะเปลี่ยนผู้เยี่ยมชมเป็นลูกค้าเราได้หรือเปล่า หรือว่าผู้เยี่ยมชมที่เข้าไปชมนั้น เป็นแค่กลุ่มผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ต ที่ไม่มีอันจะกิน (ล่อซะเห็นภาพ) และความเห็นนี้จะแตกต่างไปมากมาย กับคนที่เห็นว่า ผู้เยี่ยมชมยิ่งมากเท่าไหร่ ก็น่าจะได้ผลตอบแทนกลับคืนมามากเท่านั้น (เห็นไหมล่ะครับว่า น่าจะ…) เพราะผมมองในมุมกลับ ขืนเห็นด้วยไปหมด ก็ไม่ใช่ผมแล้วสิครับ เสียเชิงหมด เอิ๊กๆ

แน่ล่ะครับ ครั้นจะพูดปากเปล่าก็เห็นจะว่าผมยกตัวเลย 99 มาอวดให้ดูสวยหรู ผมก็เอาสถิติของบล็อกหนึ่งมาให้ดูกันอีกตามเคย เกี่ยวกับสถิติผู้เยี่ยมชม ซึ่งสถิติตัวนี้พึ่งเก็บมาได้ไม่กี่วัน แต่ก็พอจะนำมาอ้างอิง เชื่อมโยงกับเรื่องที่จะโม้ต่อไปนี้ได้

99 Traffics

สถิติก็แค่อาทิตย์กว่าๆเองแหละครับ แต่เท่าที่ดูมา แนวโน้มมันก็อยู่เรื่อยๆระดับนี้แหละ มีสูงขึ้นไปนิดหน่อย แต่ร้อยนิดๆ แน่ล่ะครับ ยังไม่เห็นภาพ แล้วจะเห็นสวรรค์รำไรได้เยี่ยงใด จุดสนใจตรงนี้ ผมเน้นลงไปที่คำค้นหาหรือคีย์เวิร์ด (Keywords) ที่พาผู้เยี่ยมชมนั้นๆ เข้ามายังหน้าบล็อก รวมไปถึงอันดับที่คีย์เวิร์ดนั้นทำได้ ในผลการค้นหาในหน้า Search Result ของ Search Engine ต่างๆ โดยเฉพาะ Google

ติดตามอ่านเรื่องนี้แบบเต็มๆ »

, , , ,

คนทำเว็บไซต์หรือคนทำบล็อกขึ้นมาสักแห่งหนหนึ่ง แน่นอนล่ะครับอยากให้มี ผู้คนเข้าไปเยี่ยมชมอย่างล้นหลาม ไม่ว่าจะทำเว็บไซต์ขึ้นมาด้วยจุดประสงค์ใด หรือสร้างบล็อกขึ้นมาด้วยจุดหมายใด ถ้าไม่มีคนดู ถ้าไม่มีคนอ่าน มันก็ย่อมร้างไปตามสภาพการณ์ของมัน จริงหรือเปล่าครับ

และด้วยเหตุผลล่ะฉะนี้ จึงมีกลวิธีแปลกใหม่เกิดขึ้น นั่นคือการหลอกใช้เสิร์ชเอนจิ้น (Search Engine) กับกระบวนการที่เรียกกันฉ่ำอุราว่า Search Engine Marketing (รวม SEO และ PPC) หรือชัดๆ แปลเป็นภาษาไทยแบบฉบับนายเดย์ ที่ใช้อ้างอิงที่ไหนไม่ได้ก็คือ “การทำการตลาดโดยใช้ Search Engine เป็นเครื่องมือ” และด้วยเหตุผลใด ทำไมผมถึงว่าหลอกใช้ Search Engine ล่ะครับท่าน ประเด็นนี้เอง ที่ผมพยายามสื่อในเรื่องที่โม้ไปคราวก่อน เรื่องของเรื่องคือ “อย่าปล่อยให้ Search Engine หลอกใช้คุณ” กลับไปอ่านแล้วตีความตามที่พี่น้องคิดก็แล้วกันนะครับ

