WordPress Optimization Book

Matt Mullenweg แกนนำหลักในทีมพัฒนา WordPress และหนึ่งคนสำคัญของกลุ่ม Automattic ออกมาแจกผ่านบล็อกของทีมพัฒนา เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2551 หรือเมื่อสองวันที่ผ่านมาว่า WordPress.com ได้เพิ่มพื้นที่ให้กับผู้ใช้งานมากถึง 60 เท่า กล่าวคือแต่ก่อนนั้น ทาง WordPress.com จะให้พื้นที่ใช้งาน แค่ 50 Mb ซึ่งมันก็น่าจะเพียงพอในระดับหนึ่งแล้ว แต่ประเด็นมันเปลี่ยนแปลงไปครับ สถานการณ์ปัจจุบันนั้น คนเราชอบสร้า้งสรรค์งานมัลติมีเดีย จำพวกวิดีโอคลิปทั้งหลาย ออกมาให้ดูให้ชมกัน ไม่เว้นในแต่ล่ะวัน ทาง WordPress เอง คงมองเห็นความสำคัญตรงจุดได้ จึงได้เพิ่มพื้นที่ใช้งาน ให้ใช้กันไปเลย 3 Gigabytes สะใจนายเดย์จริงๆเลยพี่น้อง เล่นเอาเทียบเคียงกับ Gmail ได้สบาย แถมบี้ตูด TypePad ได้อย่างเหนือชั้น

Free Space to Three Gigabytes

การเปิดให้ใช้งานกันได้อย่างมโหฬารในครั้งนี้ ถือเป็นการจุดใต้ตำตอ เฮ้ย ปลุกกระแสบล็อกกิ้งให้บูม ขึ้นมาอีกครั้ง เพราะดูๆสังเกตุอาการจากผู้คนที่เข้ามาคอมเม็นต์แล้ว ดูก็ออกว่าตื่นเต้นกับพื้นที่การใช้งานที่มากขึ้นเพียงใด ผมเองก็มีบล็อกที่เขียนอยู่ที่นี่เหมือนกัน บล็อกหนึ่งเปิดขึ้นมาเพื่อใช้บริการ Akismet แต่อีกตัวเปิดขึ้นมาเพื่อทดลองอะไรเล่นๆ สรุปว่าได้ค่าความน่าเชื่อถือที่ดีพอสมควร อาจจะมากไปเสียด้วยซ้ำ กับการที่เขียนเรื่องทิ้งไว้แค่หนึ่งเรื่อง พอ PageRank อัพเดต ก็กระโจนทะยานขึ้นมาที่ 3 จนได้ แต่ก็อย่างว่าล่ะนะ การจะเข้าไปเขียนที่นี้ ต้องเขียนอะไรที่ไม่หวังผลในเชิงธุรกิจ จะเขียนภาษาอังกฤษ แล้วนำ AdSense ไปติด ก็ครั้นจะโดนเตะโดยฉับพลัน หรือจะหันไปหารายได้ ด้วยวิธีการอื่นๆก็จะโดนสอยร่วง ในช่วงเวลาแค่ข้ามคืน สุดท้ายจะเป็นนางฟ้าคืนเดียวไปซะงั้น

สรุปแล้วกันนะครับ ถ้าเทียบระหว่างผู้ให้บริการบล็อกใดๆในโลกนี้ ผมยกให้ WordPress.com เป็นที่หนึ่งอย่างตั้งใจ อย่าไปพูดถึง Blogger.com หรือ Blogspot.com นั่นเลย อาศัยแค่ว่ามีพี่เลี้ยงดีหน่อย กำกับดูแลโดย Google Inc เท่านั้น สุดท้ายก็เป็นได้แค่ที่ให้บริการสแปมดีๆนี่เอง

ปล1. สำหรับคนไหนที่ยังไม่มีบล็อกจะเขียน แนะนำให้ไปเขียนเล่นๆที่ WordPress.com นะครับ ส่วนรายละเอียดการสมัครและวิธีการใช้งานคร่าวๆนั้น อ่านที่สร้างบล็อกเล่นสวยๆฟรีที่ WordPress.com

ปล2. โทษทีพี่น้องมาอัพเดตข่าวช้าไปหน่อย ไม่ได้ยุ่งยากอะไรมากมายหรอก วนเวียนอยู่กับบล็อกตัวเองนี่แหละ

, , ,

ปิดท้ายเรื่องที่โม้ไว้เมื่อวาน ว่าวันนี้จะเขียนเรื่องเกี่ยวกับ Search Engine ในมุมมองแปลกๆ ให้ได้อ่านกัน ก็เป็นดังที่สัญญาไว้ล่ะครับ ต้องหามาเขียนให้ได้น่า จะยากเย็นแสนเย็น แค่เพียงใด ก็จะบุกบ่าฝ่าฟัน เอามาเขียนให้จงได้ล่ะนะ เอิ๊กๆ หลายท่านคงนึกหมั่นใส้ผมแล้วล่ะมั้ง สำบัดสำนวนเยิ่นเหย้อ เหลือเกิน เมื่อไหร่จะเข้าเรื่องสักที

เรื่องของเรื่องนั้น ประเด็นจับโจทย์อาจดูไม่เพียงพอ ที่จะนำมาตีความให้ยืดยาว ก็แค่เรื่องของ Search Engine ที่ว่าดีนักดีหนาค้นหาอะไรก็เจอ อย่าง Google เช่นทุกวันนี้ คงพอรู้กันนะครับ ว่า Search Engine รายนี้ ถือว่าเป็นตัวที่คนทั่วโลกนิยมใช้มากที่สุด และมีสำนักงานอยู่ในหลายๆประเทศ และหนึ่งในนั้นก็มีประเทศไทยด้วยเช่นกัน แม้ตัวผมเองจะไม่ค่อยใช้ (บ่อย) เท่าไหร่ แต่คงไม่ใช่ผมคนเดียวที่ใช้ ทั้งเด็กเล็ก เด็กโข่ง จนไปถึงดอกเตอร์ ดอกแต๋ว ต่างก็ใช้ๆกันทั้งนั้น บางที Search Engine รายได้ แทบจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตออนไลน์ และการท่องเน็ตของคนเราไปแล้ว จะด้วยการขี้เกียจค้นหาข้อมูล ตามตำรับตำรา เข้าเน็ตมาแล้วคัดลอกข้อมูลไปใช้ก็เป็นอันจบ (อันนี้สำหรับนักเรียน นักศึกษาที่ขี้เกียจทำการบ้าน) หรือบางครั้งการค้นหาในข้อมูลใน Search Engine เป็นหนึ่งในบทเรียนที่คุณครูจะสอนนักเรียนก็มี อันนี้เองแหละครับ ที่มันบ่มเพาะให้เรารู้จักใช้มัน และนั่นเองแหละครับ เราถูกกับดักให้ใช้มันแล้ว

วกกลับมาว่าด้วยเรื่องความสามารถต่างๆที่ถูกซ่อนเร้นไว้ ภายใน Search Engine ตัวโปรดนี้ นั่นคือเราสามารถค้นหานิยาม หรือความหมายสั้นๆของคำใดคำหนึ่ง ผมขอยกตัวอย่างเช่นคำว่า WordPress นะครับ เราจะต้องใส่คำว่า Define: ตามด้วยคำที่ต้องค้นหานิยาม ลงไปในกล่องค้นหา เช่น define:WordPress ผลก็จะออกมาดังรูปด้านล่างนี้

นิยามเวิร์ดเพรส

 ดูจากรูปเราก็จะเห็นแหล่งข้อมูลที่บ่งชี้ไปยังนิยาม ของคำว่า WordPress ซึ่งมันก็ดีอยู่หรอกครับ หลายคนอาจมองว่าเจ๋งโคตรๆเลยก็ได้ แต่ผมนั้นไม่ได้คิดเช่นนั้นครับ ถ้าระบบมันสามารถหานิยามของรักแท้ได้ ผมถึงจะยอมรับในระบบนี้