การทำ SEO นั้นมีทั้งวิธีการที่ถูกและผิด แต่วิธีการที่ผิดมักแทรกแซงวิธีการที่ถูกได้เสมอ และง่ายกว่าวิธีการที่ถูกด้วยประการทั้งปวง เพราะพวกเค้ามีเครื่องมือ ที่เรียกกันว่า Black Hat Tools นั้นเป็นตัวช่วย จะสแปมสมุดเยี่ยมชม (Spam Guest book) สแปม Trackback หรือจะสแปมบอร์ด (Spam Webboard) ก็ยิงโป้งครั้งเดียว ได้นกมา 3 หัว 4 หัว พูดไปแล้วคล้ายศรีธนนชัย นิทานบ้านเรานะครับ “ฉลาดแกมโกง” แต่นี่แหละเค้าเรียกว่าวิถีคนฉลาด ที่อาศัยช่องโหว่ให้แทรกแซง จะกาลยุคสมัยใหม่ใด มันย่อมมีกลวิธีแปลกใหม่เสมอครับ

เอาล่ะครับ ไปต่อกันเถอะ… จะเรียกว่า Search Engine ต่างๆพยายามผูกเงื่อนซ่อนปม ไว้ในอัลกอริทึ่ม (Algorithm) แล้วผู้ใช้งานที่กะจะหลอกใช้งาน Search Engine อีกที ก็พยายามจะเข้ามาแก้เงื่อมที่ซ่อนไว้นะตรงนี้ ซึ่งทั้งหมดนั้นคือกิจกรรมที่เรียกกันว่า SEO นั้นแล จากนั้นจึงเกิดเป็นสงครามในมวลหมู่มนุษยชาติ (เว่อร์ไปเปล่าเนี่ย) แข่งขันกันเกิด สร้างเว็บไซต์และโปรโมทกันอย่างโจ่งครึ่ม (เห็นหนังสือพิมพ์รายวัยเค้าชอบใช้คำนี้กัน เลยขอหยิบมาลงหน่อยนะ) ทั้งซื้อ-ขายลิง เฮ้ย! ลิงค์ และสิ่งที่เลวร้ายที่สุดนั่นคือการดักคีย์เวิร์ด ถึงแม้ตัวแม่จะออกมากำหราบในไม่นานมานี้ ก็ใช่ว่าจะหมดไป เพราะว่าตัวแม่มันนั้น เป็นคนสร้างวัฒนธรรมนี้ขึ้นมาก่อน และนั่นคือ Pay Per Clicks อย่าง Google AdWords นั่นเอง (โยงไปโยงมา สุดท้ายก็หาที่ลงจนได้) สะใจไหมล่ะครับพี่น้อง ตรงนี้เลียนแบบอัลกอริทึ่มได้ตรงเผงเลย ชอบดักคำค้นหา แล้วแสดงออกมาเป็นป้ายโฆษณาดีนัก พ่อเลยจัดให้เสีย พูดไปแล้วสองไพเบี้ยจริงๆ เอิ๊กๆ

ติดตามอ่านเรื่องนี้แบบเต็มๆ »

, , , ,

กราบสวัสดีปีใหม่ พี่น้องคนไทยเชื้อสายจีนทุกท่าน และขอสวัสดีตอนสายๆบ่ายคล้อยบทสัมภาษณ์นายเดย์ สำหรับพี่น้องที่อ่าน ไอเดย์บล็อกทุกคนนะครับ นายเดย์มากับอาการเพี้ยนนิดๆ อ่ะอ๊ะ ไม่ได้เมาค้างเด้อ… นอนดึกไปนิดเมื่อคืน เลยตื่นสายไปหน่อยก็เท่านั้น แต่ก็เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ อีกหนแล้วล่ะครับ พอดีว่าได้ปลดปล่อย อารมณ์ตามใจนึก ทำให้ได้ได้คึกขึ้นมาอีกหน (เฮ้ย!! มีคึกด้วย)

แต่วันนี้ ผมไม่ได้เขียนเรื่องโม้อะไร มาฝากมาต้อนพี่น้องหรอกครับ มันเขียนไม่ทัน และบางเรื่องก็ข้อมูล ไม่แน่นเสียด้วยสิ ขืนเอาขึ้นเมื่อไหร่ เป็นปล่อยไก่ หน้าแตกอีกคราแน่ๆ แต่ผมมีบทสัมภาษณ์ที่ทาง Tag.in.th สัมภาษณ์ผมไป และพึ่งออนแอร์วันนี้เป็นวันแรก ยังไงก็ขอให้พี่น้อง ตามไปอ่านสำนวนเห่ยๆ ที่นายเดย์ได้บรรจงสร้างลงไปนะครับ