นิยามรักแท้

ระบบที่เจ๋ง ย่อมซ่อนเร้นไว้ซึ่งระบบที่เจ๋งกว่า และนำมาซึ่งการซ่อนเร้นระบบห่วยๆ เอาไว้เช่นกัน ประเด็นสำคัญที่น่าจับจุดคือเรื่องของเว็บดักคีย์เวิร์ด ที่เกิดขึ้นทั่วเมืองอย่างทุกวันนี้ ถึงแม้ทาง Google เองจะออกมาฆ่าแกง เหล่าเว็บไซต์ที่เข้าข่าย การทำสแปมในครั้งนี้ แต่ผมยังเชื่อว่า มันยังไม่หมดไปง่ายๆหรอกครับ ที่ทำได้ก็เพราะมีกลุ่มต่างๆในไทย พยายามส่งสัญญาณบอกเหตุเข้าไป จากนั้นพนักงานที่กินเงินเดือนของ Google ก็ไล่แบนเว็บเหล่านั้น ออกไปให้หายจากสารบบมันก็เท่านั้น จะเห็นกันว่า ระบบเจ๋งๆมันก็ต้องใช้คนงานอยู่ดี และกาลครั้งนี้ก็หลอกใช้คนเสียด้วย เอิ๊กๆ

ติดตามอ่านเรื่องนี้แบบเต็มๆ »

, , , , ,

หลายคนคงพอรู้ๆกันนะครับว่า WordPress นั้นแตกตัวออกมาจาก Blogging Software เล็กๆอย่าง b2 หรือจะว่าเช่นนั้น มันก็พลันจะไม่ถูกต้องเสมอไป เอาเป็นว่าหลังจาก b2 หยุดพัฒนาลงไป กลุ่มผู้พัฒนา WordPress ก็นำโค๊ด b2 มาพัฒนาต่อยังไงล่ะครับ และด้วยเหตุนี้ หนึ่งในกลุ่มพัฒนา WordPress ที่เป็นแกนนำหรือวางระบบให้นั้น คือบุคคลในสำคัญใน b2 เมื่อครั้งก่อนเก่า เรื่องของเรื่องทั้งหมดเหล่านี้ ผมจะกล่าวถึงเล็กๆน้อยๆ ใน WordPress Optimization ผลงานหมายเลข 2 ของผมนี่แหละครับ

เอาล่ะครับจะพูดมากไปก็จะกลายเป็นการเชียร์ให้ซื้อหนังสือของตนเอง หรือถ้าย้อนลึกมากไป ก็จะกลายเป็นเล่าประวัติศาสตร์ แต่ใครจะเขียนอะไรก็เขียนเพื่อรับใช้ตนเองกันทั้งนั้นล่ะครับ ทั้งกฏหมู่ (…) ประวัติศาสตร์ และหนังสือ เฮ้ย!!! หยุดๆ วอนหาเรื่องซะแล้ว มาเข้าเรื่องต่อครับ สำหรับเจ้า b2evolution นี้ ก็เป็นหนึ่ง Blogging Software น่าใช้มากๆตัวหนึ่งเหมือนกัน มีระบบ Clean URL ให้รองรับการปรับแต่งเพื่อทำ Search Engine Optimization กันสุดๆ ระบบมัลติบล็อก ให้เราสามารถสร้างบล็อกได้หลายๆบล็อก ผ่านหน้าบริหารจัดการตัวเดียว (คล้ายๆกับ WordPress Mu) ระบบสมาชิกอีกทั้งเรื่อง Theme ที่ b2evolution เรียกว่า Skin นั้นก็มีตัวเลือกหลากหลาย ปลั๊กอินก็นับว่าน้องๆ WordPress เลยล่ะครับ