แต่ก่อนที่จะไปถึงจุดนั้น มาฟังเรื่องราวบางส่วนของ Tag.in.th เสียก่อน ทางเว็บฯนี้เป็นสารบัญเว็บไซต์ 2.0 แห่งแรกของไทย ที่ทำขึ้นมาเพื่อจัดรวบรวมเว็บไซต์ หรือบล็อกของคนไทยเราเองโดยเฉพาะครับ อีกทั้งเราสามารถใส่ Tag(s) หรือป้ายคำ เพื่อระบุ ถึงเนื้อหาเราได้ด้วย อย่างเช่นไอเดย์บล็อก ก็ใส่ Tags เป็น WordPress, Blogger, บล็อกเกอร์ ไปเช่นนี้ ยังไงถ้าเพื่อนๆ พี่ๆน้องๆ มีเว็บไซต์หรือบล็อก หรือถ้าทำ E-Commerce ไปด้วยจะยิ่งดีครับ จะได้มีอะไรให้เป็นป้ายคำได้เยอะๆ เอิ๊กๆ

กิจกรรมที่ทาง Tag in Thai จัดขึ้นเป็นประจำก็คือการ Tag เว็บโดนครับ จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกสัปดาห์ ผลัดเปลี่ยนเวียนว่ายตายเกิดไปเรื่อยๆ และก็เว็บฯโดนต่างๆ โดนสอยหอบหิ้วมาลงขบวนเวียนว่ายนี้ หนึ่งในนั้นก็คือไอเดย์บล็อกของผมเอง แต่มาถึงตาผมกลับเป็น Tag บล็อกโดนเสียแล้วล่ะครับ ฮ่าๆ (หลุดคอนเซ็ปท์นิดๆแต่หยวนๆได้น่า)

เอาไงเอากัน ตามไปอ่านเสี้ยวหนึ่งในความเป็นบล็อกเกอร์ของผมได้เลย…”Tag เว็บโดน ตอนไอเดย์บล็อก” วันนี้ผมขอลาล่ะครับ ฝากคอมเม็นต์ด้วยล่ะกัน จะได้รู้ผลตัวเอง ว่าเห่ยมากน้อยเพียงใด เอิ๊กๆ

, , ,

จั่วหัวซะเคลิ้ม… แหะๆ หายหัวไปอีกล่ะผม เรื่องราวเกี่ยวกับ Twitter ของผมก็เจอโรคเลื่อนอีกแล้วล่ะครับพี่น้อง เพราะยิ่งค้นมาก ยิ่งมีอะไรให้คิดลึก ขนาดใช้ความถึกเข้าแลก ยังแบกกลับมาได้แค่ปลายนิ้วสัมผัส แต่ไม่เป็นไรครับ ไม่มีใครเรียกร้องเข้ามาก็จะไม่เขียน เอิ๊กๆ หาอะไรง่ายๆเขียนกินลมไปวันๆดีกว่า พี่น้องว่าแปลกไหมครับ ในขณะที่บล็อกดังๆ (เมืองนอก) เข้ามักจะเขียนวิธีทำตังค์กัน แต่ผมออกจะแหวกแนวไปนิด เพราะโม้แต่เรื่องไม่เป็นเรื่อง สรรสาระก็น้อยนิด เติมเกลือกับน้ำตาลเข้าไป ด้วยศิลปะวาจาทะเล้น พอหอมปากหอมคอ จากนั้นดื่มน้ำตามมากๆ ก็จะอ่านได้รู้เรื่องเองล่ะ (อ้าว… เรากำลังสื่อความหมายอะไรวะเนี่ย ใครตีความออกก็บอกคนอื่นต่อด้วยนะ) แต่แค่นี้ก็พอแล้วล่ะครับ สำหรับคนอ่านไอเดย์บล็อก ที่แตะหลักร้อยอยู่เพียง 500 คน/วัน