b2evolution

หน้าตาภายในระบบของแอดมินหรือผู้ดูแลระบบ ก็ทำออกมาซะหรูหราน่าใช้ ผมเห็นครั้งแรกๆ แล้วติดใจมากๆ ครับ มีการจัดสรรปันส่วน วางเมนูการใช้งานไว้อย่างน่าใช้ แบบว่าไม่เคยใช้เลยก็ สามารถใช้งานได้ ลองๆเล่นไปได้พักหนึ่งก็เลยแว๊บไปหารูปแบบแสดงผล และปลั๊กอินดู ก็มีหลายๆตัวที่น่าใช้ แต่ติดอย่างเดียวคือไฟล์สำหรับติดตั้งใหญ่ไปหน่อย แตกไฟล์ออกมาแล้วได้ตั้ง 7 Mb กว่าๆแหนะ เมื่อครั้นยังไม่แตกไฟล์ก็ราวๆ 2.75 Mb ตอนนี้ (19 มกราคม 2551) พัฒนาถึงเวอร์ชัน 2.3 Rc1 รุ่นล่าสุด (2007-12-28) มาดูหน้าตาในระบบแอดมินกันดีกว่าครับพี่น้อง

b2evolution Dashboard

ถ้ามีเวลาจะได้ลองเล่นกับมันแบบเป็นจริงเป็นจัง เพราะอยากฉีกหนีรูปแบบเดิมๆ อีกทั้งหนีความจำเจกับการใช้งาน WordPress แต่ไม่ใช่ว่าผมจะเบื่อ WordPress แล้วนะครับ แค่อยากลองๆเล่นตัวอื่นๆดูบ้าง ครั้นจะเล่น Drupal ก็เห็นมีหลายๆที่ เขียนถึงและใช้งานมากแล้ว ประเด็นคือผมอยากจะเอาตัวนี้ เข้ามาเปิดตลาดเพื่อให้มีการใช้งานในไทยมากขึ้น ก็ว่าได้ครับ ทั้งนี้ก็คงรอให้ตัวเอง ใช้งานได้คล่องมือเสียก่อน ถึงจะสามารถมาสอนคนอื่นต่อได้ ไม่อยากเอาความเขลาของตน มาสอนคนอื่น อีกทั้งตอนนี้พยายามเรียนรู้ในหลายๆสิ่ง คงได้นำมาขีดๆเขียนลงบล็อกได้สักวัน และพรุ่งนี้กะว่าจะลองเปิดประเด็นเรื่อง “หลอกใช้ Search Engine มิใช่ให้ Search Engine หลอกใช้” แล้วจะพบว่าทำไมถึงมีเว็บดักคีย์เวิร์ดเกิดขึ้นมากมาย แล้วมันไปเกี่ยวกับ Google AdWords ได้อย่างไร เตรียมพบกับมุมมองที่นายเดย์มอง รอติดตามกันนะครับ วันนี้ขอตัวล่ะครับ

, , ,

วันนี้มาแบบขำๆครับพี่น้อง ไม่มีอะไรหรอก แค่นึกอะไรขำๆออกได้อย่างหนึ่ง สังเกตุไหมครับว่า การตั้งชื่ออะไรก็แล้วแต่ ถ้านึกอะไรไม่ออกก็มักเติมไอเข้าไปก่อนหน้าเสมอ ตัวอย่างง่ายๆแต่ดังๆ นั่นคือเครื่องเล่น iPod ของ Apple Inc. ตามมาด้วย iPhone (ถึงแม้จะตั้งขึ้นมาแล้วดันไปคล้ายคลึงกับ อันที่เขาตั้งไว้ก่อนแล้วก็เหอะ) แล้วต่อด้วย iGoogle ที่ผมกำลังเขียนถึงอยู่นี้  แต่ใครจะไปรู้ล่ะครับ ว่า iDayBlog นั้นผมคิดขึ้นมาได้อย่างไร เอิ๊กๆ ประเด็นมันคือ คิดไม่ออกนั่นแหละ และอย่างที่รู้ล่ะครับ โดเมนชื่อสั้นๆ ถ้าจะจดใช้งานในปัจจุบันนี้ แทบจะหาไม่ได้เลย ยิ่งโดเมนเนมที่มีตัวอักษร หรือกลุ่มคำที่เป็นเป้าหมาย หรือเป็นคีย์เวิร์ดที่มีการแข่งขันกันสูงในตลาดออนไลน์ด้วยแล้ว ยิ่งโอกาสน้อย ถึงน้อยมากๆ ที่จะหลุดมาถึงมือเรา ไอ้ตัวเราก็ไม่ได้ไวเหมือนปรอท คงจะไปฉกชื่อสั้นๆ สวยๆมาชมเชยหรอกจริงมั๊ย?

แต่… จะเขียนบล็อกหรือสร้างแบรนด์ให้ตัวเองสักที มันต้องเริ่มตั้งแต่ชื่อโดเมนมาแล้วล่ะครับ จุดมุ่งหมายเราเพื่อขายตัว เฮ้ย…นำเสนอตัว ดังนั้นโดเมนเนมเราต้องมีเอกลักษณ์ และหาจุดต่างของตัวเองให้เจอ จะไปจดชื่อเป็นคีย์เวิร์ดที่เราจะเขียนถึงนั้น มันไม่ใช่แนวครับ และผมถือว่าคนที่จดโดเมนเหล่านี้ จะเป็นการปิดกั้นตัวเองเสียมากกว่า (ถ้าจดไปทำอย่างอื่น ไม่ใช่นำมาเขียนบล็อกก็ว่าไปอย่าง) ทั้งนี้เพราะเราจะเขียนเรื่องอื่นๆไม่ได้ ต้องเขียนให้ตรงกับชื่อที่เราจด ตรงกับคอนเซ็ปท์ที่เราวางไว้ แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาอยู่ดีล่ะครับ ถ้าเราอยากเปลี่ยนแนว ถ้ามันยังเป็นแนวทางของเราอยู่ ย่อมทำได้อยู่ฉันนั้น ก็มันเรื่องของตูอ่ะ มีไรอ่ะเปล่า? ฉะนั้นเรื่องนี้ ผมจะไม่ขอเถียงล่ะกัน เอิ๊กๆ (ตัวอย่างด้านล่างนี้ ผมลองเปลี่ยน Theme ดูนะครับ ออกมาได้อย่างสวยสดงดงาม น่าดูน่าชมทีเดียว)

iGoogle Theme Directory

พี่น้องคงเคยเล่น Google Personalize Homepage หรือชื่อใหม่อย่างเป็นทางการว่า iGoogle มาบ้างแล้วนะครับ ส่วนตัวแล้วผมก็ไม่ค่อยจะเข้าไปยุ่งกะมันหรอก ปล่อยๆเป็นค่าเริ่มต้นไว้เช่นนั้นแล ขี้เกียจแต่งครับ สั้นๆ เพราะหน้าตามันก็พื้นๆของมันนั่นแหละ แต่งยังไงก็ยังดูรกๆ (ในสายตาผม) อีกทั้งผมว่ามันไม่จำเป็นด้วยล่ะมั้ง หรืออาจเป็นเพราะผมมีไอเดย์อยู่ล่ะมั้ง ถึงไม่ยอมไปใช้บริการของที่นั่น แต่ช้าแต่…วันนี้ ผมต้องคิดใหม่แล้วล่ะครับ พอดีว่าไปเจอ iGoogle Theme สวยๆ เข้า (ถึงจะไม่มากมายเท่า Theme ของ WordPress ก็ตามที) บางคนอาจเห็นแล้วก็ข้ามไปล่ะกัน เพราะผมเองพึ่งเห็นอ่ะเลยหยิบยกมาแนะนำกันนี่แหละ รวมรวมเป็นสารบัญเสียด้วย อย่างนี้ต้องแวะเข้าไปดูกันหน่อยล่ะครับ ตามนายเดย์ไปเลยที่ iGoogle Theme Directory