รู้กันหรือเปล่าท่าน ว่าคนอ่านบล็อกเค้าอยากได้อะไรจากคนเขียนบล็อก ตัดแชร์ทิปทำเงินทิ้งไป (มีเยอะในหนังสือหนังหา และเกลื่อนตามอินเตอร์เน็ต เว็บบอร์ด กระดานสนทนา ทั้งในไทยและนอกประเทศ) ตัดสาระหนักสมองทิ้งไป ตัดข้อเสนอยั่วยวนทิ้งไป แล้วเค้าจะเอาอะไรกันหรือนี่ ตั้งโจทย์ให้น่าคิดจริงแหะ นายเดย์… ถึงคราเฉลย จะบอกแค่ว่าเค้าอยากได้ความจริงใจครับพี่น้อง…

จากนั้นก็มาว่ากันด้วยความจริงใจ ผมมีพรสวรรค์อย่างหนึ่งครับ คือทำอะไรก็ตามจะไม่ประสบความสำเร็จ และมักถูกหลอกใช้ประจำ ผมไม่ได้โง่นะครับ คือผมมีน้ำใจเกินไป ซึ่งมันก็กินไม่ได้เสียด้วยสิครับ ในขณะที่คนอื่นเค้าพยายามจะหยิบฉวย หาผลประโยชน์จากคนอื่นๆอยู่ทุกวิถีทาง แต่ผมก็ทำตัวเป็นผู้รักษาผลประโยชน์ให้ผู้คนเหล่านั้น จะพยายามช่วยในทุกกรณี และทุกวันนี้ก็ยังช่วยอยู่ ทั้งๆที่ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้น และสุดท้ายด้วยความที่ไม่รู้ของคนเรา ทำให้ผมกลายมาคนรับใช้ในที่สุด และทางออกก็มีทางเดียว คือผมต้องปิดทุกด้าน นั่นก็หมายความว่าผมต้องปิดบล็อกนี้ หนีกันเลยทีเดียว และนี่ก็ “ไม่ใช่สวรรค์ชั้น 7 นะครับ แต่เป็นนรกขุมที่ 7 ต่างหาก”

เอาล่ะครับ ผลพวงจากการเขียนบล็อก มันทำให้เราได้รับอะไรหลายๆอย่างกลับมา ผมเองก็ได้รับอะไรดีๆกลับมาเช่นกัน แม้จะไม่ใช่ดารา แม้จะไม่มีชื่อเสียง ไม่ได้กะจะเขียนบล็อกเพื่อดันให้ตัวเองดัง แต่เราก็เป็นเราครับ นายเดย์ก็ยังเป็นนายเดย์อยู่วันยังค่ำ (อย่าผลักใสไล่ส่งเด้อ…) ผมว่าการรู้จักตัวเองแหละดีที่สุด โชว์หรือแสดงอะไรออกไปได้ แต่ให้อยู่ในพื้นที่จำกัด ลดการโชว์พาวให้น้อยลง อัดสาระเข้าไปให้เยอะๆ หาอะไรก็ได้ที่จะประเทืองปัญญาให้ผู้อ่าน และอย่าไปหวังว่าจะมี คนอ่านจำนวนเยอะมากมายอะไรเลยครับ หลักสิบหลักร้อยนี่ก็หนาวแล้ว ส่วนการทำบล็อกให้ทำเงินนั้นก็อีกเรื่องหนึ่งครับ แนะนำหนัง “รวยฮิตติดเว็บบล็อก WordPress Optimization 2″ เลยครับ ยังไม่ได้ซื้อก็หาซื้อนะครับ เดี๋ยวนานไปจะหาซื้อไม่ได้ เชียร์หนังสือตัวเองนี่แหละ เอิ๊กๆ ขอขำอีกรอบ

WordPress Optimization

เพราะฉะนั้นแล้วสวรรค์ชั้น 7 ของบล็อกเกอร์ คือการรู้จักตัวเองว่ากำลังทำอะไรอยู่ ยิ่งเรารู้จักตัวเราเองมากเท่าไหร่ เราก็สามารถจับจุดได้ว่า เราควรเสนอเนื้อหาอะไรออกไป ในลักษณะเช่นไร อีกทั้งในแบบฉบับที่ใครอ่านก็รู้ ว่าเรานี่แหละเขียน (แก้ไข) สุดท้ายยังจำคำนี้ได้บ้างหรือเปล่า “บล็อกเกอร์เสนอตน ไม่ใช่เสนอภาพ” แล้วเจอกันในวันตรุษจีน เดี๋ยวมาต่อย เฮ้ยเดี๋ยวมาต่อครับพี่น้อง!!!

,