เขียนมาจะจบอยู่แล้ว ยังงงๆว่า iGoogle จะดวลกับ iDayBlog ยังไง หุหุ จะยังไงก็แล้วแต่ครับ ถือว่าตั้งหัวข้อหลอกล่อให้อ่านก็แล้วกัน พี่น้องท่านไหนหลงเข้ามาอ่าน ก็ถือว่าโดนนายเดย์หลอกเข้าให้แล้วครับ เอิ๊กๆ

, , , ,

สวัสดีครับพี่น้อง วันนี้นายเดย์จะพาพี่น้องไปเรียนรู้กับเจ้า Gravatar กันหน่อย หลายๆคน คงรู้จักไปบ้างแล้ว แต่หลายๆคนคงยังไม่รู้แน่เชียว ว่ามันมีไว้ทำไม และมีไว้เพื่ออะไร ทั้งนี้ผมสังเกตุจากหลายๆท่าน ที่เข้ามาคอมเม็นต์ที่ไอเดย์ แห่งนี้นะครับ เพราะส่วนใหญ่ ยังไม่มีรูปภาพแสดงแทนตัวเองเลย ผมเลยจัดการเอารูปลิงน้อย ที่ทำท่างงๆ มาใส่แทนคนที่ยังไม่มีรูป ยังไงล่ะครับ คงคุ้นตากันนะครับ เวลาที่เข้ามาคอมเม็นต์กัน (ไม่ใช่รูปอีโมชั่นนะครับ คนล่ะตัว)

สำหรับใครที่ดูไม่ออกว่ามันอยู่ส่วนไหน ผมก็จัดการจับภาพมาให้ดูอีกล่ะครับ ด้านบนคอมเม็นต์ของคุณ “mapandy” มี Gravatar ครับ ส่วนด้านล่างเป็นความคิดเห็นของ “kkk1” นั้น ไม่มี Gravatar ดังนั้น ภาพที่ดึงออกมาแสดงจะเป็น รูปภาพเริ่มต้นที่ผมตั้งค่าไว้คือเป็นรูปลิงค์น้อย ทำหน้างงๆ (อาจเปลี่ยนแปลงได้) และในที่นี้ผมเซ็ตขนาดไว้ที่ 50*50 Pixel เราสามารถกำหนดได้สูงสุดที่ 80*80 Pixel ครับ (ถ้ากำหนดขนาดขึ้นไปให้ใหญ่กว่านั้น มันจะรีเซ็ตตัวเองให้แสดงรูปภาพขนาดเล็กๆ เพียง 10*10 Pixel)

Gravatars Comment iDayBlog

แต่ก่อนนั้น ผมเองก็ไม่อยากจะใช้ Gravatar เหมือนกัน เพราะมันจะดึงข้อมูลจากเว็บนี้ โดยดึงรูปภาพที่พ่วงกับอีเมล์ของเราออกมา การเชื่อมต่อตรงนี้ มันช้ามากๆครับ แต่ปัจจุบันนี้เร็วขึ้นกว่าเดิมมาก อาจเป็นด้วยการที่กลุ่ม Automattic (กลุ่มที่พัฒนาและดูแล WordPress.com, Akismet.com ฯลฯ) เข้าซื้อกิจการ และมีการพัฒนาต่อเนื่องมาล่ะมั้งครับ ถ้าใครได้ติดตามข่าวของ Gravatar จะรู้ว่า มีช่วงหนึ่งที่ทาง Gravatar ปิดปรับปรุงชั่วคราว คงเป็นช่วงนั้นล่ะครับ ที่ทำให้อะไรๆ ทำงานได้ดียิ่งขึ้น

ติดตามอ่านเรื่องนี้แบบเต็มๆ »

, ,